ส่องฟาร์ม
บังไก่ กระบี่ ปล่อยแน่น 3-5 แสนตัว/ไร่ เลี้ยงยังไงให้ผ่าน 100% !!
เทคนิคเลี้ยงกุ้งความหนาแน่นสูง เคล็ดลับจาก ”บังไก่” แห่งมานิต ฟาร์ม 3
ในโลกของการเลี้ยงกุ้งขาว การทำผลผลิต 20-30 ตันต่อบ่อด้วยความหนาแน่น 300000-500000 ตัวต่อไร่อาจฟังดูเหมือนเป็นเรื่องยาก แต่สำหรับ ”บังไก่” จากมานิต ฟาร์ม 3 น้ำจาน จังหวัดกระบี่ นี่คือสิ่งที่ทำได้จริงและยั่งยืนมาตลอดหลายปี โดยไม่ต้องพัดบ่อเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ความลับสู่ความสำเร็จ: พื้นบ่อสะอาดคือทุกอย่าง
หากถามว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดในการเลี้ยงกุ้ง บังไก่จะตอบทันทีว่า ”การจัดการความสะอาดพื้นบ่อ” คิดเป็นถึง 50% ของความสำเร็จเลยทีเดียว แนวคิดหลักคือการใช้การไหลเวียนของน้ำเป็นตัวนำพาของเสียเข้าสู่หลุมกลางบ่อ แทนที่จะปล่อยให้สะสมอยู่ตามพื้น
วิธีการตรวจสอบความสะอาดของพื้นบ่อก็ไม่ซับซ้อน บังไก่ให้พนักงานเดินเท้าเปล่าตรวจสอบพื้นบ่อ หากพื้นแข็งและแน่นแสดงว่าดี แต่ถ้าเริ่มนิ่มอาจหมายความว่าระดับน้ำลึกเกินไปจนเครื่องตีน้ำควบคุมไม่ทั่วถึง
การเตรียมบ่อแบบไม่ล้าง ไม่ฉีด มา 3 ปี
สิ่งที่น่าสนใจคือวิธีการเตรียมบ่อของบังไก่แตกต่างจากคนทั่วไป เพราะไม่มีการล้างบ่อและไม่ฉีดเลนเลยมาตลอด 3 ปี หลังจับกุ้งเสร็จจะพักบ่อเพียง 2-5 วันเท่านั้น จากนั้นจึงเริ่มกระบวนการเตรียมบ่อใหม่
ขั้นตอนการเตรียมน้ำและฆ่าเชื้อมีความเป็นระบบชัดเจน เริ่มจากการเติมน้ำพร้อมใส่โซดาไฟ 2-4 ถุงต่อบ่อและปูนร้อน 1 กระสอบต่อไร่เพื่อยกค่า pH และฆ่าเชื้อเบื้องต้น เมื่อน้ำได้ระดับ 40-50% จะใส่คอปเปอร์ 1 กระสอบต่อบ่อทิ้งไว้ 1 วัน ตามด้วยซันเล็ก 1 ถังต่อบ่ออีก 1 วัน
ก่อนปล่อยกุ้ง 1 อาทิตย์ จะใส่คลอรีนเฉลี่ย 1 ถังต่อไร่และปิดเครื่องตีน้ำไว้ 48 ชั่วโมง จากนั้นจึงเริ่มเตรียมสมดุลจุลินทรีย์ด้วยการใช้จุลินทรีย์อินทรีย์ทั่วไป 250 กรัมต่อบ่อ ดองขยายเชื้อตอนกลางคืนและปล่อยตอนกลางวันทุกวันจนถึงวันปล่อยกุ้ง
สิ่งที่บังไก่เน้นย้ำคือน้ำในวันปล่อยกุ้งควรใสตามธรรมชาติ ไม่ใช้สีน้ำเทียมและไม่เน้นการแต่งสีน้ำ
เลือกกุ้งสายทนเพื่อลดความเสี่ยง
ด้วยความหนาแน่นสูงที่ 300000-500000 ตัวต่อไร่ การเลือกสายพันธุ์จึงเป็นเรื่องสำคัญ บังไก่เลือกใช้ ”กุ้งสายทน” เพราะเหมาะสมกับอุปกรณ์ในฟาร์มที่มีพื้นที่เลี้ยง 80% และบ่อพักน้ำ 20% ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงได้มากกว่าสายโต
ที่น่าสนใจคือมุมมองของบังไก่เกี่ยวกับความหนาแน่น เขาเชื่อว่าไม่ว่าจะปล่อย 200000 หรือ 400000 ตัวต่อไร่ ผลลัพธ์การเติบโตจะไม่แตกต่างกันมากหากมีการจัดการที่ดี โดยเน้นการวางเครื่องตีน้ำตามรูปทรงบ่อมากกว่าปริมาณกุ้ง
ศิลปะการวางเครื่องตีน้ำ
