สัมมนา
ถอดรหัสลับ ”ระบบภูมิคุ้มกันกุ้ง”: 5 กุญแจสำคัญจากงานวิจัยที่จะเปลี่ยนฟาร์มคุณให้ยั่งยืน
ถอดรหัสลับ ”ระบบภูมิคุ้มกันกุ้ง”: 5 กุญแจสำคัญจากงานวิจัยที่จะเปลี่ยนฟาร์มคุณให้ยั่งยืน โดย ดร.กัลยาณ์ ศรีธัญญลักษณา-แดงติ๊บ ผอ.กลุ่มวิจัย BIOTEC
ในโลกของการเพาะเลี้ยงกุ้ง ความกังวลอันดับต้นๆ ของผู้ประกอบการคงหนีไม่พ้น ”โรคระบาด” ที่มักมาเยือนแบบไม่ทันตั้งตัว หลายครั้งที่เราทุ่มงบประมาณไปกับการแก้ไขที่ปลายเหตุ แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นอย่างที่คิด จนเกิดคำถามสำคัญว่า ”เราเข้าใจกุ้งดีพอหรือยัง?”
จริงๆ แล้ว หัวใจของการเลี้ยงกุ้งให้รอดอยู่ที่การรักษาความสมดุลระหว่าง ตัวกุ้ง (Shrimp) เชื้อก่อโรค (Pathogen) และสิ่งแวดล้อม (Environment) วันนี้เราจะไปเจาะลึก 5 ประเด็นเด็ดจากงานวิจัยของ BIOTEC ที่จะเปลี่ยนมุมมองการจัดการฟาร์มของคุณไปตลอดกาล ผ่านการฟัง ”เสียงจากภายใน” ของกุ้งค่ะ
Subclinical Indicators - รู้ทันก่อนกุ้งแสดงอาการ
ปัจจุบันเทรนด์การเลี้ยงกุ้งระดับโลกกำลังขยับจากการ ”รักษา” มาเป็นการ ”ป้องกันเชิงรุก” โดยในการประชุม Global Aquaculture Alliance (GAA) ครั้งล่าสุดได้เน้นย้ำเรื่อง Subclinical Indicators หรือการตรวจหาสัญญาณเตือนในระดับที่กุ้งยังไม่แสดงอาการป่วยออกมาให้เห็นทางกายภาพ
หากเราเปรียบเทียบกับคน ก็เหมือนการตรวจเลือดหาค่าความผิดปกติก่อนที่เราจะไข้ขึ้น การเข้าใจดัชนีชี้วัดเหล่านี้จะช่วยให้ผู้เลี้ยงสามารถจัดการบริหารความเสี่ยงได้ทันท่วงทีก่อนที่จะเกิดความสูญเสียจริงในบ่อ ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญของอุตสาหกรรมกุ้งยุคใหม่
จุดดำบนตัวกุ้ง... สัญญาณของ ”ผู้ชนะ” (The Power of Melanin)
หลายคนเห็นจุดดำบนตัวกุ้งแล้วอาจจะตกใจว่ากุ้งกำลังจะตาย แต่ในเชิงภูมิคุ้มกันวิทยา จุดดำหรือ เมลานิน (Melanin) คือหลักฐานว่าระบบภูมิคุ้มกันของกุ้งทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมและกำลัง ”ชนะ” เชื้อโรค
เมื่อกุ้งถูกจู่โจม ระบบเอนไซม์ Prophenoloxidase จะกระตุ้นการสร้างเมลานินขึ้นมาล้อมกรอบและกำจัดสิ่งแปลกปลอม ดังบทสนทนาที่เกิดขึ้นจริงในงานวิจัย:
”กุ้งตัวนี้จะตายไหมคะ... กุ้งตัวนี้มีเมลานินค่ะ และจะไม่ตาย”
เมลานินมีฤทธิ์เป็นพิษต่อเชื้อโรค และรอยดำเหล่านี้จะหายไปเองเมื่อกุ้งลอกคราบ ดังนั้นการเห็นจุดดำอาจไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเสมอไป แต่เป็นสัญญาณว่ากุ้งของคุณมีระบบป้องกันตัวที่แข็งแรงครับ
กับดัก ”อาหารกุ้ง” และสมรภูมิความเร็วของเชื้อวิบริโอ
งานวิจัยพบว่าคุณภาพอาหารไม่ได้ดูแค่โปรตีน แต่ต้องดูความคงตัวในน้ำด้วย จากการทดลองนำอาหารกลุ่มหนึ่ง (T1) มาแช่น้ำเพียง 1 ชั่วโมง พบว่ามีสารอินทรีย์ละลายออกมา (Leaching) สูงมาก ซึ่งกลายเป็นอาหารชั้นเลิศของแบคทีเรียเลว
ประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่อง ”เวลา”:
* เชื้อวิบริโอ (Vibrio): ใช้เวลาแบ่งตัวจาก 1 เป็น 2 เพียง 10 นาที
* เชื้อดีอย่างบาซิลลัส (Bacillus): ใช้เวลาถึง 30 นาที
