เรื่องเด่น
เรื่องเด่น งานสัตว์น้ำไทย 2025 ปีนี้อะไรน่าสนใจบ้าง?
งานวันสัตว์น้ำไทย 2025 โดย นายกสมาคมกุ้งตะวันออกไทย ที่เน้นย้ำถึงแนวคิดหลักของงานคือ ”Refine Today Sustain Tomorrow” หรือการปรับจูนเพื่อความยั่งยืนในอนาคต งานสัมมนาวิชาการนี้มีความสำคัญในการรับมือกับมาตรการทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีและประเด็นความยั่งยืน โดยมีการเปิดเผยไฮไลท์สำคัญ เช่น หัวข้อเกี่ยวกับ กุ้งคาร์บอนต่ำ เทคโนโลยีและแอปพลิเคชันใหม่ ๆ ของกรมประมง รวมถึงกลยุทธ์เพื่อผลักดัน กุ้งกุลาดำ และ กุ้งก้ามกราม สู่ตลาดโลก นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึงสัตว์น้ำทางเลือกอื่น ๆ เช่น ผำ และ ม้าน้ำ ตลอดจนการนำเสนอ โมเดลการเลี้ยงกุ้งขาวแบบใหม่ และงานวิจัยเชิงลึกด้านสุขภาพกุ้ง โดยผู้จัดงานยืนยันว่าจะไม่มีการถ่ายทอดสด เพื่อกระตุ้นให้ผู้สนใจเข้าร่วมงานเพื่อรับความรู้และลุ้นรับรางวัลใหญ่.
การจัดงานสัตว์น้ำไทย 2025 (Thai Aquatic Animal Day 2025) ได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างผลกระทบและประโยชน์ที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมสัตว์น้ำไทย โดยมุ่งเน้นที่การปรับตัวเพื่อความยั่งยืน การขยายตลาด และการถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ。
ประโยชน์และผลกระทบหลักต่ออุตสาหกรรมสัตว์น้ำไทยสามารถแบ่งออกได้ดังนี้:
1. การสร้างความยั่งยืนและการปรับตัวสู่มาตรฐานสากล
งานนี้มีแนวคิดหลักคือ ”Refine today Sustain tomorrow” หรือ ”ปรับจูนวันนี้ เพื่อความยั่งยืนในวันหน้า” ซึ่งมุ่งเน้นการปรับตัวในหลากหลายมิติ:
- การรับมือกับมาตรการกีดกันทางการค้า (Non-Tariff Barrier): งานนี้ให้ความสำคัญกับการเตรียมเกษตรกรและผู้ประกอบการเพื่อรับมือกับการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (non-tax barrier) ซึ่งรวมถึงประเด็นด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืนของระบบการเลี้ยง และความปลอดภัยของผู้บริโภค
- การสนับสนุนห่วงโซ่อุปทาน: งานนี้มีเป้าหมายในการสนับสนุนห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) โดยเฉพาะห้องเย็นหรือผู้ซื้อ ให้สามารถนำผลิตภัณฑ์ที่มีการเลี้ยงแบบยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปต่อสู้ในตลาดโลกได้
- การส่งเสริมกุ้ง Low Carbon: มีการมุ่งเน้นแนวคิดและเทรนด์ของ ”กุ้ง Low Carbon” ซึ่งใช้พลังงานต่ำ มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภค ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ที่ทั่วโลกกำลังสนใจ
- การปรับตัวที่มั่นคงสำหรับอนาคต: คณะกรรมการต้องการให้เกษตรกร ”ปรับจูน” ครั้งเดียวและสามารถสร้าง ความยั่งยืนในอาชีพ เพื่อถ่ายทอดสู่ลูกหลานหรือคนรุ่นใหม่ได้ โดยไม่ต้องมานั่งต่อสู้กับสภาพแวดล้อมและปัญหาเดิม ๆ ซ้ำอีก
