ข่าวประชาสัมพันธ์

   เมื่อ : 27 ต.ค. 2569

แนวทางฟื้นฟูบ่อกุ้งหลังน้ำลด


น้ำท่วมมักพัดพาตะกอนดินเลนเน่าเสีย ปลานักล่า เชื้อแบคทีเรีย (Vibrio ก่อโรค EMS/AHPND) สปอร์ EHP และไวรัส (WSSV) เข้ามาสะสม การลงกุ้งรอบใหม่โดยไม่ล้างระบบเสี่ยงต่อความเสียหายซ้ำซ้อนนะคะ


1. ระบายน้ำและเคลียร์สัตว์น้ำแปลกปลอม

ทำทันทีที่ระดับน้ำภายนอกลดลงต่ำกว่าคันบ่อ

สูบน้ำท่วมค้างออกจากบ่อเลี้ยงให้หมด กำจัดสัตว์น้ำพาหะ เช่น ปลาหมอคางดำ ปลานักล่า ปู และหอย ที่หลุดเข้ามากับน้ำหลาก นำไปฝังกลบหรือทำลาย ห้ามปล่อยกลับลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ


2. ลอกเลนและกำจัดตะกอนดินปากบ่อ

นำตะกอนอินทรีย์สารแปลกปลอมออกจากก้นบ่อ

ใช้เครื่องฉีดล้างเลนหรือลอกดินเลนส่วนบน (Sludge) ที่ถูกน้ำพัดพามาสะสมทิ้งออกนอกฟาร์ม ตรวจสอบซ่อมแซมคันบ่อที่แตกร้าว ท่อระบายน้ำ และติดตั้งตาข่ายกรองน้ำรอบคันบ่อป้องกันสัตว์พาหะ


3. ปรับค่า pH และฆ่าเชื้อดินก้นบ่อ

ใช้ปูนขาวปรับสภาพกรด-ด่างและตัดวงจรเชื้อโรค

ตรวจวัด pH ดินก้นบ่อ หากดินเป็นกรดจากการชะล้าง ให้หว่านปูนขาว (Calcium Oxide หรือ Hydrated Lime) อัตรา 100–200 กก./ไร่ หรือปูนโดโลไมต์ เพื่อดัน pH ดินให้อยู่ที่ 7.5–8.0 จากนั้นตากหน้าดินให้แห้งแตกระแหงลึก 2–3 นิ้ว อย่างน้อย 15–20 วัน ให้แสงแดดและรังสี UV ช่วยฆ่าเชื้อโรคและสลายก๊าซพิษ


4. ลงน้ำรอบใหม่และฆ่าเชื้อพาหะ 2 ชั้น

กรองละเอียดและกำจัดพาหะ EHP/Vibrio/WSSV

สูบน้ำเข้าบ่อพักน้ำผ่านถุงกรองตาถี่ (ความละเอียด 60–80 เมช) พักน้ำตกตะกอน 3–5 วัน จากนั้นใช้คลอรีนผง 65% อัตรา 25–30 ppm (25–30 กก./น้ำ 1000 ลบ.ม.) เปิดเครื่องตีน้ำเพื่อกระจายยาและเร่งการระเหยทิ้งไว้ 5–7 วันจนคลอรีนสลายตัวหมด ตรวจเช็กสารตกค้างก่อนเข้าสู่ขั้นตอนทำสีน้ำ


5. ลงจุลินทรีย์สร้างสมดุลและทำสีน้ำ

ยึดพื้นที่ผิวบ่อก่อนเชื้อก่อโรคเจริญ

เติมหัวเชื้อจุลินทรีย์กลุ่มบาซิลลัส (Bacillus spp.) หรือจุลินทรีย์ ปม. เพื่อคุมประชากร Vibrio ในน้ำและหน้าดิน เพาะสีน้ำให้ได้ค่าความโปร่งแสง 30–40 ซม. ตรวจสอบคุณภาพน้ำ (แอมโมเนีย ไนไตรต์ = 0 อัลคาไลน์ 120–150 ppm) ก่อนลงลูกกุ้งที่ผ่านการตรวจ PCR ปลอดเชื้อ


ข้อควรระวังสำหรับฟาร์มกุ้ง: อย่ารีบสูบน้ำเข้าเลี้ยงทันทีที่ระดับน้ำภายนอกลดลง แหล่งน้ำธรรมชาติหลังน้ำท่วมจะมีค่าสารอินทรีย์สูง ค่าความเค็มแกว่ง และมีสปอร์ของเชื้อ EHP หนาแน่น ต้องผ่านการพักน้ำและฆ่าเชื้อในบ่อพักน้ำทุกครั้ง