นั่นหมายความว่าเชื้อวิบริโอโตเร็วกว่าเชื้อดีถึง 3 เท่า! หากคุณใช้วิธี ”ฆ่าเชื้อแบบล้างบาง” ในบ่อ เชื้อวิบริโอที่โตเร็วกว่าจะเป็นพวกแรกที่กลับมายึดพื้นที่ ดังนั้นการเลือกอาหารที่มีความคงตัวสูงและการจัดการสมดุลจุลินทรีย์จึงสำคัญกว่าการมุ่งเน้นแต่การใช้ยาฆ่าเชื้อ
เม็ดเลือดกุ้ง (Hemocytes) สมรภูมิแรกที่คุณอาจไม่เคยเห็น
กุ้งมีระบบไหลเวียนโลหิตแบบเปิด (Open Circulatory System) โดยมี ฮีโมไซยานิน (Hemocyanin) ทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจน (ต่างจากคนที่มีฮีโมโกลบิน) เม็ดเลือดกุ้งหรือ Hemocytes จึงเป็นด่านหน้าสำคัญที่เชื้อร้ายอย่าง White Spot (จุดขาว) EHP และ Vibrio มุ่งเป้าโจมตีเป็นอันดับแรก
ความลับที่นักวิจัยพบคือเม็ดเลือดกุ้งมีความละเอียดอ่อนมาก หากสัมผัสอากาศเพียงนิดเดียวเซลล์จะแตกหรือระเบิดทันที การเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจภูมิคุ้มกันที่ถูกต้องจึงต้องใส่สารกันเลือดแข็ง (Anticoagulant) ไว้ในเข็มก่อนเจาะเสมอ โดยเม็ดเลือดกุ้งแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก:
* Non-granular: เซลล์ที่ไม่มีถุงบรรจุสาร
* Small Granular: เซลล์ที่มีถุงสารขนาดเล็ก
* Large Granular: เซลล์ที่มีถุงสารขนาดใหญ่
ถุง (Granules) เหล่านี้บรรจุ ”อาวุธ” ที่ต่างกัน นอกจากนี้ยังมีสาร เลกติน (Lectin) ที่ทำหน้าที่เหมือนกาวดักหนู ช่วย ”จับกลุ่ม” (Agglutination) เชื้อโรคให้รวมกันเป็นก้อน เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันเข้าจัดการได้ง่ายขึ้นในคราวเดียว
แคลเซียม... กุญแจที่ถูกลืมของระบบเลือดและเอนไซม์
เรามักเติมแคลเซียมเพื่อหวังผลเรื่องการสร้างเปลือก แต่ในระบบภายใน แคลเซียมคือตัวช่วยสำคัญของเอนไซม์ ทรานส์กลูตามิเนส (Transglutaminase) ซึ่งทำหน้าที่ในระบบการแข็งตัวของเลือด (Blood Clotting)
เมื่อกุ้งเกิดบาดแผลจากการทะเลาะกันหรือสิ่งแวดล้อม ระบบเลือดต้องรีบปิดแผลทันทีเพื่อไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย กระบวนการนี้ต้องการแคลเซียมที่เพียงพอเพื่อทำงานร่วมกับเอนไซม์เปรียบเสมือน ”เครื่องมือซ่อมแซมร่างกาย” หากแคลเซียมไม่พอ ระบบป้องกันพื้นฐานนี้จะล้มเหลวทันที การให้แคลเซียมจึงไม่ใช่แค่เรื่องของเปลือก แต่คือเรื่องของระบบเลือดและภูมิคุ้มกันที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ
บทสรุปและก้าวต่อไปของอุตสาหกรรมกุ้งไทย
การเข้าใจกลไกภายในร่างกายกุ้งช่วยให้เราก้าวข้ามการเลี้ยงแบบ ”เสี่ยงดวง” ไปสู่การเลี้ยงด้วย ”วิทยาศาสตร์” ปัจจุบันเรามีหน่วยงานอย่าง Triple A Lab (Advanced Aquatic Animal Service Laboratory) และโครงการ iTAP ภายใต้ สวทช. ที่พร้อมเป็นพี่เลี้ยงในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาปรับใช้ในฟาร์มของคุณ
เป้าหมายสูงสุดคือการสร้างความยั่งยืนตามวิสัยทัศน์ที่ว่า ”กุ้งไทย: ปลอดโรค แข่งขันได้ ยั่งยืน ด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม”
ที่มา:บรรยาย งาน สวทช. ไบโอเทค 7 ส.ค.69
