วิชาการ
วิกฤตความร้อนทะลุ 40 องศาฯ เขย่าฟาร์มกุ้งไทย เตือนระวัง ”ขี้ขาว”
วิกฤตความร้อนทะลุ 40 องศาฯ เขย่าฟาร์มกุ้งไทย เตือนระวัง ”ขี้ขาว” ระบาดหนัก หลังพบกุ้งกินอาหารลดลง-สุขภาพทรุด
ปรากฏการณ์คลื่นความร้อน (Heatwave) ที่พัดปกคลุมทั่วภูมิภาคส่งผลให้อุณหภูมิผิวน้ำในบ่อเลี้ยงกุ้งพุ่งสูงเกินขีดจำกัด กระทบต่อระบบทางเดินอาหารและการกินของกุ้งโดยตรง ผู้เชี่ยวชาญเตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคขี้ขาว (WFD) และสภาวะอ๊อกซิเจนต่ำในช่วงกลางคืน พร้อมแนะปรับสูตรการจัดการอาหารทันทีเพื่อลดความสูญเสีย
รายงานพิเศษ: รับมือวิกฤตสภาพอากาศสุดขั้วในอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ
สถานการณ์สภาพอากาศในช่วงปลายเดือนเมษายน 2026 ยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอุณหภูมิอากาศที่ขยับสูงขึ้นเกินกว่า 40 องศาเซลเซียส ในหลายพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสำคัญ ส่งผลให้อุณหภูมิภายในบ่อเลี้ยงพุ่งสูงสะสมในช่วงบ่าย ซึ่งเป็นระดับที่เกินเกณฑ์มาตรฐานสำหรับการเจริญเติบโตของกุ้งขาวแวนนาไม (Vanamei) และกุ้งกุลาดำ
เมื่อกุ้ง ”เครียด” จากความร้อน
จากการตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจาก Aquaculture Magazine ระบุว่าเมื่ออุณหภูมิน้ำขยับสูงเกิน 32-33 องศาเซลเซียส กุ้งจะมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด คือ การกินอาหารลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานผิดปกติ ความเครียดจากความร้อน (Heat Stress) ไม่เพียงแต่ทำให้กุ้งโตช้า แต่ยังส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เปิดโอกาสให้แบคทีเรียกลุ่ม Vibrio เข้าโจมตีทางเดินอาหารจนเกิดเป็น โรคขี้ขาว (White Feces Disease) ซึ่งเป็นฝันร้ายของเกษตรกร
วิเคราะห์ผลกระทบและกลไกการเกิดโรค
ในช่วงอากาศร้อนจัด อัตราการย่อยสลายสารอินทรีย์ที่ก้นบ่อจะเกิดขึ้นเร็วมาก ส่งผลให้ค่าก๊าซแอมโมเนียและไนไตรท์พุ่งสูงขึ้น ประกอบกับปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ (DO) ที่ลดต่ำลงตามกฎทางฟิสิกส์ (น้ำร้อนกักเก็บออกซิเจนได้น้อยกว่าน้ำเย็น) ทำให้กุ้งต้องเผชิญกับสภาวะก้นบ่อเน่าเสียและอากาศไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงเวลา 02.00 - 05.00 น. ซึ่งเป็นช่วงวิกฤตที่ค่า DO อาจต่ำกว่า 4 ppm หากไม่มีการจัดการเครื่องตีน้ำที่เพียงพอ
แนวทางรับมือ
เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นเป็นวงกว้าง แนะนำดังนี้
กลยุทธ์การให้อาหาร: เกษตรกรควรลดปริมาณอาหารลง 10-20% ในมื้อที่มีอุณหภูมิสูงสุด (ช่วงเวลา 11.00 - 15.00 น.) เพื่อป้องกันอาหารเหลือเน่าเสียที่ก้นบ่อ และควรเสริมวิตามินซี หรือสารเสริมภูมิคุ้มกันเข้าไปในอาหารมื้อเช้าที่อากาศยังเย็นอยู่
การจัดการออกซิเจน: เพิ่มชั่วโมงการทำงานของเครื่องตีน้ำ หรือติดตั้งอุปกรณ์เติมอากาศเพิ่มเติม เพื่อรักษาค่าออกซิเจนให้คงที่ 4-5 ppm ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะการปั่นน้ำเพื่อลดการแบ่งชั้นของอุณหภูมิน้ำ (Thermal Stratification)
การควบคุมความเค็ม: ในช่วงแดดจัดน้ำจะระเหยเร็ว ความเค็มในบ่อจะพุ่งสูงขึ้น เกษตรกรควรทยอยเติมน้ำจืดเพื่อรักษาสมดุลไม่ให้กุ้งช็อก
สรุปประเด็นสำคัญ
อุณหภูมิน้ำพุ่ง: ความร้อนเกิน 40°C ทำให้น้ำในบ่อร้อนเกินขีดจำกัด กุ้งเครียดจัดและกินอาหารลดลง
ระวังโรคขี้ขาว: ความร้อนสะสมเป็นปัจจัยเร่งให้แบคทีเรียในลำไส้กุ้งผิดปกติ จนเกิดโรคขี้ขาวระบาด
ปรับการให้อาหาร: แนะนำลดอาหาร 10-20% มื้อบ่าย เพื่อลดของเสียสะสมก้นบ่อ
เติมอากาศด่วน: ต้องคุมค่าออกซิเจน (DO) ไม่ให้ต่ำกว่า 4 ppm ในช่วงกลางคืนเพื่อพยุงชีวิตกุ้ง
เสริมภูมิ: การใส่สารเสริมภูมิคุ้มกันและวิตามินช่วยให้กุ้งทนทานต่อสภาวะอากาศสุดขั้วได้ดีขึ้น
#เลี้ยงกุ้ง #คลื่นความร้อน2026 #Heatwave #โรคขี้ขาว #ประมงไทย #กุ้งขาว #เกษตรกร #เตือนภัยการเกษตร #Aquaculture #ข่าวเกษตร #อุตสาหกรรมกุ้ง #ClimateChange #กุ้งไทย #การจัดการบ่อกุ้ง
แหล่งที่มา
Aquaculture Magazine Official Website (April 27 2026)
[กรมประมง - รายงานสภาวะอากาศและเตือนภัยผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ]
[Network of Aquaculture Centres in Asia-Pacific (NACA)]
