สัมมนา

   เมื่อ : 20 ม.ค. 2569

ผสานความคิด ก้าวข้ามวิกฤตการเลี้ยงกุ้ง ด้วยปรัชญา ”เพื่อนช่วยเพื่อน”

จากงานเสวนา ”ผสานความคิด ช่วยเพื่อพ้นวิกฤต เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” ในงานวันกุ้งท่าทอง ครั้งที่ 4 ได้ถอดบทเรียนสำคัญจากผู้เชี่ยวชาญและเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่ เผยแนวทางการปรับตัวรับมือวิกฤตด้วยเทคโนโลยีจุลินทรีย์ การจัดการโรค และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ


ความสำเร็จไม่ได้วัดที่ขนาดฟาร์ม แต่อยู่ที่การปรับตัว

ในยุคที่อุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งเผชิญวิกฤต วิทยากร กล่าวว่า กุญแจสำคัญคือ ”การปรับตัวให้เหมาะสมกับบริบทของตนเอง” และการมีสติในการแก้ปัญหา โดยเน้นย้ำ 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ การจัดการจุลินทรีย์ การป้องกันโรคเชิงรุก กลยุทธ์การเลี้ยงแบบหนาแน่นสูง และปรัชญา ”เพื่อนช่วยเพื่อน”


จุลินทรีย์ EM กับยีสต์ ตัวช่วยสำคัญในการเลี้ยงกุ้ง

วิทยากร อธิบายว่า จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ (EM) ประกอบด้วย 5 กลุ่มหลัก คือ จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง จุลินทรีย์ผลิตกรดแลคติก จุลินทรีย์ตรึงไนโตรเจน แอคติโนไมซีส และยีสต์

โดยเฉพาะยีสต์ที่มีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งโปรตีนและวิตามินบีสูง ช่วยควบคุมเชื้อโรค และสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ทำปฏิกิริยากับปูนกลายเป็นแคลเซียมไบคาร์บอเนต อย่างไรก็ตาม ต้องเลือกใช้ยีสต์ชนิดที่ไม่สร้างแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันอันตรายต่อตับกุ้ง

สูตรแก้ปัญหากุ้งแกร็น ใช้ EM 10 ลิตร กากน้ำตาล 4 กิโลกรัม นมเปรี้ยว (บีทาเก้น) 1 ขวด และน้ำ 200 ลิตร หมักอย่างน้อย 3 วัน แล้วนำไปลงบ่อครั้งละ 30-50 ลิตร


จำแนกโรคจากบาดแผล แก้ไขตรงจุด

วิทยากร แนะนำให้สังเกตตำแหน่งแผลเพื่อวินิจฉัยสาเหตุ หากพบแผลบริเวณแพนหางแสดงว่าพื้นบ่อสกปรก ต้องทำความสะอาด ส่วนแผลบริเวณโคนหางมักเกิดจากซู (Zoothamnium) มาเกาะ ต้องใส่ยาฆ่าเชื้อรา แผลข้างลำตัวเกิดจากกุ้งหนาแน่นเกินไปจนวิ่งชนกัน ควรถ่ายน้ำหรือเพิ่มปริมาณน้ำ ส่วนแผลสีส้มบริเวณหลังเป็นอาการรุนแรงคล้าย EMS


รับมือ EMS และอาการ ”กินไปร่วงไป”

เมื่อพบอาการกุ้งดีดตัวขึ้นผิวน้ำ ใส่เกลียว 3 รอบแล้วจมลงตายทันที ให้ใส่ Potassium Peroxymonosulfate เพื่อฆ่าเชื้อ หลังจากนั้น 6 ชั่วโมงให้เติมยีสต์ 100 กรัมต่อไร่ หมักกับกากน้ำตาล 3 กก. และน้ำ 100 ลิตร หมัก 6 ชั่วโมง หรือใช้ Bacillus licheniformis หมัก 24 ชั่วโมง ลงพร้อมน้ำตาลทราย 2 กก.ต่อไร่


นวัตกรรมปู PE 50% ลดโรคขี้ขาว

วิทยากรเกษตรกรผู้ประสบความสำเร็จ แนะนำกลยุทธ์การปู PE เพียงครึ่งบ่อ โดยปูเฉพาะบริเวณด้านตื้นที่เป็นจุดให้อาหาร เพื่อลดการที่กุ้งคุ้ยดินจนเกิดตะกอนฟุ้งกระจาย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคขี้ขาว

พร้อมกับนั้นให้เน้นอาหารโปรตีนสูงและเดินอาหารหนักในช่วงเย็น 18:00-19:00 น. เพื่อลดพฤติกรรมการคุ้ยพื้นบ่อ และไม่จำเป็นต้องรอให้กุ้งขนาดใหญ่ หากราคาเหมาะสมและได้กำไรที่พอใจ ควรจับเพื่อลดความเสี่ยง


ระบบไม่ดูดเลน ใช้จุลินทรีย์ควบคุม

สำหรับระบบไม่ดูดเลน ใช้หลักการให้จุลินทรีย์ปริมาณสูงควบคุมเชื้อและย่อยของเสียแทนการดูดเลน เมื่อปริมาณอาหารสะสมเกิน 2.5 ตันต่อไร่ ต้องเพิ่มโดสจุลินทรีย์เป็นเท่าตัว อาจใช้สูงถึง 2000 ลิตรต่อวัน เพื่อคุมเชื้อให้ทันกับปริมาณของเสีย


เฝ้าระวังโรคขี้ขาวตั้งแต่สัญญาณเตือน

วิทยากรเตือนว่า โรคขี้ขาวไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่มีสัญญาณเตือนคือพบตะกอนแขวนลอยจำนวนมากติดต่อกัน 3-4 วัน และตับกุ้งเริ่มผอมลง ตามมาด้วยลำไส้อักเสบ สังเกตได้จากการบีบลำไส้ลงบนทิชชู่แล้วเห็นสีแดงเข้มเหมือนเลือด

วิธีป้องกันสปอร์ EHP/ESP ตากบ่อให้แห้งที่อุณหภูมิ 33 องศาเซลเซียส 10 วัน หรือใช้ปูนร้อนฉีดพ่นพื้นบ่อเพื่อปรับ pH ให้สูงกว่า 9

สูตรบำรุงลำไส้ ใช้จุลินทรีย์แลคโตบาซิรัสผสมกับนมสดอัตราส่วน 1:1 หมัก 24 ชั่วโมง แล้วนำไปคลุกอาหาร 700 ซีซี ต่ออาหาร 2 กระสอบ เพื่อบล็อกอาการลำไส้อักเสบ

หากเริ่มพบขี้ขาว 5-10 เส้น ให้ใช้คลอรีน 300 กรัมต่อไร่ ใส่บริเวณหลุมกลางเลนเพื่อยับยั้งการแพร่กระจาย


เคล็ดลับไล่นกกาแดงด้วยต้นทุนต่ำ

วิทยากร แนะนำวิธีป้องกันนกกาแดงโดยไม่ต้องขึงอวนกันนกทั้งบ่อ ใช้ลูกทุ่นสีขาวลูกละประมาณ 5 บาท ผูกเชือกวางเป็นแนวในบ่อ นกจะเข้าใจผิดว่าเป็นแนวอวนลากทะเลจึงไม่กล้าโฉบลงมา ช่วยลดต้นทุนและปัญหาใบพัดตีน้ำพันอวน


ปรัชญา ”เพื่อนช่วยเพื่อน” หัวใจของความยั่งยืน

การเสวนาสรุปว่า ความสำเร็จที่ยั่งยืนไม่ได้มาจากสูตรสำเร็จรูปจากภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการวิเคราะห์ตนเอง เข้าใจสภาพดิน น้ำ และพละกำลังของตนเองก่อนเลือกใช้ระบบของผู้อื่น

การแลกเปลี่ยนข้อมูลจริงด้วยความจริงใจระหว่างเกษตรกรช่วยให้เห็นข้อผิดพลาดและวิธีการแก้ปัญหาที่ใช้งานได้จริง และที่สำคัญคือการรักษาสติ เพื่อนในเครือข่ายจะทำหน้าที่เป็นผู้เตือนสติในยามวิกฤต ซึ่งสำคัญกว่าความรู้ทางทฤษฎีในยามที่เกษตรกรเกิดความเครียด

ดังคำกล่าวที่ว่า ”ความรู้อาจจะท่วมหัวแต่เอาตัวไม่รอดในยามขาดสติ” การมีเพื่อนคอยช่วยเหลือและเตือนสติจึงเป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จในอุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งอย่างแท้จริง


ที่มา : เสวนางานวันกุ้งท่าทอง ครั้งที่ 4