ต่างประเทศ

   เมื่อ : 15 มี.ค. 2569

ยุโรปมาเหนือ! เตรียมแบนกุ้งน็อคน้ำแข็ง?

​เมื่อ "ความเมตตา" กลายเป็น "กำแพงการค้า" ครั้งใหม่! ยุโรปดันนโยบาย Farm to Fork บีบผู้ส่งออกต้องใช้ "เครื่องช็อตไฟฟ้า" ก่อนแปรรูปกุ้ง พร้อมแบนการตัดก้านตาถาวรภายในปี 2026-2027

​ต้นทุนเพิ่ม... แต่ถ้าไม่ทำก็เข้าตลาดไม่ได้! เกษตรกรและโรงงานไทยพร้อมรับมือแค่ไหน? อ่านบทวิเคราะห์ฉบับเต็มจาก ดร.น้องกุ้งไทย ได้ที่นี่! ????

สหภาพยุโรป (EU) เตรียมยกระดับมาตรฐานการนำเข้าสินค้าประมงภายใต้นโยบาย Farm to Fork โดยพุ่งเป้าไปที่ ”สวัสดิภาพของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง” (Decapod Crustaceans) ซึ่งรวมถึงกุ้งด้วย โดยมีข้อเรียกร้องสำคัญให้เปลี่ยนวิธีทำให้กุ้งสลบจากการแช่น้ำแข็ง (Ice Slurry) มาเป็นการใช้เครื่องช็อตไฟฟ้า (Electrical Stunning) ก่อนการแปรรูป


​ปัจจุบันกลุ่ม NGO ในยุโรปและสหราชอาณาจักร อาทิ Shrimp Welfare Project และ International Council for Animal Welfare (ICAW) ได้กดดันให้ห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่ เช่น Tesco Waitrose และ Co-op ออกนโยบายแบนกุ้งที่มาจากการตัดก้านตา (Eyestalk Ablation) และการน็อคน้ำแข็งแบบเดิม โดยกำหนดเส้นตายการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีภายในปี 2026-2027 นี้

​???? รายละเอียดการเปลี่ยนแปลงที่ต้องจับตา:

• ​การทำให้สลบ (Stunning): ยุโรปมองว่าการแช่น้ำแข็งทำให้กุ้งทรมานและตายช้าเกินไป เครื่องช็อตไฟฟ้า (Electrical Stunning) จึงถูกผลักดันให้เป็นมาตรฐานใหม่ เพื่อให้กุ้งหมดสติทันทีก่อนเข้าสู่กระบวนการถอดหัวหรือแกะเปลือก

• ​การงดตัดก้านตา (Ablation-free): โรงเพาะฟักต้องปรับเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีการจัดการพ่อแม่พันธุ์ที่ไม่ต้องตัดก้านตา ซึ่งส่งผลต่อรอบการผลิตและปริมาณลูกกุ้ง

• ​กฎหมายทางการ: คณะกรรมาธิการยุโรปกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาบรรจุข้อกำหนดเหล่านี้ลงในกฎหมายควบคุมสวัสดิภาพสัตว์ฉบับใหม่ (Animal Welfare Legislation) ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนของร่างกฎหมายในปี 2026


วิเคราะห์เชิงอุตสาหกรรม: ผลกระทบต่อไทยและตลาดโลก

1. ต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้น:

เครื่องช็อตไฟฟ้าคุณภาพสูงมีราคาสูงถึงเครื่องละ 50000 - 100000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.8 - 3.6 ล้านบาท) ยังไม่รวมค่าไฟและค่าแรงผู้เชี่ยวชาญในการคุมเครื่อง ซึ่งจะกลายเป็นภาระหนักของโรงงานแปรรูปขนาดกลางและขนาดเล็กในไทย

2. เกมชิงความได้เปรียบของคู่แข่ง:

ขณะนี้ เวียดนาม เริ่มมีการทดลองติดตั้งเครื่องช็อตไฟฟ้าในโรงงานนำร่องบางแห่งแล้วเพื่อรักษาฐานลูกค้าใน EU ส่วน เอกวาดอร์ ซึ่งได้เปรียบเรื่องต้นทุนต่ำและส่งออกไปยุโรปเป็นอันดับ 1 ก็กำลังถูกกดดันเช่นกัน หากไทยขยับตัวช้า เราอาจเสียส่วนแบ่งตลาดกุ้งพรีเมียมในยุโรปไปอย่างถาวร

3. มาตรฐานใหม่ของ ”กุ้งคุณภาพ”:

ในอนาคต การมีใบรับรองสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare Certification) จะไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็น ”ใบเบิกทาง” (License to Play) หากเกษตรกรและโรงงานไทยไม่ปรับตัว กุ้งไทยจะถูกผลักไปอยู่ในตลาดล่างที่มีการแข่งขันด้านราคาดุเดือดกว่าเดิม


บทสรุปและทิศทางในอนาคต

​แม้เรื่องสวัสดิภาพสัตว์จะดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับบ่อเลี้ยง แต่ในโลกการค้ายุคใหม่ ”ความสงสาร” ถูกเปลี่ยนเป็น ”มูลค่า” และ ”ข้อบังคับ” ครับ โจทย์สำคัญของอุตสาหกรรมกุ้งไทยคือ เราจะเปลี่ยนภาระต้นทุนเหล่านี้ให้เป็นจุดขายเรื่อง ”Sustainable & Ethical Shrimp” เพื่ออัพราคาขายได้อย่างไร?


แหล่งที่มา:

• ​European Commission - Farm to Fork Strategy

• ​Asian Agribiz (Vietnam tests electrical stunning for shrimp)

• ​SeafoodSource (UK supermarkets welfare commitments)

• ​Global Seafood Alliance (GSA)


#กุ้งไทย #ส่งออกกุ้ง #FarmToFork #AnimalWelfare #ข่าวกุ้งโลก #น้องกุ้งไทย