ข่าวทั่วไทย

   เมื่อ : 4 ก.ค. 2569

เดือดทั้งวงการ! ผู้เลี้ยงกุ้งยื่นคำขาด "สุริยะ" ตั้งบอร์ดกุ้งใน 10 วัน! ไม่คืบหน้า...เจอกันหน้าทำเนียบ


วันนี้...ไม่ใช่แค่เสียงบ่นของคนเลี้ยงกุ้งอีกต่อไป แต่มันคือ ”เสียงร้องขอครั้งสุดท้าย” ของคนที่กำลังจะหมดแรง


วิกฤตราคากุ้งตกต่ำที่ลากยาวมานานได้ปะทุกลายเป็นการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ เมื่อ 3 ก.ค.69 เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงกุ้งจากหลายจังหวัดในภาคใต้กว่า 300 คน รวมตัวกันที่สหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อประกาศจุดยืนร่วมกันและยื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคากุ้งตกต่ำอย่างเป็นรูปธรรม


รวมพลังส่งสัญญาณถึงรัฐบาล

เครือข่ายคนกุ้งสงขลา-นครศรีฯ-พัทลุง สมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย สหกรณ์ประมงลุ่มน้ำปากพนัง และเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งอีกหลายจังหวัด ได้ร่วมลงนามในหนังสือถึง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยส่งผ่าน นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช และนายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อนำไปผลักดันต่อรัฐบาลอย่างเร่งด่วน


นายกสมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทย เปิดเผยด้วยน้ำเสียงหนักใจว่า อดีตประเทศไทยเคยมีผู้เลี้ยงกุ้งมากกว่า 30,000 ราย แต่ปัจจุบันเหลือเพียงหมื่นกว่ารายเท่านั้น สะท้อนให้เห็นว่าอาชีพเลี้ยงกุ้งที่เคยสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยในเวทีโลก กำลังเผชิญกับวิกฤตที่หนักหน่วงเกินกว่าจะรอคอยความช่วยเหลือจากภาครัฐได้อีกต่อไป


ต้นทุนพุ่ง ราคาร่วง ซ้ำเติมด้วยปัญหาเชิงโครงสร้าง

ตัวแทนเกษตรกรระบุว่า ที่ผ่านมาผู้เลี้ยงกุ้งถูกปล่อยปละละเลยและไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร ต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงถึง 100-130 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคากุ้งหน้าฟาร์มและราคาปากบ่อกลับร่วงลงจนต่ำกว่าต้นทุน สวนทางกับค่าพลังงาน ราคาอาหารสัตว์น้ำ และปัจจัยการผลิตอื่นๆ ที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

ซ้ำร้าย ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ หรือ "บอร์ดกุ้ง" (Shrimp Board) ก็ยังไม่มีความคืบหน้าและถูกดองไว้เป็นเวลานาน ทำให้เกษตรกรขาดกลไกกลางในการสะท้อนปัญหาและร่วมกำหนดแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ


6 ข้อเรียกร้องด่วนที่สุดถึงรัฐบาล

สมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งไทยได้ยื่นข้อเรียกร้อง 6 ข้อ ประกอบด้วย

  1. จัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่การผลิตกุ้งทะเลและผลิตภัณฑ์ (Shrimp Board) ให้ภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคม/ชมรม/สหกรณ์ และผู้แทนเกษตรกร ร่วมกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาและพัฒนาอุตสาหกรรมกุ้งอย่างต่อเนื่อง
  2. จัดทำโครงการรักษาเสถียรภาพราคากุ้งทะเลหรือมาตรการพยุงราคาอย่างเร่งด่วน ไม่ให้ราคาต่ำกว่าต้นทุนการผลิต โดยให้กระทรวงพาณิชย์ส่งเสริมการบริโภคกุ้งในประเทศ พร้อมเสนอกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงศึกษาธิการบรรจุ "เมนูกุ้ง" ในอาหารกลางวันนักเรียนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 มื้อ และในโรงพยาบาล
  3. ผลักดันมาตรการยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ รวม 11 มาตรการ
  4. กำหนดมาตรการควบคุมปัจจัยการผลิต เช่น พลังงาน อาหารกุ้ง ลูกกุ้ง และเวชภัณฑ์สัตว์น้ำ
  5. สนับสนุนโครงการพลังงานทางเลือกโซลาร์เซลล์ในฟาร์มกุ้งอย่างเร่งด่วน
  6. ระงับการอนุมัตินำเข้ากุ้งในช่วงที่ราคากุ้งตกต่ำ

นอกจากนี้ ผู้เลี้ยงกุ้งยังเสนอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาการค้ากับประเทศมาเลเซีย และวางยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมกุ้งไทยทั้งระบบ แทนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบที่ผ่านมา


กลุ่มเกษตรกรได้ยื่นคำขาดอย่างชัดเจนว่า จะให้เวลาภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงหรือดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาภายใน 10 วัน หากพ้นกำหนดแล้วยังไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทั่วประเทศจะเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาลเพื่อยกระดับการเรียกร้องและเคลื่อนไหวขั้นสูงสุดต่อไป


10 วันจากนี้จึงไม่ใช่เพียงเส้นตายของการจัดตั้ง "บอร์ดกุ้ง" เท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบความเชื่อมั่นของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทั้งประเทศ ว่ารัฐบาลจะลงมือแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง หรือปล่อยให้เสียงเรียกร้องเงียบหายไปพร้อมกับฟาร์มกุ้งที่ทยอยปิดตัวลงเรื่อยๆ