ข่าวน่าติดตาม
“ช็อกกุ้งก่อนน็อก” มาตรฐานใหม่กำลังมา ผู้ผลิตกุ้งไทยต้องเตรียมรับเงื่อนไขสวัสดิภาพสัตว์จากตลาดโลก
“ช็อกกุ้งก่อนน็อก” มาตรฐานใหม่กำลังมา
ผู้ผลิตกุ้งไทยต้องเตรียมรับเงื่อนไขสวัสดิภาพสัตว์จากตลาดโลก
แนวคิดเรื่อง “การฆ่ากุ้งอย่างมีมนุษยธรรม” หรือการทำให้กุ้งหมดสติก่อนฆ่า กำลังเปลี่ยนจากประเด็นเฉพาะกลุ่มไปเป็นความคาดหวังใหม่ของตลาดกุ้งโลก โดยเฉพาะตลาดยุโรปและสหราชอาณาจักร ซึ่งผู้ค้าปลีก ผู้ตรวจรับรอง และผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพกุ้งตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่ฟาร์มจนถึงขั้นตอนจับและแปรรูป
Krzysztof Wojtas Ph.D. จาก Shrimp Welfare Project ให้สัมภาษณ์ ว่า การฆ่าสัตว์อย่างมีมนุษยธรรมหมายถึง การทำให้สัตว์หมดสติและไม่สามารถรับรู้ความเจ็บปวดได้อย่างรวดเร็วก่อนเข้าสู่กระบวนการฆ่า โดยภาวะหมดสตินั้นต้องคงอยู่จนกระทั่งสัตว์ตาย
ปัจจุบันกุ้งเลี้ยงส่วนใหญ่ทั่วโลกยังถูกนำลงในน้ำผสมน้ำแข็ง หรือปล่อยให้อยู่พ้นน้ำจนขาดอากาศ ซึ่งอาจใช้เวลาหลายนาทีหรืออาจนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและวิธีปฏิบัติ จึงถูกตั้งคำถามมากขึ้นทั้งในด้านสวัสดิภาพสัตว์และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
ช็อกด้วยไฟฟ้า หมดสติภายใน 1–2 วินาที
จากการประเมินวิธีจับและวิธีฆ่ากุ้งในฟาร์มหลายประเทศ Shrimp Welfare Project มองว่า “การทำให้กุ้งหมดสติด้วยไฟฟ้า” หรือ Electrical Stunning เป็นหนึ่งในวิธีที่มีศักยภาพและนำไปใช้จริงได้มากที่สุด
ระบบดังกล่าวสามารถทำให้กุ้งหมดสติภายในประมาณ 1–2 วินาที ก่อนนำกุ้งที่หมดสติแล้วลงสู่น้ำเย็นหรือน้ำผสมน้ำแข็งเพื่อให้ตาย โดยช่วยลดความเครียดและระยะเวลาการทรมานเมื่อเทียบกับวิธีจับแบบดั้งเดิม
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนี้ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาและเก็บข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม Shrimp Welfare Project กำลังร่วมมือกับนักวิชาการ ผู้ผลิตอุปกรณ์ และฟาร์ม เพื่อศึกษาตัวชี้วัดทางชีวภาพ ทดสอบระดับการหมดสติ และปรับค่าการใช้งานให้เหมาะสมกับชนิด ขนาดกุ้ง และรูปแบบการจับของแต่ละพื้นที่
ผลการศึกษาเบื้องต้นมีแนวโน้มที่ดี แต่ยังต้องหาคำตอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่ากระแสไฟที่เหมาะสมสำหรับกุ้งแต่ละชนิด วิธีตรวจสอบการหมดสติในภาคสนาม และระบบยืนยันผลที่ผู้ผลิตกับผู้ตรวจรับรองสามารถนำไปใช้ได้จริง ไม่ใช่เพียงเรื่องสวัสดิภาพ แต่กำลังเป็นเงื่อนไขทางการค้า เหตุผลสำคัญที่ผู้ผลิตกุ้งไม่ควรมองข้ามเรื่องนี้ คือผู้ค้าปลีกชั้นนำในยุโรปและสหราชอาณาจักรเริ่มกำหนดนโยบายจัดซื้อกุ้งที่ผ่านการทำให้หมดสติก่อนฆ่าแล้ว
ขณะให้สัมภาษณ์ มีผู้ค้าปลีกรายใหญ่ในยุโรปและสหราชอาณาจักร 11 ราย ประกาศนโยบายด้านสวัสดิภาพกุ้ง ครอบคลุมทั้งการฆ่าอย่างมีมนุษยธรรมและการไม่ใช้แม่พันธุ์ที่ถูกตัดก้านตา นโยบายเหล่านี้ครอบคลุมตลาดค้าปลีกส่วนใหญ่ในสหราชอาณาจักร และกำลังขยายไปยังประเทศอื่น ตลาดอเมริกาเหนือก็เริ่มมีการหารือในทิศทางเดียวกัน ขณะที่มาตรฐานและระบบรับรองการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเริ่มตรวจสอบขั้นตอนการจับและการฆ่ากุ้งเข้มข้นขึ้น ตัวอย่างเช่น มาตรฐานฟาร์มฉบับใหม่ของ ASC ยอมรับการทำให้กุ้งหมดสติด้วยไฟฟ้าเป็นหนึ่งในวิธีที่ใช้ได้
ดังนั้น “สวัสดิภาพกุ้ง” อาจพัฒนาเป็นคุณสมบัติสำคัญในการรักษาตลาดพรีเมียม สร้างความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ และแสดงความรับผิดชอบตามนโยบาย ESG ของผู้ซื้อ ผู้ผลิตที่ปรับตัวก่อนจึงอาจได้เปรียบในการรักษาความสัมพันธ์กับผู้ซื้อรายใหญ่ เตรียมพร้อมก่อนกฎระเบียบและมาตรฐานรับรองเปลี่ยนแปลง รวมถึงสะสมประสบการณ์ด้านสวัสดิภาพสัตว์ซึ่งจะมีคุณค่าในระยะยาว
ติดตั้งเครื่องอย่างเดียวไม่พอ ต้องออกแบบระบบจับใหม่
ประสบการณ์จากโครงการ Humane Slaughter Initiative ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2565 พบว่า เครื่องช็อกกุ้งด้วยไฟฟ้าจะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อเชื่อมต่อกับระบบจับที่มีความต่อเนื่องและควบคุมปริมาณกุ้งได้สม่ำเสมอ เครื่องจับหรือระบบลำเลียงที่ออกแบบดีจะช่วยส่งกุ้งเข้าสู่เครื่องในอัตราที่เหมาะสม ทำให้การช็อกมีประสิทธิภาพและได้ผลสม่ำเสมอมากขึ้น
หลักสำคัญของกระบวนการจับที่คำนึงถึงสวัสดิภาพกุ้ง ได้แก่
- ลดการจับต้องและลดเวลาที่กุ้งอยู่นอกน้ำก่อนช็อก
- หลีกเลี่ยงการอัดแน่น การกดทับ และการบดเบียด
- ทำให้กุ้งหมดสติอย่างรวดเร็วทันที
- ควบคุมไม่ให้กุ้งฟื้นคืนสติก่อนตาย
- ออกแบบอัตราการไหลของกุ้งให้เหมาะกับกำลังของเครื่อง
- ตรวจสอบอุณหภูมิและการจัดการหลังการช็อกอย่างสม่ำเสมอ
ไม่มีเครื่องช็อกกุ้งรุ่นใดที่เหมาะกับทุกฟาร์ม เนื่องจากแต่ละแห่งมีข้อจำกัดแตกต่างกัน ทั้งกำลังการผลิต รูปแบบบ่อ ถนนบนคันบ่อ จุดจับกุ้ง ระบบลำเลียง และสถานที่แปรรูป ผู้ผลิตจึงต้องปรับระบบให้เหมาะกับสภาพการทำงานจริง ไม่ใช่เพียงซื้อเครื่องมาติดตั้งแล้วจบ
ฟาร์มขนาดเล็กยังเป็นโจทย์สำคัญ
ฟาร์มขนาดกลางและขนาดใหญ่ซึ่งมีระบบจับแบบรวมศูนย์สามารถนำเครื่องช็อกไฟฟ้ามาเชื่อมต่อกับสายการจับได้ง่ายกว่า แต่สำหรับเกษตรกรรายย่อย โดยเฉพาะฟาร์มที่มีคันบ่อแคบหรือไม่สามารถเคลื่อนย้ายเครื่องไปได้ทุกบ่อ การลงทุนและการจัดการอาจยังเป็นอุปสรรคสำคัญ Shrimp Welfare Project จึงกำลังศึกษาวิธีอื่นที่อ้างอิงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ รวมถึงการพัฒนามาตรฐานการใช้น้ำเย็นผสมน้ำแข็งให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
คำว่า “น้ำผสมน้ำแข็ง” ในปัจจุบันครอบคลุมวิธีปฏิบัติที่แตกต่างกันมาก ตั้งแต่ระบบที่ควบคุมอุณหภูมิอย่างแม่นยำ ใช้น้ำแข็งละเอียดและรักษาอุณหภูมิให้ต่ำอย่างคงที่ ไปจนถึงการใส่น้ำแข็งก้อนใหญ่ลงในภาชนะ ซึ่งอุณหภูมิอาจยังไม่ต่ำเพียงพอ โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่การกำหนดสัดส่วน อุณหภูมิ ระยะเวลา และวิธีตรวจสอบที่ชัดเจน เพื่อทำให้กุ้งหมดสติอย่างรวดเร็วและไม่ฟื้นขึ้นมาอีก
แจกเครื่องช็อกฟรี พร้อมสนับสนุนการติดตั้ง
ภายใต้โครงการ Humane Slaughter Initiative ทาง Shrimp Welfare Project สนับสนุนเครื่องช็อกกุ้งด้วยไฟฟ้าโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแก่ผู้ผลิตขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่ผ่านเงื่อนไข พร้อมให้คำแนะนำด้านการติดตั้ง การฝึกอบรม และการออกแบบกระบวนการจับ ฟาร์มที่เข้าร่วมโดยทั่วไปต้องมีความพร้อมใช้เครื่องในระดับเชิงพาณิชย์ สามารถทำให้กุ้งหมดสติก่อนฆ่าได้ประมาณ 1900–2900 ตันต่อปี
นอกจากการสนับสนุนเครื่องช็อกแล้ว องค์กรยังทำงานด้านการจัดการกุ้งก่อนและหลังช็อก การผลักดันการใช้แม่พันธุ์ที่ไม่ตัดก้านตา การพัฒนาร่วมกับผู้ค้าปลีก และโครงการช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยในอินเดีย เช่น การปรับปรุงระบบกำจัดเลนในบ่อ
เป้าหมายคือการยกระดับสวัสดิภาพกุ้งตลอดวงจรการเลี้ยง ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะขั้นตอนการฆ่าเท่านั้น อีก 3–5 ปี อาจกลายเป็นมาตรฐานปกติของอุตสาหกรรม Shrimp Welfare Project ประเมินว่า ในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า ตลาดจะมีเครื่องช็อกกุ้งให้เลือกหลากหลายขึ้น รวมถึงรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับฟาร์มขนาดเล็กและรูปแบบการจับที่แตกต่างกัน ขณะเดียวกัน ผู้ซื้อและหน่วยรับรองจะต้องการระบบตรวจสอบที่น่าเชื่อถือ เพื่อยืนยันว่ากุ้งหมดสติจริงและไม่ฟื้นก่อนตาย งานวิจัยเพิ่มเติมอาจช่วยสร้างความเชื่อมโยงระหว่างสวัสดิภาพ คุณภาพสินค้า และภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้ชัดเจนขึ้น
สำหรับผู้ประกอบการไทย เรื่องนี้จึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นกระแสชั่วคราว แต่ควรติดตามในฐานะ “เงื่อนไขตลาดแห่งอนาคต” โดยเฉพาะโรงงาน ผู้ส่งออก และฟาร์มที่จำหน่ายกุ้งเข้าสู่ตลาดยุโรปและสหราชอาณาจักร สิ่งที่ควรเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ คือสอบถามผู้ซื้อว่ามีนโยบายด้านสวัสดิภาพกุ้งอย่างไร สำรวจเส้นทางการจับกุ้งตั้งแต่ปากบ่อจนถึงการลดอุณหภูมิ ประเมินจุดที่สามารถติดตั้งเครื่องช็อก และทดลองโครงการนำร่องก่อนที่ข้อกำหนดจะกลายเป็นเงื่อนไขบังคับ
การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มเครื่องจักรหนึ่งเครื่อง แต่เป็นการออกแบบกระบวนการจับกุ้งใหม่ทั้งระบบ ผู้ผลิตที่เริ่มเรียนรู้และปรับตัวก่อนย่อมมีโอกาสรักษาตลาดมูลค่าสูง และไม่ต้องเร่งแก้ไขเมื่อผู้ซื้อกำหนดเงื่อนไขอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต
ที่มา: Shrimp Insights “Humane Slaughter for Shrimp: Q&A with Shrimp Welfare Project”
