สัมมนา

   เมื่อ : 24 พ.ค. 2569

”กุ้งไทยแปซิฟิก” สายพันธุ์ที่เกิดมาเพื่อเอาชนะข้อจำกัดเดิมๆ


ในโลกของการทำฟาร์มกุ้ง ”ความเสี่ยง” คือเงาตามตัวที่เกษตรกรพยายามสลัดให้หลุดมาตลอดหลายทศวรรษ หนึ่งในความเสี่ยงที่ควบคุมยากที่สุดคือ ”คุณภาพของสายพันธุ์นำเข้า” ที่บางครั้งก็โตดีจนน่าตกใจ แต่บางรุ่นกลับอ่อนแอและนำพาโรคระบาดใหม่ๆ เข้ามาทำลายระบบนิเวศการเลี้ยงของไทย ปัญหานี้เป็นโจทย์ใหญ่ที่ คุณตั้ม (พงสันต์ สาธิสิน) ผู้ก่อตั้ง Thai Pacific Aquaculture พยายามแก้โจทย์มาตลอดกว่า 40 ปี


จากประสบการณ์ที่คลุกคลีอยู่เบื้องหลังวงการตั้งแตยุคทองของกุ้งกุลาดำ สู่การเป็นผู้บุกเบิกกุ้งขาวแวนนาไมรายแรกๆ วันนี้ Thai Pacific ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยสายพันธุ์ ”Thai Pacific Sure” (ไทยแปซิฟิก ชัวร์) ที่ไม่ได้เพียงแค่หยุดการนำเข้า แต่ยังเตรียมพร้อมบุกตลาดโลกในฐานะผู้ส่งออกสายพันธุ์กุ้งไทยคุณภาพสูง



จุดเริ่มต้นจากการ ’ถูกบังคับให้เปลี่ยน’ สู่มาตรฐานการพึ่งพาตนเอง


ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2541 (ค.ศ. 1998) วงการกุ้งไทยเผชิญวิกฤตเมื่อกุ้งกุลาดำเริ่มเลี้ยงไม่ได้ผล คุณตั้มจึงเริ่มนำกุ้งขาวแวนนาไมเข้ามาทดลองเลี้ยง แม้ในช่วงแรกจะมีการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์จากแหล่งชั้นนำทั่วโลก ทั้งฮาวาย ฟลอริดา สิงคโปร์ อเมริกาใต้ ไปจนถึงเกาะกวม แต่สิ่งที่พบคือ ”ความไม่นิ่ง” ของคุณภาพกุ้งนำเข้า บางรุ่นมาตัวเล็ก บางรุ่นตัดตาแล้วทำงานไม่ได้ผล


จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงที่การนำเข้าประสบปัญหาติดขัด ทางฟาร์มจึงตัดสินใจนำกุ้งที่เก็บไว้เพื่อการทดลองและปรับปรุงพันธุ์เองมาใช้ในระบบการผลิตจริง ผลปรากฏว่ากุ้งรุ่นนี้ให้ผลตอบรับที่ดีเกินคาด ทั้งความแข็งแรงและการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในเมืองไทยได้อย่างไร้ที่ติ ความบังเอิญในวันนั้นกลายเป็นความตั้งใจในปี พ.ศ. 2555 ที่ทางฟาร์มเริ่มพัฒนาสายพันธุ์ของตัวเองอย่างเป็นระบบมาโดยตลอด


”ถ้าตอนนั้นเรายังซื้อพ่อแม่พันธุ์จากต่างประเทศอยู่ คงไม่ได้สายพันธุ์ที่ดีแบบนี้ และไม่ได้มาตรฐานกุ้งที่ดีแบบนี้” — คำกล่าวที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์การพึ่งพาตนเองของคุณตั้ม



ล้างความเชื่อเก่า: เมื่อกุ้ง 5 เดือนก้าวข้ามขีดจำกัดทางชีวภาพ


ในอดีต ตำราการเลี้ยงกุ้งมักระบุว่าพ่อแม่พันธุ์ต้องมีอายุ 8 เดือนขึ้นไปจึงจะสมบูรณ์ แต่ด้วยนวัตกรรมการคัดเลือกสายพันธุ์ของไทยแปซิฟิก เราได้พิสูจน์แล้วว่ากุ้งอายุเพียง 5 เดือน ก็สามารถเป็นพ่อแม่พันธุ์คุณภาพสูงได้ หากมีการจัดการโภชนาการที่แม่นยำ


เกณฑ์ความสมบูรณ์ที่เหนือมาตรฐาน (Expert Insights):


(1) ตัวผู้: น้ำหนักต้องมากกว่า 40 กรัม อัตราเจริญเติบโตต่อวัน (ADG) อยู่ที่ 0.25 กรัม เห็นถุงน้ำเชื้อชัดเจน

(2) ตัวเมีย: น้ำหนักต้องมากกว่า 45 กรัม (ธรรมชาติกุ้งขาวตัวเมียจะโตกว่า) มี ADG อยู่ที่ 0.33 กรัม

(3) จุดสังเกตระดับเซียน: นอกจากการดูแนวไข่จากหัวจรดหางแล้ว ความลับทางเทคนิคคือการสังเกต ”ช่องเปิดเพศ” (Genital pore) ซึ่งในตัวเมียที่สมบูรณ์พร้อม สีของช่องเปิดจะเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกความพร้อมในการผสมพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด



นวัตกรรม ”ไม่ตัดตา”: เลี้ยงด้วยความเข้าใจ มุ่งสู่ความยั่งยืน


หนึ่งในความภาคภูมิใจของ Thai Pacific Sure คือกระบวนการผลิตลูกกุ้งระยะนอเพลียส (Nauplius) แบบ ไม่ตัดตาก้านแม่กุ้ง (Non-eyestalk ablation) ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของจริยธรรมสัตว์ (Animal Welfare) แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพลูกกุ้ง


การตัดตาคือการทำลายต่อม X-organ เพื่อบังคับให้ไข่ตก แต่ทางฟาร์มเลือกใช้ ”ความเข้าใจ” แทนการบังคับ ด้วยเทคนิคดังนี้:


1. High-Level Nutrition: ใช้เพรียงทรายอายุมากกว่า 6 เดือน ซึ่งมีความเข้มข้นของฮอร์โมนตามธรรมชาติสูง ทั้ง Progesterone และ Methyl farnesoate เพื่อกระตุ้นวัยเจริญพันธุ์

2. Environment Control: เลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ในโรงเรือนระบบปรับอากาศ (Air-con) เพื่อคุมอุณหภูมิให้คงที่ ลดความเครียดจากสภาพอากาศภายนอก

3. Superior Vigor: ผลลัพธ์ที่ได้คือลูกกุ้งที่มีความแข็งแรง (Vigor) สูงกว่าวิธีดั้งเดิม อัตรารอดสม่ำเสมอ และที่สำคัญคือเป็นกุ้งที่สะอาด ปลอดภัย ตอบโจทย์เรื่อง Traceability และ Sustainability ที่ตลาดโลกให้ความสำคัญ



”สายโต” ที่ทนทาน: พลิกกลยุทธ์การเลี้ยงให้เหมาะกับเมืองไทย


สายพันธุ์ Sure ถูกจัดประเภทอยู่ในกลุ่ม ”สายโต” (Fast Growth) ที่พัฒนามาเพื่อสภาพแวดล้อมที่ซ้ำซากของไทยโดยเฉพาะ สามารถปรับตัวได้ดีทั้งในน้ำจืดและความเค็มต่ำ ไปจนถึงน้ำเค็มจัด โดยมีคำแนะนำความหนาแน่นที่เหมาะสมดังนี้:


- บ่อดิน: 120000 – 150000 ตัว/ไร่

- บ่อ PE: 120000 – 200000 ตัว/ไร่

- บ่อ PU (High Density): 250000 – 300000 ตัว/ไร่


เพื่อให้มั่นใจในความสะอาด (Bio-security) ทางฟาร์มใช้ระบบจัดการน้ำแบบ Double Check คือการกรองและฆ่าเชื้อด้วย คลอรีนร่วมกับโอโซน พร้อมตรวจสอบความสะอาดของขอบบ่อและสภาพน้ำด้วยระบบ PCR เป็นประจำทุกวัน



พิสูจน์ด้วยตัวเลข: ผลลัพธ์จากหน้าฟาร์มจริง


ข้อมูลจากการเก็บสถิติอย่างเป็นระบบแสดงให้เห็นว่า Thai Pacific Sure คือคำตอบที่ใช่สำหรับเกษตรกรในทุกภูมิภาค:


พื้นที่การเลี้ยง ความเค็ม (ppt) อายุการเลี้ยง (วัน) ไซซ์กุ้ง (ตัว/กก.) อัตรารอด (%) FCR ADG

กระบี่ (น้ำเค็ม) 27 87 43 99% 1.15 0.27

ประจวบฯ (น้ำจืด) 5 80 40 93% 1.28 0.31

กาญจนดิษฐ์ 15 76 45 91.9% 1.15 0.29


นอกจากนี้ ในระบบอนุบาล (Nursery) ที่ความหนาแน่น 3000-5000 ตัว/ตร.ม. ผลการเลี้ยง 21 วันยังทำอัตรารอดได้ถึง 100% (เมื่อนับจากยอดซื้อ) หรือ 88% (เมื่อนับรวมกุ้งแถม) ซึ่งเป็นตัวเลขที่สร้างความมั่นใจให้กับผู้เลี้ยงได้อย่างดีเยี่ยม



บทสรุป: จากความภูมิใจของคนไทย สู่การพิชิตตลาดโลก


ความสำเร็จของ Thai Pacific Sure ในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงความภูมิใจของฟาร์มเพาะฟัก แต่คือหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมกุ้งไทยที่แสดงให้เห็นว่า เรามีศักยภาพในการพัฒนาสายพันธุ์ที่ ”เหนือกว่า” กุ้งนำเข้า ปัจจุบันสายพันธุ์นี้ไม่ได้ขายอยู่แค่ในไทย แต่กำลังเป็นที่ต้องการในตลาดต่างประเทศ ทั้ง จีน มาเลเซีย และเวียดนาม


ด้วยรากฐานจากประสบการณ์ 40 ปี การใช้เทคโนโลยี PCR ตรวจสอบความปลอดภัย และระบบการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ที่เข้มข้น ทำให้ ”ไทยแปซิฟิก ชัวร์” เป็นมากกว่าแค่ลูกกุ้ง แต่คือการส่งมอบความมั่นคงทางอาชีพให้กับเกษตรกร ภายใต้อุดมการณ์ที่ยึดถือมาโดยตลอดว่า:


”สายพันธุ์กุ้งคุณภาพ โตเร็ว ถ้าไม่ชัวร์ เราไม่ขาย”