สัมมนา

   เมื่อ : 25 เม.ย. 2569

การยกระดับห่วงโซ่คุณค่ากุ้งก้ามกรามด้วยระบบโลจิสติกส์แบบไม่ใช้น้ำ


ภายในงานวันกุ้งภาคกลาง ปี 2569 ศ.ดร.ฐานิตย์ เมธิยานนท์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ได้บรรยายความคืบหน้าและรายละเอียดของโครงการวิจัยการขนส่งกุ้งก้ามกรามแบบไม่ใช้น้ำ (Waterless Logistics) เพื่อยกระดับห่วงโซ่คุณค่ากุ้งก้ามกรามสำหรับการส่งออกและจำหน่ายในประเทศ โครงการนี้มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีความเย็นในการทำให้กุ้ง ”สลบ” แทนการใช้สารเคมี เพื่อลดต้นทุนการขนส่งจากการแบกรับน้ำหนักน้ำ และเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของกุ้งเมื่อถึงปลายทาง

ผลการดำเนินงานในปีที่ 2 แสดงให้เห็นว่าการขนส่งทางรถยนต์ไปยังเชียงใหม่มีอัตราการรอดชีวิตสูงถึง 90-97% ในขณะที่การขนส่งทางอากาศมีอัตราการรอดชีวิตอยู่ที่ 85-95% ปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีการทำสลบเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความสมบูรณ์ของกุ้งตั้งแต่ขั้นตอนการจับ การควบคุมอุณหภูมิและความชื้นระหว่างขนส่ง และที่สำคัญที่สุดคือระบบการพักฟื้นกุ้งที่ปลายทางซึ่งต้องมีออกซิเจนที่เพียงพอ


1. บริบทและวัตถุประสงค์ของโครงการ

การขนส่งกุ้งก้ามกรามในรูปแบบเดิมที่ต้องใช้น้ำมีข้อจำกัดหลายประการ ซึ่งโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาดังนี้:

  1. การลดต้นทุนขนส่ง: การขนส่งแบบเดิมต้องแบกน้ำหนักน้ำและอุปกรณ์ให้ความเย็น/ออกซิเจน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสำคัญของค่าระวาง (Freight)
  2. ข้อจำกัดด้านระยะทาง: การขนส่งระยะไกล (เช่น กรุงเทพฯ - เชียงใหม่) จำเป็นต้องมีจุดพักเพื่อถ่ายน้ำเสียและเติมออกซิเจน หากทำเวลาไม่ได้กุ้งจะมีโอกาสบอบช้ำและตายสูง
  3. เป้าหมายด้านอัตราการรอด: โครงการตั้งเป้าหมายอัตราการรอดชีวิตของกุ้งเมื่อถึงปลายทางไว้ที่ 85% ขึ้นไป


2. กระบวนการทำให้กุ้งสลบด้วยความเย็น (Cold Anesthesia)

หัวใจสำคัญของโครงการคือการใช้ ”ความเย็น” ในการควบคุมสภาวะกุ้งโดยไม่ใช้สารเคมี โดยมีรายละเอียดทางเทคนิคดังนี้:

ระบบทำความเย็น

เครื่องควบคุมอุณหภูมิที่พัฒนาขึ้นสามารถผลิตได้ทั้งน้ำเย็น (5 องศาเซลเซียส) และน้ำร้อน (43 องศาเซลเซียส) เพื่อเตรียมไว้ใช้ในกระบวนการ

ปัจจัยวิกฤต (Critical Points) ในการทำสลบ

  1. อัตราการลดอุณหภูมิ: จากการวิจัยพบว่าการลดอุณหภูมิในเรท 2 3 5 หรือ 10 องศาเซลเซียสต่อชั่วโมง ให้ผลลัพธ์ด้านอัตราการรอดที่ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
  2. อุณหภูมิเป้าหมาย: กุ้งจะเริ่มสลบที่อุณหภูมิประมาณ 16-17 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสุขภาพของกุ้งแต่ละชุด
  3. เกณฑ์การตัดสินใจ: ไม่ควรให้กุ้งสลบจนนิ่งสนิท 100% (หลับลึก) เพราะจะทำให้ฟื้นตัวยาก ควรให้มีความรู้สึกหรือมีการขยับของขาบ้างเล็กน้อย (Movement) ซึ่งต้องใช้คนในการตัดสินใจ (Human Judgment) ร่วมกับระบบควบคุม

ข้อควรระวังในการเตรียมกุ้ง

  1. การเก็บเกี่ยว (Harvest): กุ้งต้องไม่บอบช้ำจากการจับ การใช้อวนลากถือเป็นวิธีที่ดีที่สุด หากใช้การสูบน้ำและมีขี้เลนติดในเหงือกจะทำให้อัตราการรอดต่ำมาก
  2. อุณหภูมิก่อนเริ่ม: ควรพักกุ้งให้อยู่ในสภาวะปกติ (25-26 องศาเซลเซียส) ก่อนเริ่มกระบวนการทำสลบ ไม่ควรใช้กุ้งที่ผ่านการน็อคความเย็นจัดมาก่อน


