วิชาการ

   เมื่อ : 27 มิ.ย. 2569

เจาะลึกนวัตกรรมอาหารพฤกษเคมี: “เคอร์คูมิน” จากขมิ้นชัน เกราะป้องกันตับกุ้งขาวแวนนาไม ในวิกฤตความเค็มดิ่งกะทันหัน


วารสารวิชาการระดับสากล Aquaculture เผยแพร่งานวิจัยนวัตกรรมการเคลือบอาหารกุ้งขาวแวนนาไมด้วยสารสกัด ”เคอร์คูมิน” จากขมิ้นชัน ซึ่งผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์ยืนยันเด่นชัดว่าสามารถช่วยลดการเกิดอนุมูลอิสระในเซลล์ตับและตับอ่อนได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กุ้งทนทานต่อภาวะความเค็มลดลงอย่างเฉียบพลัน รักษาสมดุลสารน้ำได้ดี และลดอัตราการตายเฉียบพลันในช่วงมรสุมหรือฝนตกชุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เจาะลึกนวัตกรรมอาหารพฤกษเคมี: “เคอร์คูมิน” จากขมิ้นชัน เกราะป้องกันตับกุ้งขาวแวนนาไม ในวิกฤตความเค็มดิ่งกะทันหัน

​ความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศและปรากฏการณ์ฝนตกหนักในช่วงฤดูฝน ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม (Litopenaeus vannamei) ในประเทศไทย เมื่อปริมาณน้ำฝนจำนวนมากไหลหลากลงสู่บ่อเลี้ยงอย่างรวดเร็ว จะส่งผลให้ค่าความเค็มและอุณหภูมิของน้ำแกว่งตัวดิ่งลงอย่างเฉียบพลัน (Acute Low-Salinity Stress) ภาวะนี้ทำให้อุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งต้องเผชิญกับความสูญเสียทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงจากการที่กุ้งเกิดความเครียดอย่างหนัก ร่างกายสูญเสียสมดุลสารน้ำ เนื้อเยื่อตับและตับอ่อนถูกทำลาย และนำไปสู่การติดเชื้อหรือทยอยตายยกรังในที่สุด

​ล่าสุด รายงานวิจัยฉบับใหม่ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับโลกอย่าง Aquaculture (เผยแพร่ผ่านฐานข้อมูล ScienceDirect) ได้เปิดเผยความสำเร็จในการประยุกต์ใช้สารสกัดจากธรรมชาติเพื่อบรรเทาปัญหานี้ โดยเป็นการศึกษาผลของการเสริมสาร ”เคอร์คูมิน” (Curcumin) ซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีกลุ่มฟีนอลิกธรรมชาติที่สกัดได้จากขมิ้นชัน ลงในสูตรอาหารกุ้งขาวแวนนาไมที่ต้องเผชิญกับภาวะความเค็มต่ำเฉียบพลัน

​จากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกผ่านเทคโนโลยีการติดตามผลตัวชี้วัดทางชีวภาพของระบบต้านอนุมูลอิสระในเนื้อเยื่อกุ้ง (Antioxidant Biomarker Mapping) คณะนักวิจัยได้ทำการจำลองสภาวะแวดล้อมที่ความเค็มลดลงอย่างรวดเร็ว ผลการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ชี้ชัดว่า กุ้งกลุ่มที่กินอาหารผสมสารเคอร์คูมินภายใต้เทคนิคการกระจายสารอาหารอนุภาคเล็ก (Phytogenic Feed Additive Micro-inclusion) มีอัตราการเกิดอนุมูลอิสระ (Reactive Oxygen Species: ROS) ในเซลล์ตับและตับอ่อน (Hepatopancreas) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับกุ้งกลุ่มควบคุมที่ได้รับอาหารสูตรปกติ


​กลไกดังกล่าวส่งผลให้เนื้อเยื่อตับและตับอ่อนของกุ้ง ซึ่งเป็นอวัยวะหลักในการสร้างภูมิคุ้มกันและสะสมพลังงาน ไม่ถูกทำลายจากความเครียดออกซิเดชัน (Oxidative Stress) กุ้งจึงสามารถคงประสิทธิภาพในการรักษาสมดุลสารน้ำและแร่ธาตุในร่างกาย (Osmoregulation) เอาไว้ได้ ทำให้กุ้งยังคงกินอาหารได้อย่างต่อเนื่อง มีอัตราการเจริญเติบโตที่ดี และมีอัตราการรอดชีวิตสูงขึ้นอย่างเด่นชัดแม้ในสภาวะค่าน้ำแกว่งตัวรุนแรง


วิเคราะห์ผลกระทบและโอกาสต่ออุตสาหกรรมกุ้งไทย

​สำหรับที่มาของงานวิจัยชิ้นนี้ แม้ในตัวบทความวิชาการต้นฉบับจะมาจากสถาบันวิจัยชั้นนำด้านสัตว์น้ำในต่างประเทศ (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มความร่วมมือของมหาวิทยาลัยและศูนย์วิจัยสัตว์น้ำในภูมิภาคเอเชีย เช่น จีน และอินเดีย ที่มีการเลี้ยงกุ้งขาวในระบบความเค็มต่ำอย่างแพร่หลาย) แต่องค์ความรู้นี้กลับสร้างผลกระทบเชิงบวกและสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งของไทยได้อย่างลงตัวที่สุด

​ขมิ้นชันถือเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการปลูกและจัดหาได้ในราคาประหยัด การที่งานวิจัยระดับสากลให้การรับรองผลลัพธ์ทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรม จะช่วยเปลี่ยนผ่านความเชื่อแบบดั้งเดิมไปสู่กระบวนการจัดการฟาร์มที่แม่นยำ เกษตรกรไทยสามารถนำสารสกัดขมิ้นชันมาปรับใช้เป็นสูตรเคลือบอาหารในฟาร์มเพื่อสร้างเกราะป้องกันตับกุ้งในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวน ช่วยลดการพึ่งพายาสารเคมีนำเข้า และตอบโจทย์เทรนด์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำปลอดภัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูขีดความสามารถการแข่งขันของกุ้งไทยในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน


ขอบคุณข้อมูล : วารสารวิชาการระดับสากล Aquaculture