2. การเพิ่มโอกาสทางการตลาดและการแข่งขัน
งานนี้ทำหน้าที่เป็นเวทีในการเสริมเขี้ยวเล็บด้านการตลาดให้กับอุตสาหกรรม โดยเฉพาะหลังจากที่ไทยประสบปัญหาภาษี AD (Anti-Dumping) และภาษีทุ่มตลาด:
- กุ้งขาว: การทำงานร่วมกันของอุตสาหกรรมทำให้ กุ้งไทยถือว่า ”หล่อที่สุดในโลก” และส่งผลให้ ยอดสั่งซื้อ (ออเดอร์) กุ้งขาวทะลักเข้ามา ในประเทศ งานนี้จะช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตได้ถูกตามความต้องการของห้องเย็น (ไซส์และช่วงเวลาที่ต้องการ)
- กุ้งกุลาดำ: มีการผลักดัน ยุทธศาสตร์กุ้งกุลาดำไทย 40,000 ตัน โดยมองเห็นโอกาสที่ประเทศคู่แข่งอันดับหนึ่งกำลังประสบปัญหาด้านประสิทธิภาพการผลิต งานนี้จัดเสวนาเพื่อให้เกิดการจับคู่ระหว่างแผนของกรมประมง ผู้ผลิตลูกพันธุ์ ห้องเย็น และเกษตรกร เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สอดคล้องกันของไซส์กุ้งกับความต้องการของตลาด
- กุ้งก้ามกราม: แม้ว่าปัจจุบันการส่งออกกุ้งก้ามกรามไปหลายประเทศ (อเมริกา ยุโรป จีน ฮ่องกง) จะมีเยอะมาก แต่ปัญหาหลักคือการที่เกษตรกรส่งของไปแล้วถูกปฏิเสธ (reject) สูงถึง 40% งานนี้จึงจัดเวทีเสวนาเพื่อให้ห้องเย็นมาบอกสเปกที่ต้องการ เพื่อให้เกษตรกรสามารถผลิตตามโมเดลที่ต้องการได้
- ปลาทะเล (ปลากะพง): มีการอัปเดตเรื่องโอกาสในการ ส่งออกปลากะพงไปประเทศจีน หลังจากที่กรมประมงจีนอนุมัติแล้ว นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัว ตลาดใหม่สำหรับสินค้าฮาลาล เช่น การส่งปลากะพงไปคูเวต งานนี้จะสอนขั้นตอนการขึ้นทะเบียนฟาร์มและห้องเย็นเพื่อส่งออก
- สัตว์น้ำทางเลือกและเศรษฐกิจใหม่: มีการนำเสนอสัตว์น้ำที่กำลังเป็นกระแสหรือมีศักยภาพทางการตลาดสูง เช่น
- ผำ (ซุปเปอร์ฟู้ด): เพื่อการบริโภคในประเทศ เป็นอาหารสัตว์ และอาหารเพื่อสุขภาพราคาสูง โดยมีการนำเสนอข้อมูลตั้งแต่กฎระเบียบ การผลิต ไปจนถึงตลาดญี่ปุ่นที่ต้องการผำแห้งจำนวนมาก
- ม้าน้ำ (Seahorse): มุ่งเน้นพันธุ์ที่ใช้ทำ ยาสมุนไพร ซึ่งมีมูลค่าทางการตลาดสูงกว่าสายพันธุ์เลี้ยงสวยงาม งานนี้ให้ความรู้เรื่องกฎระเบียบ (ไซเตส) วิธีการเพาะเลี้ยง และความต้องการจากตลาดจีน เพื่อทำให้เกษตรกรเข้าสู่ธุรกิจนี้อย่างถูกต้อง
3. การถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรม (งานวิชาการ)
งานนี้ให้ความสำคัญกับงานวิชาการและนวัตกรรม โดยจะกันพื้นที่สำหรับมหาวิทยาลัยและสำนักวิจัยต่าง ๆ ที่นำผลงานมานำเสนอโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อให้องค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์กับอุตสาหกรรม:
- งานวิจัยและนวัตกรรมกุ้งขาว:Test Kit EHP: งานวิจัยใหม่ที่จะช่วยในการตรวจเชื้อ EHP ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ไม่ต้องพึ่งการส่องกล้องเพียงอย่างเดียว
- Cocktail Phage: การใช้ฟาด (Phage) ตัวเดียวที่สามารถ กำจัดเชื้อแบคทีเรียตัวร้ายที่เป็นปัญหาหลักได้ถึง 4-5 ตัว โดยไม่ทำลายเชื้อดี ซึ่งเป็นการนำนวัตกรรมจากอุตสาหกรรมสัตว์บกมาปรับใช้กับสัตว์น้ำ
- เอนไซม์เลือกฆ่าเชื้อ: งานวิจัยเอนไซม์ที่สามารถ เลือกฆ่าเฉพาะเชื้อร้าย โดยที่เชื้อดีคงอยู่ ซึ่งเป็นแนวทางสู่ความยั่งยืนในอนาคตที่ลดการใช้ยาฆ่าเชื้อ
- กลไกการทำงานของตับและทางเดินอาหารกุ้ง: การบรรยายเจาะลึกฟังก์ชันของตับ กระเพาะ และลำไส้ เพื่อให้เกษตรกรรู้จักวิธีปกป้องและทะนุถนอมระบบทางเดินอาหารของกุ้ง ลดปัญหาขี้ขาว
- เทคนิคการเลี้ยงกุ้งขาวและระบบใหม่: นำเสนอโมเดลการเลี้ยงที่เข้ากับเทรนด์อนาคต เช่น การเลี้ยงแบบ Biofloc ในโรงเรือนปิด (เลี้ยงหนาแน่น ถ่ายน้ำน้อย) โมเดลบ่อเล็กสไตล์ ”เสี่ยวเผิง” ที่สามารถจับผลผลิตได้ 1 ตันต่อบ่อขนาดเล็ก และ บ่อเล็กสไตล์เวียดนาม ที่ใช้เทคโนโลยีสูงในการควบคุมการเลี้ยงทั้งหมด
- การพัฒนาพันธุ์สัตว์น้ำ: กรมประมงจะมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาพันธุ์สัตว์น้ำที่ดี (ทั้งปลาสลิด ปลาดุก ปลาหมอ ปลาตะเพียน) เพื่อปูทางให้สัตว์น้ำเหล่านี้กลับมาเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจในอนาคต
4. ประโยชน์ด้านการเงินและการปฏิบัติการ
- สินเชื่อโซลาร์เซลล์สำหรับเกษตรกรรายย่อย: มีการนำเสนอโครงการโซลาร์เซลล์สำหรับเกษตรกรรายย่อย (ผู้ที่มีค่าไฟประมาณ 40,000-50,000 บาท) พร้อมเงื่อนไขสินเชื่อจากธนาคาร (เช่น Exem Bank) ที่ทำให้เกษตรกรไม่ต้องลงทุนเอง และสามารถผ่อนชำระจากค่าไฟที่ประหยัดได้
- การอบรมเชิงปฏิบัติการ: มีการจัดอบรมฟรีเกี่ยวกับการใช้เพาะเชื้อและอ่านผลเพาะเชื้อเพื่อติดตามปริมาณเชื้อโรคในบ่อ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรและพนักงานส่งเสริมการขาย
- การแก้ปัญหาและข้อมูลจากภาครัฐ: กรมประมงจะนำเสนอข้อมูลและยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เช่น โครงการเพิ่มจำนวนการตรวจคัดกรองลูกกุ้ง เพื่อลดความเสี่ยงให้เกษตรกร และการอัปเดตแอปพลิเคชันตรวจโรคกุ้งที่เกษตรกรสามารถใช้ได้ฟรี
- แรงจูงใจในการเข้าร่วม: เกษตรกรสามารถเข้าร่วมงานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากบริษัทห้างร้าน นอกจากนี้ ยังมีโอกาสลุ้นรับเงินรางวัลรวม 200,000 บาท (100,000 บาทสำหรับผู้ลงทะเบียน และคูปอง 10,000 บาท ลุ้นอีก 100,000 บาท)
กล่าวโดยสรุป การจัดงานสัตว์น้ำไทยนี้เป็นเสมือน ”ศูนย์บัญชาการชั่วคราว” ที่รวมเอาความรู้ เทคโนโลยี การเงิน และพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนมาไว้ด้วยกัน เพื่อวางแผนและปรับปรุงยุทธศาสตร์การผลิตของไทยให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในตลาดโลก
