ผู้สนับสนุนกุ้งไทย

   เมื่อ : 26 เม.ย. 2569

ทำไมโปรตีนเยอะอาจไม่ใช่คำตอบ? เจาะลึกนวัตกรรมอาหารกุ้ง CPF ที่เปลี่ยน ”ของเสีย” เป็น ”กำไร”


เมื่อการเลี้ยงกุ้งก้ามกามไม่ได้เป็นแค่เรื่องของโชคชะตา

ในปีนี้ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในภาคกลางต้องเผชิญกับบททดสอบที่หนักหน่วงที่สุดครั้งหนึ่ง ทั้งจากสภาพอากาศที่ ”ร้อนจัด” จนน่ากังวลและต้นทุนการผลิตที่ขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความท้าทายนี้ เป้าหมายของเกษตรกรยังคงชัดเจนคือการทำให้กุ้ง ”โตไว-ไซส์ใหญ่-อัตรารอดสูง”

อย่างไรก็ตาม ในยุคที่ปัจจัยภายนอกควบคุมได้ยาก CPF ได้นำเสนอแนวคิดใหม่ที่พลิกมุมมองจากการพึ่งพาโชคชะตา มาสู่การใช้ ”นวัตกรรมและข้อมูล” เพื่อสร้างแต้มต่อ โดยชี้ให้เห็นว่าหัวใจสำคัญของการทำกำไรไม่ใช่การทุ่มให้อาหารปริมาณมาก แต่คือการเลือกสิ่งที่กุ้งสามารถนำไปใช้สร้างเนื้อได้จริงและเหลือทิ้งน้อยที่สุด


ประเด็นที่ 1: ”ลำไส้สั้น” ความจริงที่คนเลี้ยงกุ้งต้องรู้

ในเชิงสรีระ ลำไส้ของกุ้งมีความยาวเพียง 1 เท่าของลำตัว เท่านั้น ซึ่งถือว่าสั้นมากเมื่อเทียบกับสัตว์ชนิดอื่น ความจริงข้อนี้บอกเราว่า ”ระยะเวลาในการเดินทางของอาหาร (Transit Time)” ในตัวกุ้งนั้นสั้นและเร็วมาก

ด้วยสรีระเช่นนี้ ความสามารถในการดูดซึมจึงสำคัญกว่าปริมาณโปรตีนที่ระบุข้างถุง หากอาหารย่อยยาก สารอาหารจะถูกขับถ่ายออกมาเป็นของเสียทันที CPF จึงมุ่งเน้นนวัตกรรม ”อาหารที่ผ่านการย่อยมาแล้วบางส่วน” เพื่อให้กุ้งดูดซึมได้ทันทีก่อนจะขับถ่ายออกไป โดยคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูงอย่าง ปลาหมึกป่น ตับหมึกป่น และนวัตกรรมโปรตีนยุคใหม่ อาทิ โปรตีนจากจุลินทรีย์ (Microbial Protein) และ ถั่วเหลืองหมักเอนไซม์ (Fermented Soy) ซึ่งช่วยให้การแตกตัวของสารอาหารทำได้รวดเร็วและสมบูรณ์กว่าเดิม


ประเด็นที่ 2: ความลับของตัวเลข 38% (ทำไมโปรตีนน้อยกว่าถึงให้ผลดีกว่า?)

ความเชื่อเดิมที่ว่า ”โปรตีนยิ่งสูง กุ้งยิ่งโต” กำลังอาศัยตรรกะที่คลาดเคลื่อน เพราะสิ่งที่ตัดสินการเติบโตคือ ”โปรตีนที่ย่อยได้” ไม่ใช่ ”โปรตีนรวม” จากการวิจัยเปรียบเทียบประสิทธิภาพของทีม CPF พบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้:

หัวข้อเปรียบเทียบสูตรโปรตีน 40% (ทั่วไป)สูตรโปรตีน 38% (นวัตกรรม CPF)
ความสามารถในการย่อย (Digestibility)70%80%
โปรตีนที่กุ้งนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง28%30.4%
ปริมาณของเสียที่เกิดขึ้น12%7.6%

จะเห็นได้ว่าแม้ตัวเลขข้างถุงจะน้อยกว่า แต่ด้วยการเลือกใช้วัตถุดิบอย่างคอร์นกลูเทน แป้งสาลีคุณภาพ และน้ำมันปลาที่เสริมเลซิติน ทำให้กุ้งได้รับโปรตีนไปใช้จริงมากกว่าสูตร 40% เสียอีก

ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ: ลดของเสีย เท่ากับ ลดต้นทุน หากพิจารณาจากการให้อาหาร 20 กระสอบต่อวัน:

  1. สูตรโปรตีน 40%: จะเกิดของเสียตกค้างในบ่อสูงถึง 60 กิโลกรัมต่อวัน
  2. สูตรโปรตีน 38%: จะมีของเสียเพียง 38 กิโลกรัมต่อวัน

การลดของเสียลงได้เกือบ 40% ไม่ใช่แค่เรื่องความสะอาด แต่คือการ ลดต้นทุนแฝง มหาศาล ทั้งค่าพลังงานในการตีน้ำเพื่อเติมออกซิเจน และค่าเคมีภัณฑ์ในการบำบัดน้ำ

”ในสภาวะที่อากาศร้อนจัดเหมือนปัจจุบัน ของเสียที่สะสมที่พื้นบ่อคือระเบิดเวลาที่ทำให้กุ้งเสียหายและตายได้ การลดของเสียจึงเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดในการรักษาอัตรารอด” — ข้อมูลจากงานสัมมนาวันกุ้งภาคกลาง ’69


ประเด็นที่ 3: สัดส่วนทองคำ 1:1 ของลูกกุ้งคุณภาพ

แม้จะมีเชื้อเพลิง (อาหาร) ที่ดีเยี่ยม แต่หากเครื่องยนต์ไม่แข็งแรงย่อมไปได้ไม่ไกล ลูกกุ้งก้ามกามของ CP คือ ”เครื่องยนต์” ที่ได้รับการปรับแต่งมาเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยคุณลักษณะเด่น:

  1. สัดส่วน 1:1: สัดส่วนหัวต่อลำตัวที่สมดุล เพื่อการสะสมเนื้อที่แน่นและน้ำหนักที่ตลาดต้องการ
  2. สายพันธุ์โตไวและทนทาน: พัฒนาภายใต้ระบบ Biosecurity (ระบบปิด) 100% ปลอดโรค และใช้ระบบจุลินทรีย์ในการบำบัดน้ำ
  3. เพศผู้สูง: ตอบโจทย์การเลี้ยงเชิงพาณิชย์ที่ต้องการกุ้งไซส์ใหญ่
  4. เทคโนโลยีการนับแม่นยำ: มั่นใจได้ว่าจำนวนกุ้งที่ลงบ่อตรงตามแผนจัดการ เพื่อการคำนวณอาหารที่แม่นยำ


ประเด็นที่ 4: การจัดการที่พร้อมและทีมงานที่เคียงข้าง

CPF ออกแบบผลิตภัณฑ์มาเพื่อให้เหมาะกับความพร้อมของแต่ละฟาร์ม โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก:

  1. กลุ่มพรีเมียม / เทอร์โบ: สำหรับเกษตรกรที่มีความพร้อมด้านการจัดการสูง (High Management) เช่น มีระบบเติมอากาศเพียงพอ เพื่อรองรับการเลี้ยงแบบความหนาแน่นสูงและเน้นการเร่งเติบโตสูงสุด
  2. กลุ่มถุงขาว: เน้นความยืดหยุ่น เลี้ยงได้ทุกรูปแบบตามมาตรฐานคุณภาพ ให้การเติบโตที่สม่ำเสมอและจัดการง่าย

ช่องทางการติดต่อและปรึกษาทางเทคนิค: เกษตรกรในเขตภาคกลางสามารถขอรับคำปรึกษาเชิงลึกจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญ (Consultants) ของ CPF ได้โดยตรง:

  1. เขตนครปฐม และ ราชบุรี: คุณเก่ง กมล ปรปักษ์เป็นจุน
  2. เขตสุพรรณบุรี: คุณปอนด์ ยอดฉัตร เกียรติธำรง

ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ:

  1. นครปฐม: ร้านทวีเลิศ ร้านรุ่งโรจน์ ร้านสุนทาชิพจวิรัตน์
  2. ราชบุรี: ร้านสุพรรณโพหัก ร้านศิริพร ร้านเฉลาสำราญสุข
  3. สุพรรณบุรี: ร้านโชคแสนดี


ก้าวข้ามวิกฤตด้วยนวัตกรรมและพันธมิตร

การเลี้ยงกุ้งในยุคใหม่ไม่ใช่แค่การให้อาหารให้กุ้งกินอิ่ม แต่คือการ ”บริหารจัดการระบบนิเวศ” ในบ่อเลี้ยงให้สมดุล นวัตกรรมอาหารที่มีโปรตีนย่อยง่าย (Digestible Protein) และลูกกุ้งสายพันธุ์คุณภาพ คืออาวุธสำคัญที่จะช่วยให้เกษตรกรไทยก้าวข้ามวิกฤตอากาศร้อนและต้นทุนที่ผันผวนไปได้

การปรับตัวสู่การใช้ข้อมูลและนวัตกรรม ไม่ใช่เพียงเพื่อความอยู่รอด แต่คือการสร้างกำไรที่ยั่งยืนบนพื้นฐานของประสิทธิภาพ โดยมี CPF เป็นพันธมิตรที่พร้อมสนับสนุนในทุกย่างก้าว