ข่าวทั่วไทย
ทำความรู้จัก ”ชมรมผู้ซื้อกุ้งสุราษฎร์ธานี”: อีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ทำให้เกษตรกรไทยไปต่อได้
ทำความรู้จัก "ชมรมผู้ซื้อกุ้งสุราษฎร์ธานี": อีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ทำให้เกษตรกรไทยไปต่อได้
การกลับมาของความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมกุ้งสุราษฎร์ธานี
ในระบบเศรษฐกิจการค้ากุ้ง ”ความเชื่อมั่น” เปรียบเสมือนสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุด อุปสรรคสำคัญที่บั่นทอนกำลังใจของเกษตรกรมาอย่างยาวนานไม่ใช่เพียงแค่โรคระบาด หรือต้นทุนที่สูงขึ้น แต่คือความผันผวนของราคากลางและความไม่แน่นอนในระบบการรับซื้อ การรวมตัวกันของ ”ชมรมผู้ซื้อกุ้งสุราษฎร์ธานี” จึงไม่ได้เป็นเพียงการตั้งกลุ่มทางการค้า แต่คือการวางโครงสร้างกฎระเบียบ (Regulatory Framework) เพื่อลดความเสี่ยงเชิงระบบในห่วงโซ่อุปทาน
บทบาทของ ”แพกุ้ง” ระหว่างเกษตรกรในจังหวัดสุราษฎร์ธานีรวมไปถึงพื้นที่ใกล้เคียงกับโรงงานแปรรูป ได้ถูกยกระดับขึ้นผ่านมาตรฐานที่เป็นสากลและโปร่งใส น้องเชื่อว่าการสร้าง ”ระบบนิเวศแห่งความเป็นธรรม” นี้เองที่เป็นรากฐานสำคัญในการกอบกู้ความเชื่อมั่น และเป็นกลไกผลักดันให้เศรษฐกิจฐานรากของภาคใต้เดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง
กำเนิดใหม่เพื่อความแข็งแกร่ง: ประวัติและวิสัยทัศน์ของชมรม
หลังจากที่เคยมีการรวมกลุ่มในอดีตและว่างเว้นไปในช่วงเวลาหนึ่ง เจตนารมณ์ในการสร้างความเป็นปึกแผ่นก็ได้นำมาสู่การฟื้นฟูชมรมขึ้นใหม่อีกครั้ง เพื่อจัดระเบียบการค้ากุ้งให้มีความเป็นเอกภาพ
* ไทม์ไลน์การดำเนินงาน: เริ่มกลับมาแต่งตั้งและรวบรวมสมาชิกใหม่อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2565 โดยมุ่งมั่นสร้างความแข็งแกร่งต่อเนื่องจนก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในยุคใหม่
คณะผู้บริหารและหัวเรือใหญ่:
* คุณประทีป บุญชู: ประธานชมรมผู้ซื้อกุ้งสุราษฎร์ธานี
* คุณสุรชัย อินแก้ว: ฝ่ายจัดซื้อจากแพจองอานันท์ และรองประธานชมรมฯ
* วิสัยทัศน์และพันธกิจ: เพื่อกำหนด ”ราคากลาง” ให้สอดคล้องกับกลไกตลาดของโรงงานอย่างแท้จริง และควบคุมให้ผู้ซื้อ (แพกุ้ง) ทุกรายปฏิบัติภายใต้กฎระเบียบเดียวกัน เพื่อป้องกันปัญหาการผิดนัดชำระเงิน หรือพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรม
การวางกฎกติกาที่ชัดเจนนี้ ช่วยให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายมีบรรทัดฐานในการทำงานร่วมกัน ลดข้อพิพาท และสร้างความโปร่งใสในทุกขั้นตอนการซื้อขาย
ยกระดับราคาและมาตรฐาน: เมื่อคุณภาพพบกับความเป็นธรรม
ชมรมได้กำหนดเกณฑ์มาตรฐานเชิงคุณภาพเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ให้กับผลผลิต ซึ่งนอกจากจะช่วยให้กุ้งไทยแข่งขันได้ในตลาดโลกแล้ว ยังช่วยให้เกษตรกรที่ทำประมงคุณภาพได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า
เกณฑ์กุ้งคุณภาพสูง 3 ประการ (High-Quality Standards):
1. การตรวจสารตกค้าง: ต้องผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยตามมาตรฐานกรมประมงและโรงงาน
2. ระบบการเลี้ยง: ต้องมาจากบ่อเลี้ยงระบบ PE 100% เพื่อความสะอาดของผลผลิต
3. ประวัติด้านสุขภาพ: ต้องเป็นกุ้งที่สมบูรณ์และไม่เคยผ่านการติดโรคขี้ขาว (White Feces Syndrome)
เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่าง น้องได้สรุปข้อดีของการทำงานภายใต้ระบบชมรมเทียบกับการค้าแบบเดิม ดังนี้:
ประเด็นการค้า การซื้อขายผ่านสมาชิกชมรม (23 แพสมาชิก) การซื้อขายกับกลุ่มนอกระบบ (กรณีทั่วไป)
ความมั่นคงทางการเงิน มีการควบคุมเข้มงวด ป้องกันปัญหา ”จับแล้วไม่จ่าย” หรือจ่ายเงินล่าช้า มีความเสี่ยงสูงที่เกษตรกรจะเสียเปรียบด้านการเรียกเก็บเงิน
