ต่างประเทศ

   เมื่อ : 11 ก.ย. 2569

สัญญาณเตือนถึงปี 2028! จากการประชุมกุ้งโลก

วัตถุดิบทะเลสำหรับอาหารสัตว์น้ำ อาจขาดสมดุลถึง 400000 ตัน


“ถ้าวัตถุดิบอาหารกุ้งขาดสมดุล 400000 ตัน…ราคาอาหารจะไปทางไหน?”

นี่อาจเป็นอีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ที่คนเลี้ยงกุ้งทั่วโลกต้องจับตา หลังข้อมูลที่นำเสนอใน Global Shrimp Forum 2026 ส่งสัญญาณว่า ความต้องการวัตถุดิบจากทะเลสำหรับผลิตอาหารสัตว์น้ำ หรือ marine ingredients กำลังเติบโตเร็วกว่าปริมาณวัตถุดิบที่มีอยู่


SeafoodSource รายงานเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 โดยอ้างการนำเสนอของ Adolfo Fontes Head of Business Intelligence ของ dsm-firmenich ว่า หากแนวโน้มปัจจุบันดำเนินต่อไป ภายในปี 2028 อาจเกิดช่องว่างระหว่างความต้องการและอุปทาน marine ingredients ราว 400000 ตัน


ปัญหาไม่ได้รอถึงปี 2028

สัญญาณตึงตัวเริ่มปรากฏแล้วในปี 2026 โดยหนึ่งในจุดสำคัญคือ เปรู ซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบปลาป่นและน้ำมันปลารายใหญ่ของโลก และพึ่งพาการประมงปลากะตักหรือ anchoveta อย่างมาก

FAO GLOBEFISH รายงานว่า ตลาดปลาป่นและน้ำมันปลาทั่วโลกตึงตัวอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 จากโควตาที่ลดลงในเปรูและชิลี อุปทานจากแอตแลนติกเหนือลดลง รวมถึงความเสี่ยงจาก El Niño โดยโควตาเปรูในฤดูกาลที่เกี่ยวข้องลดลงประมาณ 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ชิลีลดโควตาปลากะตักปี 2026 ถึง 44% เหลือ 625000 ตัน


ผลสะเทือนเห็นได้จากราคาเช่นกัน FAO ระบุว่า Super Prime Fishmeal FOB Peru แตะประมาณ 2500 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันในเดือนพฤษภาคม 2026 จากราว 1400 ดอลลาร์ต่อตันเมื่อหนึ่งปีก่อน ขณะที่ feed-grade fish oil อยู่ที่ประมาณ 4100 ดอลลาร์ต่อตัน เพิ่มขึ้น 64% เมื่อเทียบรายปี


กุ้งเพิ่ม แต่สัดส่วนวัตถุดิบทะเลลดลง

อีกตัวเลขที่น่าสนใจจาก Global Shrimp Forum คือ ระหว่างปี 2000–2025 การผลิตอาหารสัตว์น้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 230% ขณะที่ปริมาณ marine ingredients สำหรับอาหารสัตว์น้ำเพิ่มเพียงประมาณ 40%

ผลคืออุตสาหกรรมสามารถลดสัดส่วนการใช้วัตถุดิบทะเลในอาหารสัตว์น้ำ จากประมาณ 25% เหลือราว 10% ได้แล้ว ขณะที่ในอาหารกุ้ง สัดส่วนโปรตีนทะเลและน้ำมันปลารวมกันก็ลดลงมาอยู่แถว 10% เช่นกัน


แต่โจทย์คือ ปริมาณกุ้งโลกยังเพิ่มต่อ

ข้อมูลที่นำเสนอในเวทีเดียวกันประเมินว่าผลผลิตกุ้งโลกปี 2026 กำลังเข้าใกล้ 6 ล้านตัน ซึ่งหมายถึงความต้องการอาหารกุ้งรวมยังสูงขึ้น แม้ผู้ผลิตอาหารจะลดสัดส่วนวัตถุดิบจากทะเลต่ออาหารหนึ่งกิโลกรัมลงแล้วก็ตาม

