กิจกรรมชมรม

   เมื่อ : 22 ธ.ค. 2568

งานวันกุ้งตรัง ครั้งที่ 3 ชูแนวคิด ”กุ้งคาร์บอนต่ำ” เดินหน้าสู่ความยั่งยืน

จังหวัดตรัง ศูนย์กลางอุตสาหกรรมกุ้งชั้นนำของไทย จัดงานวันกุ้งตรังครั้งที่ 3 ภายใต้แนวคิด ”กุ้งตรัง พัฒนา ก้าวไกล นำอุตสาหกรรมกุ้งไทย สู่ตลาดโลก” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการและบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร มุ่งยกระดับมาตรฐานการผลิตกุ้งไทยสู่สากล

ตรัง ฐานการผลิตกุ้งที่สำคัญของประเทศ

จังหวัดตรังถือเป็นหนึ่งในฐานการผลิตกุ้งที่สำคัญที่สุดของไทย โดยมีผลผลิตเป็นอันดับ 3 ของประเทศ และเป็นอันดับ 1 ในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน ด้วยศักยภาพที่โดดเด่นทั้งด้านภูมิศาสตร์และคุณภาพการผลิต กุ้งตรังจึงได้รับการยอมรับในเรื่องความปลอดภัย ปราศจากสารตกค้าง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ข้อมูลสถิติอุตสาหกรรมกุ้งจังหวัดตรัง (ปี 2566)

  1. เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้ง: 487 ราย
  2. จำนวนฟาร์ม: 697 ฟาร์ม
  3. พื้นที่เพาะเลี้ยง: ประมาณ 4370-14000 ไร่
  4. ผลผลิตต่อปี: 20000 ตัน
  5. มูลค่าทางเศรษฐกิจ: ประมาณ 3600 ล้านบาท
  6. ส่วนแบ่งการผลิต: 7.5% ของประเทศ

ฟาร์มกุ้งในจังหวัดตรังได้รับมาตรฐาน GAP และ มกส. (TAS) จากกรมประมง ซึ่งเป็นหลักประกันคุณภาพและความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ

บทบาทของสหกรณ์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจังหวัดตรัง

สหกรณ์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจังหวัดตรัง จำกัด ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอาชีพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างครบวงจร โดยมีสมาชิกทั้งหมด 254 ราย สหกรณ์ดำเนินธุรกิจผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่

  1. ธุรกิจจัดหาปัจจัยการผลิต - จัดหาพันธุ์กุ้ง อาหารกุ้ง เวชภัณฑ์ และวัสดุทางการประมงให้กับสมาชิก
  2. ธุรกิจรวบรวมผลผลิต - เป็นตัวกลางรวบรวมกุ้งจากสมาชิกส่งไปยังห้องเย็นและตลาด
  3. ธุรกิจผลิตจุลินทรีย์ - ผลิตจุลินทรีย์ (PM2) ภายใต้โครงการไทยนิยมยั่งยืน เพื่อช่วยลดต้นทุนและเสริมสร้างความปลอดภัย

สหกรณ์ได้กำหนดแผนพัฒนา 6 มิติเพื่อความยั่งยืน ครอบคลุมตั้งแต่การยกระดับการบริการ การอบรมความรู้ การพัฒนาสวัสดิการ ระบบสมาชิกอัจฉริยะ การบริหารการเงิน ไปจนถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม

ความท้าทายและทิศทางในอนาคต

อุตสาหกรรมกุ้งไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายสำคัญหลายประการ ได้แก่

  1. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อการเพาะเลี้ยง
  2. ต้นทุนปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้น
  3. การแข่งขันในตลาดโลกที่รุนแรงขึ้น
  4. มาตรการกีดกันทางการค้า เช่น ภาษีคาร์บอนและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม

เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ กรมประมงและผู้เกี่ยวข้องได้กำหนดแนวทางการพัฒนาที่สำคัญ ได้แก่

1. กุ้งคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Shrimp)

มุ่งเน้นกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก (SDGs) และลดผลกระทบจากมาตรการภาษีคาร์บอน

2. นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล

นำเทคนิคการจัดการฟาร์มที่ทันสมัยและพลังงานทางเลือกมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน

3. ระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ

เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคระบาดและเพิ่มผลผลิตอย่างยั่งยืน

4. การวิจัยและพัฒนา

เน้นการพัฒนาสายพันธุ์กุ้งที่ทนทานต่อโรคและมีคุณภาพสูงขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากกรมประมงในด้านการวิจัยสายพันธุ์และจุลินทรีย์

5. บูรณาการ ”Team Thailand”

ความร่วมมือระหว่างเกษตรกร ภาครัฐ และเอกชน เพื่อสร้างอำนาจต่อรองและเปิดตลาดใหม่ในเวทีโลก

กิจกรรมภายในงาน

งานวันกุ้งตรังครั้งที่ 3 จัดขึ้นอย่างคึกคักด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย ได้แก่

  1. กิจกรรมวิ่งกินกุ้ง - ส่งเสริมการบริโภคกุ้งภายในประเทศและสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้บริโภค มีผู้เข้าร่วมนับพันคน
  2. การแข่งขันกีฬาฟุตบอล - เชื่อมความสัมพันธ์และสร้างความสามัคคีในวงการอุตสาหกรรมกุ้ง
  3. สัมมนาวิชาการ - ถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ กรมประมง และผู้ประกอบการ
  4. นิทรรศการและการแสดงสินค้า - เวทีแสดงนวัตกรรมและปัจจัยการผลิตจากบริษัทชั้นนำกว่า 49 หน่วยงาน

การกล่าวเปิดพิธีการ

ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เน้นย้ำถึงศักยภาพของตรังในฐานะ ”เมืองอาหารอร่อย” และแหล่งท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่น พร้อมให้กำลังใจเกษตรกรให้ยืนหยัดสู้กับปัญหา โดยมีภาครัฐพร้อมสนับสนุนเต็มที่

ประธานสหกรณ์ฯ กล่าวขอบคุณความร่วมมือของสมาชิกที่ช่วยให้สหกรณ์ผ่านพ้นวิกฤตและมีความเข้มแข็ง จนสามารถดำเนินธุรกิจเพื่อลดต้นทุนให้แก่สมาชิกอย่างเป็นรูปธรรม

อธิบดีกรมประมง ยืนยันว่ากุ้งตรังเป็นต้นแบบของการเพาะเลี้ยงกุ้งที่ทันสมัยและยั่งยืน โดยกรมประมงพร้อมสนับสนุนด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์กุ้งไทยในตลาดโลกให้สง่างามและเป็นที่ยอมรับ

งานวันกุ้งตรังครั้งที่ 3 สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้งไทยสู่ความยั่งยืน ด้วยการผสานความรู้ เทคโนโลยี และความร่วมมือ เพื่อยกระดับกุ้งไทยให้ก้าวสู่เวทีโลกอย่างมั่นคงและภาคภูมิใจ