การจัดการกุ้งด้อยคุณภาพ การเจรจาหาทางออก: หากเจอกุ้งผอม จะใช้หลักการ ”อยู่ได้ทั้งคู่” ไม่กดราคาเกินจริง การฉกฉวยโอกาส: มักถูกหักราคาเปอร์เซ็นต์สูงถึง 50% หรือถูกปฏิเสธการจับหน้างาน
มาตรฐานการดำเนินงาน ยึดตามคิวการประมูลและกติกาที่เป็นสากล ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจส่วนบุคคลของผู้ซื้อเป็นหลัก
พลังของการประมูล: การโอบอุ้มเกษตรกรรายย่อย
หนึ่งในจุดแข็งที่สุดของชมรมคือการสร้างความเท่าเทียม (Equity) น้องเล็งเห็นว่าระบบการประมูลที่ชมรมนำมาใช้นั้น ช่วย ”ยกฐานะ” ให้เกษตรกรรายย่อยที่มีบ่อเพียง 1-2 บ่อ ให้มีอำนาจต่อรองเทียบเท่ากับฟาร์มขนาดใหญ่
ขั้นตอนการทำงานของระบบประมูล (Strategic Auction Workflow):
1. การแจ้งความประสงค์: เกษตรกรแจ้งข้อมูลผ่านแพที่เป็นสมาชิกชมรม
2. การทำงานของศูนย์กลาง: ข้อมูลจะถูกส่งเข้าสู่ ”ศูนย์เซ็นเตอร์” โดยมี ”เลขานุการชมรม” เป็นแกนกลางในการบริหารจัดการข้อมูล
3. การกระจายข่าวสาร: เลขานุการจะแจ้งรายละเอียดให้สมาชิกแพทั้ง 23 ราย รับทราบพร้อมกันทุกวันเพื่อเตรียมความพร้อม
4. ระบบรันคิว (Queue Management): มีการรันคิวประมูลชัดเจน (Q1 Q2 Q3 Q4) เพื่อให้เกิดการเสนอราคาที่แข่งขันกันอย่างสมบูรณ์ตามความต้องการของโรงงานแต่ละแห่ง
ระบบนี้ช่วยให้เกษตรกรรายเล็กเข้าถึงฐานผู้ซื้อที่หลากหลาย ไม่ต้องยึดติดกับราคาของแพใดแพหนึ่ง ทำให้ราคากุ้งถูกยกฐานะขึ้นตามศักยภาพของสินค้าอย่างแท้จริง
มากกว่าคู่ค้าคือครอบครัว: การซัพพอร์ต 24 ชั่วโมงและงานจิตอาสา
เพราะความไว้วางใจคือหัวใจของธุรกิจ ชมรมจึงไม่ได้วางตัวเป็นเพียง ”ผู้ซื้อ” แต่คือ ”เพื่อนคู่คิด” ของเกษตรกร น้องประทับใจใน Commitment ของชมรมที่พร้อมให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะใน ”กรณีฉุกเฉิน” เช่น เมื่อกุ้งในบ่อเกิดปัญหาต้องรีบจับออกทันที ทีมงานสมาชิกชมรมจะเร่งเข้าไปซัพพอร์ตเพื่อระงับความเสียหายให้ทันท่วงที
นอกจากนี้ ชมรมยังยึดถือ ”สัญญาประชาคม” ในการตอบแทนสังคมผ่านกิจกรรมจิตอาสา (CSR) อย่างต่อเนื่อง อาทิ:
- การสนับสนุนกิจกรรมของชมรมผู้เลี้ยงกุ้งสุราษฎร์ธานี เพื่อความเป็นเอกภาพของอุตสาหกรรมในพื้นที่
- การมอบโอกาสทางการศึกษาและสิ่งของจำเป็นให้แก่โรงเรียนในท้องถิ่น
- การสงเคราะห์ผู้พิการและเลี้ยงอาหารเด็กผู้พิการทางสายตาเป็นประจำทุกปี
ความเอื้ออาทรเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ชมรมผู้ซื้อกุ้งสุราษฎร์ธานีไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่ขับเคลื่อนด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและคนในอาชีพเดียวกัน
อนาคตที่ยั่งยืนของผู้ซื้อกุ้งสุราษฎร์ธานี
การรวมตัวกันของชมรมผู้ซื้อกุ้งสุราษฎร์ธานี คือบทพิสูจน์ของการสร้าง ”พลังร่วม” เพื่อให้อุตสาหกรรมกุ้งไทยเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน น้องมั่นใจว่าการมีกติกาการค้าที่ชัดเจน มีระบบประมูลที่ยุติธรรม และมีการดูแลกันแบบครอบครัว จะเป็นโมเดลสำคัญที่สร้างความมั่งคั่งให้กับพี่น้องเกษตรกรในระยะยาว
ช่องทางการติดต่อ: เกษตรกรในจังหวัดสุราษฎร์ธานีและพื้นที่ใกล้เคียงที่ต้องการความมั่นใจในราคากลาง หรือสนใจเข้าร่วมระบบประมูล สามารถติดต่อได้ที่ "ทุกแพกุ้งที่เป็นสมาชิกชมรม" ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ประสานงานข้อมูลเข้าสู่ศูนย์เซ็นเตอร์เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ทุกท่านอย่างเต็มที่
ชมรมผู้ซื้อกุ้งสุราษฎร์ธานีขอยืนหยัดอยู่เคียงข้าง และดูแลพี่น้องเกษตรกรตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ทุกท่านมั่นใจว่า
"เราจะก้าวไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนด้วยกัน"