การวางเครื่องตีน้ำของบังไก่ไม่ได้ทำตามรูปแบบมาตรฐานทั่วไป แต่ยึดตามรูปทรงบ่อและคันนาแต่ละด้านเป็นหลัก เป้าหมายคือบังคับให้น้ำไหลเวียนทั้ง 4 มุมและนำของเสียเข้าหลุมกลางบ่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การจัดการระดับน้ำก็มีเทคนิค เริ่มต้นที่ระดับประมาณ 1 เมตร แล้วค่อยๆ เติมน้ำเพิ่มครั้งละ 10 เซนติเมตรทุกๆ 20-30 วัน โดยพิจารณาจากความสะอาดของพื้นบ่อเป็นหลัก แนวคิดนี้แตกต่างจากการถ่ายน้ำ เพราะการเติมน้ำช่วยรักษาเสถียรภาพของสิ่งแวดล้อมในบ่อได้ดีกว่า
ระบบการให้อาหารที่มีวิทยาศาสตร์
การให้อาหารของบังไก่เริ่มต้นง่ายๆ 3 วันแรกให้ 3 มื้อ มื้อละ 2 กิโลกรัม จากนั้นตั้งแต่วันที่ 4 เพิ่มเป็น 4 มื้อและเพิ่มปริมาณวันละ 1 กิโลกรัมเพื่อให้กุ้งรู้จักอาหาร หลังวันที่ 10-12 เมื่อกุ้งเริ่มกินอาหารเก่งขึ้น จะเริ่มใช้ ”ยอ” เป็นเกณฑ์วัด และเมื่อกุ้งอายุ 16-20 วัน ก็จะเริ่มใช้เครื่องให้อาหารอัตโนมัติ
เครื่องมือที่สำคัญในการตรวจสอบคือ ”ท่อดูดเลน 4 นิ้ว” ซึ่งใช้เป็นเครื่องมือตรวจสอบย้อนกลับ หากดูดแล้วเจอกุ้งที่ยังมีชีวิตแสดงว่าพื้นขอบหลุมไม่สะอาด แต่ถ้าเจอกุ้งตายเปื่อยแสดงว่าระบบการนำของเสียเข้าหลุมช้าเกินไป
การจัดการปัญหาแบบธรรมชาติ
เมื่อเจอปัญหาเช่นขี้ขาว บังไก่มองว่ามี 2 สาเหตุหลัก คือแพลงก์ตอนดรอป (ความรุนแรงน้อย) และพื้นบ่อไม่สะอาด (ความรุนแรงสูง) วิธีแก้ปัญหาเร่งด่วนที่บังไก่แนะนำคือการลดระดับน้ำลงประมาณ 20 เซนติเมตร เพื่อเพิ่มออกซิเจนและจัดการพื้นบ่อใหม่ ซึ่งเป็นวิธีที่ต้นทุนต่ำและได้ผลเร็วที่สุด
สิ่งที่น่าประหลาดใจคือบังไก่ไม่ใช้วิตามินหรือยาคุกอาหาร และไม่มีการวัดค่า pH หรือค่าออกซิเจนอย่างเป็นทางการมาตลอด 7 ปี แต่ใช้การสังเกต ”สีน้ำ” และ ”พฤติกรรมการกินของกุ้ง” หน้างานเป็นตัวบ่งชี้แทน
ผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้
ด้วยวิธีการนี้ บังไก่สามารถเลี้ยงกุ้งได้ในระยะเวลา 115-130 วัน (ขึ้นอยู่กับราคาตลาดและไซส์กุ้ง) ได้กุ้งขนาด 20-40 ตัวต่อกิโลกรัม มีอัตราการเปลี่ยนอาหารเฉลี่ย 1.3 (ดีที่สุด 1.2 แย่ที่สุด 1.5) และอัตราการรอดมักเกิน 100% เมื่อรวมยอดแถม ผลผลิตต่อบ่ออยู่ที่ 20-30 ตัน
ข้อคิดจากผู้ประสบความสำเร็จ
บังไก่ฝากข้อคิดถึงเกษตรกรว่า การเลี้ยงกุ้งให้ยั่งยืนต้องใช้เหตุผลและหลักวิทยาศาสตร์มากกว่าความเชื่อ ไม่ควรเน้นการซื้อยาหรือสารเคมีมาเติมอย่างสิ้นเปลือง แต่ควรศึกษาการจัดการอุปกรณ์ที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ความสะอาดของพื้นบ่อคือสิ่งนำทาง เมื่อพื้นบ่อสะอาด ปัญหาอื่นๆ อีกกว่า 50 อย่างจะหายไปโดยอัตโนมัติ ข้อมูลจากการสังเกตด้วยตาและพฤติกรรมกุ้งในยอมีความสำคัญกว่าตัวเลขจากห้องแล็บในบางกรณี และที่สำคัญที่สุด กุ้งที่แข็งแรงไม่ควรต้องกินยาทุกมื้อ การจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีคือพื้นฐานของสุขภาพกุ้งที่ดีที่สุด
สำหรับเกษตรกรที่กำลังมองหาวิธีเลี้ยงกุ้งที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ เทคนิคของบังไก่นี้อาจเป็นแนวทางที่คุ้มค่าแก่การศึกษาและนำไปปรับใช้ เพราะพิสูจน์แล้วว่าใช้ได้จริงและให้ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจมาอย่างต่อเนื่อง