3. ระบบโลจิสติกส์และการบรรจุภัณฑ์

โครงการได้พัฒนาและทดสอบรูปแบบการขนส่งที่หลากหลายเพื่อให้ครอบคลุมความต้องการของตลาด:

รูปแบบบรรจุภัณฑ์และต้นทุน

ประเภทบรรจุภัณฑ์วัตถุประสงค์รายละเอียดเพิ่มเติม
กล่องกระดาษ (GI)โมเดิร์นเทรด (เช่น แม็คโคร)มีตรา GI ราชบุรี รองรับการวางจำหน่ายในห้าง
กล่องโฟมส่งออก / ทางอากาศใช้บรรจุกุ้งได้ประมาณ 4.5 กิโลกรัมต่อกล่อง
รังน้ำแข็งโรงงานอุตสาหกรรมทดสอบการส่งไปยังโรงงานในระยอง
  1. ต้นทุนรวม: ประมาณ 40 บาทต่อกิโลกรัม (รวมค่ากล่อง ค่าแรง ค่าไฟฟ้า และวัสดุสิ้นเปลือง)

การขนส่งทางอากาศ (Air Freight)

การส่งกุ้งไปเชียงใหม่ทางอากาศใช้เวลารวมประมาณ 7-8 ชั่วโมง (นับจาก Packing House ถึงปลายทาง) แต่ในการทดลองได้ขยายเวลาไปถึง 12-15 ชั่วโมงเพื่อทดสอบความทนทาน

  1. ปัจจัยควบคุมในกล่อง: ต้องมีออกซิเจนเพียงพอ ความชื้นเหมาะสม และอุณหภูมิไม่เกิน 18-19 องศาเซลเซียส เพื่อป้องกันกุ้ง ”ตื่น” ระหว่างทาง ซึ่งจะทำให้ออกซิเจนหมดเร็ว


4. ความสำเร็จและการขยายผลสู่เชิงพาณิชย์

ผลการทดสอบการขนส่ง

  1. เชียงใหม่ (รถยนต์): อัตราการรอด 95-97%
  2. เชียงใหม่ (เครื่องบิน): อัตราการรอด 85-95%
  3. ระยอง (รถยนต์): อัตราการรอด 85%
  4. ฮ่องกง (เครื่องบิน): การทดลองส่งออกเบื้องต้นพบปัญหาที่ระบบพักฟื้นปลายทาง ทำให้อัตราการรอดอยู่ที่ 60% ในขณะที่ชุดควบคุมในไทยรอด 90%

ความร่วมมือและการตลาด

  1. MOU กับไปรษณีย์ไทย: เพื่อสร้างเครือข่ายการขนส่งสำหรับการขายออนไลน์
  2. มาตรฐาน GI: การใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สำหรับกุ้งก้ามกรามราชบุรีเพื่อเพิ่มมูลค่า
  3. การประชาสัมพันธ์: มีการออกรายการสื่อกระแสหลัก (เช่น Workpoint) และโชว์ตัวอย่างสินค้าที่งานเมืองทองธานี


5. ปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จที่ปลายทาง (Destination Recovery)

ความล้มเหลวส่วนใหญ่เกิดจากกระบวนการพักฟื้นที่ปลายทาง ซึ่งมีข้อกำหนดดังนี้:

  1. ระบบเติมอากาศ (Aeration): ต้องมีความเข้มข้นของออกซิเจนสูงมาก (เปรียบเทียบเสมือน ”ทะเลเดือด”) ในช่วง 45 นาทีแรกของการฟื้นตัว
  2. บ่อพักฟื้น: ต้องแยกบ่อพักฟื้นต่างหาก ไม่ควรนำกุ้งที่เพิ่งสลบไปใส่ในตู้โชว์หรือตู้ปลาธรรมดาทันที
  3. การควบคุมอุณหภูมิปลายทาง: หากอากาศภายนอกร้อนจัด รถที่มารับสินค้าควรเป็นรถควบคุมอุณหภูมิ (17-19 องศาเซลเซียส) เพื่อรักษาภาวะสลบจนถึงบ่อพัก


6. ข้อสรุปและข้อเสนอแนะ

โครงการวิจัยนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าการขนส่งกุ้งก้ามกรามแบบไม่ใช้น้ำมีความเป็นไปได้สูงในเชิงพาณิชย์ ทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จต้องการความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างผู้ส่งและผู้รับ โดยเฉพาะในด้านเทคนิคการพักฟื้นกุ้ง นอกจากนี้ยังมีโอกาสในการขยายตลาดไปยังภาคใต้และประเทศเพื่อนบ้าน (เช่น มาเลเซีย) ผ่านด่านชายแดน หากมีการสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าที่แข็งแกร่งร่วมกับนักวิชาการ

”จุดวิกฤตของการทำสลบกุ้งมี 2 ประเด็น: หนึ่งคืออัตราการลดอุณหภูมิ และสองคือจุดก่อนจะเอาขึ้นจากน้ำที่อุณหภูมิ 16-17 องศา ซึ่งเครื่องตัดสินใจแทนเราไม่ได้ มนุษย์ต้องเป็นคนดูว่าสภาพมันโอเคหรือยัง”