สัมมนา

   เมื่อ : 27 ธ.ค. 2568

”วิเคราะห์ทิศทางตลาดกุ้งไทย ปี 2569”

โดยมีตัวแทนจากโรงงานแปรรูปและห้องเย็นส่งออก มาร่วมแบ่งปันข้อมูล สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

1. สถานการณ์ตลาดกุ้งในปัจจุบันและแนวโน้มปี 2569

  1. กุ้งขาว: ตลาดค่อนข้างชะลอตัวและไปได้ช้ากว่ากุ้งชนิดอื่น
  2. กุ้งกุลาดำ: ยังคงไปได้เรื่อยๆ และมีแนวโน้มที่ดี โดยเฉพาะปีนี้ที่เกษตรกรประสบความสำเร็จในการเลี้ยงกุ้งขนาดใหญ่พิเศษ (ไซส์ 6-8 ตัวต่อกิโลกรัม) ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด

2. มาตรฐานการผลิตคือหัวใจสำคัญ

  1. ในอดีตการมีมาตรฐาน มกช. หรือ CoC อาจจะเพียงพอ แต่ปัจจุบันหากต้องการส่งออก เกษตรกรต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานสากล เช่น BAP (Best Aquaculture Practices) และ ASC (Aquaculture Stewardship Council) เพราะหากไม่มีมาตรฐานเหล่านี้ ห้องเย็นหรือคู่ค้าในต่างประเทศอาจจะไม่รับซื้อสินค้า

3. การตลาดนำการผลิต (Market-Led Production)

  1. วิทยากรเน้นย้ำว่าเกษตรกรต้องเลี้ยงกุ้งโดยคำนึงถึงความต้องการของตลาดเป็นหลัก ไม่ใช่เน้นแค่การผลิตให้ได้ปริมาณมากเพียงอย่างเดียว
  2. หากมีการผลิตออกมาล้นตลาด (เช่น เพิ่มขึ้นเกิน 5000-8000 ตันอย่างรวดเร็ว) จะส่งผลให้ราคาช็อกหรือราคาตกต่ำลงทันที ดังนั้นการวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการจึงสำคัญมาก

4. ความร่วมมือระหว่างฟาร์มและโรงงาน

  1. โรงงานแปรรูป (ห้องเย็น) และเกษตรกรผู้เลี้ยงเปรียบเสมือน ”ลงเรือลำเดียวกัน” หากเกษตรกรรอด โรงงานก็รอด
  2. ผู้ประกอบการห้องเย็นยืนยันว่ายังมีศักยภาพในการพาความกุ้งไทยส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศได้ แต่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันและการสื่อสารข้อมูลระหว่างกันเพื่อแก้ปัญหาได้ทันท่วงที

5. มุมมองด้านราคา

  1. ในช่วงที่จัดเสวนา ราคากุ้งขาวบางไซส์ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีมาก (เช่น ไซส์ 40 ตัว ราคาประมาณ 220 บาท) แต่ราคานี้มีความผันผวนตามปริมาณผลผลิตในแต่ละช่วงเวลา

สรุปภาพรวม: ทิศทางตลาดกุ้งไทยในปี 2569 จะมุ่งเน้นไปที่ ”คุณภาพและมาตรฐานสากล” มากกว่าปริมาณ โดยเกษตรกรต้องปรับตัวมาใช้การตลาดนำการผลิต และรักษามาตรฐานการเลี้ยงเพื่อให้สามารถส่งออกและแข่งขันได้ในระยะยาว


ที่มา : บรรยายงานวันกุ้งตรัง ครั้งที่ 3