400000 ตัน ไม่ได้แปลว่า “อาหารกุ้งจะขาด”


ประเด็นนี้ต้องแยกให้ชัด

ตัวเลข 400000 ตัน เป็นการประเมินช่องว่างระหว่าง ความต้องการกับอุปทานของ marine ingredients ไม่ใช่การคาดการณ์ว่า “อาหารกุ้งสำเร็จรูปจะขาด 400000 ตัน”

และยังไม่สามารถสรุปตรง ๆ ได้ว่า อาหารกุ้งจะขึ้นราคาเท่าใด หรือจะต้องขึ้นราคาแน่นอน

สิ่งที่ตัวเลขนี้กำลังเตือนคือ ผู้ผลิตอาหารสัตว์น้ำอาจต้องแข่งขันกันมากขึ้นเพื่อเข้าถึงวัตถุดิบอย่างปลาป่นและน้ำมันปลา พร้อมกับเร่งพัฒนา วัตถุดิบโปรตีนและไขมันทางเลือก รวมถึงปรับสูตรอาหารให้พึ่งพาทรัพยากรจากทะเลน้อยลง

ทิศทางดังกล่าวเกิดขึ้นแล้ว เช่น การพัฒนาโปรตีนจากแมลงสำหรับอาหารกุ้ง และการใช้น้ำมันจากสาหร่ายเป็นแหล่งโอเมกา-3 เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันปลา


แล้วคนเลี้ยงกุ้งไทยต้องจับตาอะไร?

สำหรับ “กุ้งไทย” ประเด็นสำคัญจึงอาจไม่ใช่เพียงถามว่า อาหารกุ้งจะแพงขึ้นหรือไม่ แต่ควรถามต่อว่า

อีก 2–3 ปีข้างหน้า สูตรอาหารกุ้งจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน?

ถ้าปลาป่นและน้ำมันปลาคุณภาพสูงมีราคาแพงหรือมีอุปทานจำกัด ผู้ผลิตรายใดสามารถใช้วัตถุดิบทางเลือกโดยยังรักษา การกินอาหาร การเจริญเติบโต FCR สุขภาพกุ้ง และต้นทุนต่อกิโลกรัมกุ้ง ได้ดี นั่นอาจกลายเป็นความได้เปรียบในการแข่งขันครั้งใหม่

เพราะการแข่งขันของอุตสาหกรรมกุ้งโลกในอนาคต อาจไม่ได้วัดกันเพียงว่า

“ใครเลี้ยงกุ้งได้เก่งกว่า”

แต่จะรวมถึง

“ใครผลิตกุ้งได้มากขึ้น โดยใช้ทรัพยากรทะเลน้อยลง และยังรักษาต้นทุนกับประสิทธิภาพการเลี้ยงไว้ได้”

นี่คือโจทย์ที่อุตสาหกรรมอาหารกุ้งและเกษตรกรไทยควรเริ่มจับตาตั้งแต่วันนี้ค่ะ


แหล่งข้อมูล: SeafoodSource, Global Shrimp Forum 2026, FAO GLOBEFISH และ IFFO



แหล่งอ่านต่อ: SeafoodSource — Global marine feed ingredient shortage looming⁠


· FAO GLOBEFISH — China demand and lower quotas lift fishmeal and fish oil prices⁠


Global Shrimp Forum — GSF 2026 Archive

IFFO — China Summit 2026 marine ingredients insights⁠

#กุ้งไทย #ข่าวกุ้ง #อาหารกุ้ง #อาหารสัตว์น้ำ #ปลาป่น #น้ำมันปลา #MarineIngredients #Fishmeal #FishOil #Aquafeed #ShrimpFeed #GlobalShrimpForum #ShrimpFarming #กุ้งขาว #เลี้ยงกุ้ง #เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง