สัมมนา
ความยั่งยืนของอุตสาหกรรมกุ้งไทย โดย ไทยยูเนียน
ความยั่งยืนของอุตสาหกรรมกุ้งไทย โดยไทยยูเนียน
อุตสาหกรรมกุ้งไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญภายใต้กระแสความยั่งยืนระดับโลก บริษัท ไทยยูเนียน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศกลยุทธ์ SeaChange 2030 เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมอาหารทะเลให้ยั่งยืนทั้งในมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และสิทธิแรงงาน โดยมีเป้าหมายหลักคือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 และการจัดหากุ้งจากแหล่งผลิตที่ได้รับมาตรฐานสากล 100% ภายในปี 2030
ประเด็นสำคัญที่ภาคส่วนต่าง ๆ ต้องเร่งปรับตัวประกอบด้วยการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ซึ่งกว่า 88% มาจากกระบวนการผลิตอาหารสัตว์และกิจกรรมภายในฟาร์ม นอกจากนี้ การใช้พลังงานสะอาดผ่านระบบโซลาร์เซลล์ (Solar Energy) ได้กลายเป็น ”อาวุธ” สำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ค้าปลีกรายใหญ่ในสหรัฐอเมริกาและยุโรปที่เริ่มกำหนดเกณฑ์การรับซื้อสินค้าคาร์บอนต่ำอย่างเข้มงวด
1. กลยุทธ์ SeaChange 2030 และพันธกิจด้านกุ้ง
ไทยยูเนียนดำเนินกลยุทธ์ความยั่งยืนครอบคลุม 11 ด้าน โดยมีพันธกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมกุ้งโดยตรง 2 ประการหลัก ซึ่งตั้งเป้าหมายไว้ที่ปี 2030 ดังนี้:
การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างมีความรับผิดชอบ
- มาตรฐานสากล: กุ้ง 100% จะต้องมาจากฟาร์มที่ได้รับมาตรฐาน ASC หรือ BAP หรืออยู่ในโครงการพัฒนาฟาร์ม (Farm Improvement Program) ภายในปี 2030
- อาหารกุ้งที่ยั่งยืน: อาหารกุ้งที่ใช้ต้องผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Feed) ปัจจุบันอยู่ที่ 15% และตั้งเป้าให้ถึง 100% ในปี 2030
- การตรวจสอบย้อนกลับ: ต้องสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับไปได้ถึงระดับฟาร์ม (Traceability) เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยของอาหาร
- สิทธิแรงงาน: ฟาร์มต้องเป็นสถานที่ทำงานที่ปลอดภัย เคารพสิทธิแรงงาน ไม่ใช้แรงงานเด็ก และไม่มีแรงงานบังคับ โดยไทยยูเนียนมีนโยบาย ”ลดภาระแรงงานขัดหนี้” ซึ่งบริษัทจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทำเอกสารและใบอนุญาตทำงานให้แรงงานต่างด้าวทั้งหมด 100%
2. การผลิตอาหารกุ้งที่มีความรับผิดชอบ (Responsible Feed)
โรงงานผลิตอาหารสัตว์น้ำในเครือไทยยูเนียน (TFM) ได้รับการรับรองมาตรฐาน ASC Feed เป็นแห่งแรกในทวีปเอเชีย ซึ่งมีเกณฑ์การตัดสินที่สำคัญดังนี้:
- ด้านสังคม: ดูแลสิทธิแรงงานตลอดห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงในเรือประมงที่จับปลามาทำปลาป่น
- ด้านสิ่งแวดล้อม:
- วัตถุดิบทางการเกษตร เช่น กากถั่วเหลือง ต้องไม่ได้มาจากการตัดไม้ทำลายป่า
- ปลาป่นต้องมาจากการประมงที่ถูกกฎหมาย (Non-IUU) มีการรายงานและควบคุมอย่างถูกต้อง
3. โครงการกุ้งคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Shrimp)
ปัญหาภาวะโลกร้อนส่งผลให้ตลาดโลกเพ่งเล็งสินค้ากุ้งเนื่องจากมีคาร์บอนฟุตพริ้นท์เฉลี่ยสูงถึง 13 กิโลกรัมต่อกุ้ง 1 กิโลกรัม ซึ่งสูงกว่าสัตว์น้ำชนิดอื่นในเอเชีย
แหล่งที่มาของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่การผลิตกุ้ง
| กิจกรรม | สัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจก | รายละเอียด |
| การผลิตอาหารกุ้ง | 41% | การใช้เชื้อเพลิงของเรือประมง การปลูกถั่วเหลือง |
| กิจกรรมภายในฟาร์ม | 47% | การใช้ไฟฟ้าสำหรับเครื่องตีน้ำ (Aerators) |
| โรงงานแปรรูปและอื่น ๆ | 12% | กระบวนการในโรงงานและการขนส่ง |
เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก
- ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 42% ภายในปี 2030
- มุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจก สุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050
- ปัจจุบันไทยยูเนียนประสบความสำเร็จในการส่งออกกุ้งคาร์บอนต่ำให้แก่ห้างค้าปลีกชั้นนำอย่าง Whole Foods และ Ahold Delhaize ในสหรัฐอเมริกา
4. พลังงานสะอาด: ทางเลือกและการลงทุนสำหรับเกษตรกร
ไทยยูเนียนร่วมมือกับพันธมิตร (Chow Energy) เพื่อสนับสนุนให้ฟาร์มกุ้งเข้าถึงพลังงานสะอาดผ่านระบบโซลาร์เซลล์ โดยมีโมเดลการลงทุนที่ช่วยลดภาระของเกษตรกร ดังนี้:
รูปแบบสัญญาการลงทุน (Worry-Free Model)
บริษัทพันธมิตรจะเป็นผู้ลงทุนติดตั้งระบบให้ 100% โดยเกษตรกรไม่ต้องควักเงินทุนเอง และมีเงื่อนไขดังนี้:
| ประเภทผู้สมัคร | ปีที่ 1 - 2 | ปีที่ 3 - 10 | หลังจากปีที่ 11 |
| นิติบุคคล (บริษัท) | ส่วนลดค่าไฟ 10% | ส่วนลดค่าไฟ 10% | ยกกระบบให้ฟาร์มฟรี |
| บุคคลธรรมดา | ส่วนลดค่าไฟ 5% | ส่วนลดค่าไฟ 10% | ยกกระบบให้ฟาร์มฟรี |
ข้อดีของระบบโซลาร์เซลล์ในฟาร์มกุ้ง
- ประหยัดต้นทุน: เช่น ระบบขนาด 120 กิโลวัตต์ สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ประมาณ 10 ล้านบาท ตลอดอายุการใช้งาน 25 ปี
- การดูแลรักษา: มีระบบ Monitoring ผ่านมือถือ และทีมงานดูแลบำรุงรักษา (O&M) ฟรีตลอดอายุสัญญา
- ความทนทาน: แผงโซลาร์เซลล์คุณภาพสูงมีค่าเสื่อมประสิทธิภาพ (Degradation) ต่ำกว่า 0.5% ต่อปี
5. การปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในตลาดโลก
วิทยากรได้ให้ทัศนะว่าการทำความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องทำทั้งห่วงโซ่อุปทาน (Total Value Chain) โดยแนวทางที่ฟาร์มกุ้งควรเริ่มทำทันทีคือ:
- การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร: เลี้ยงกุ้งให้ได้ผลผลิตเท่าเดิมแต่ใช้ทรัพยากรน้อยลง เช่น การบริหารจัดการอาหารกุ้งไม่ให้เหลือทิ้ง และการเปิด-ปิดเครื่องตีน้ำอย่างเหมาะสม
- การปรับปรุงสู่มาตรฐานสากล: เร่งปรับปรุงฟาร์มให้เข้าสู่มาตรฐาน ASC หรือ BAP เพื่อเป็นใบเบิกทางสู่ตลาดระดับบน
- การติดตามนโยบายภาครัฐ: รัฐบาลควรมีมาตรการจูงใจ (Incentive) หรือการสนับสนุนที่ทำให้เกษตรกรเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น
- การเรียนรู้จากคู่แข่ง: ประเทศคู่แข่งอย่างเอกวาดอร์มีการปรับตัวสูงมาก โดยเริ่มใช้พลังงานสะอาดในเครื่องตีน้ำและเครื่องให้อาหารอัตโนมัติ (Auto-feeder) ทั่วทั้งประเทศเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มภาพลักษณ์ด้านความยั่งยืน
”การทำกุ้งให้เป็นคาร์บอนต่ำ จะเป็นเหมือนอาวุธสำคัญที่เหนือกว่ามาตรฐาน BAP หรือ ASC เพราะเป็นสิ่งที่ลูกค้ากลุ่มห้างค้าปลีกทั่วโลกกำลังต้องการเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของเขาเช่นกัน” - ปราชญ์ เกิดไพโรจน์ Director of Sustainability (Thai Union Group)
ที่มา:งานสัตว์น้ำไทย2025
