ข่าวน่าติดตาม

   เมื่อ : 23 ต.ค. 2569

19 องค์กร พันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทยรวมพลัง! ถกอนาคตอุตสาหกรรม จ่อยื่นหนังสือถึง "รองนายกฯ ศุภจี"


เมื่อ 23 ตุลาคม 2569 กลุ่มพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย 19 องค์กร เปิดเวทีประชุมสัญจรครั้งสำคัญ ณ ลาร์มัว ฮอลล์ ชะอำ (L'amour Hall Cha-am) จังหวัดเพชรบุรี เพื่อระดมความคิดเห็นและกำหนดทิศทางขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกุ้งไทย ท่ามกลางความท้าทายทั้งด้านต้นทุนการผลิต การแข่งขันทางการค้า นโยบายการนำเข้ากุ้ง และปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรจากสถานการณ์อุทกภัยในภาคตะวันออก


การประชุมครั้งนี้มี นายชยานันท์ อินทรัตน์ หรือ “นายหัวจอย” ประธานชมรมกุ้งเพชรบุรี ทำหน้าที่ประธานการประชุม พร้อมด้วยผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง และผู้แทนองค์กรเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจากหลายภูมิภาคเข้าร่วม

อีกหนึ่งความสำคัญของการประชุมครั้งนี้ คือการได้รับเกียรติจากคณะทำงานของ ท่านปลอดประสพ สุรัสวดี เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและระดมสมองในประเด็นเชิงนโยบาย ภายใต้หัวข้อสำคัญ “กรมประมง และอุตสาหกรรมกุ้งไทยยุคใหม่ควรเป็นอย่างไร” เพื่อร่วมพิจารณาแนวทางพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ การวิจัยและพัฒนา ตลอดจนกลไกสนับสนุนเกษตรกรให้สามารถรับมือกับการแข่งขันและความเปลี่ยนแปลงของตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ


การหารือดังกล่าวมุ่งเปิดพื้นที่ให้ภาคเกษตรกรและผู้มีประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรประมง ร่วมกันสะท้อนปัญหา เสนอแนวทางปรับปรุงการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ และกำหนดบทบาทของกรมประมงในการสนับสนุนอุตสาหกรรมกุ้งไทยให้สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

นายอภิชิต วรกิจ เลขาธิการพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย และประธานชมรมกุ้งระนอง เปิดเผยถึงประเด็นการประชุมว่า กลุ่มพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทย จะหารือใน 6 วาระสำคัญ โดยเริ่มจากการติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งสร้างความเสียหายต่อฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งจำนวนมาก รวมถึงแนวทางการช่วยเหลือและฟื้นฟูอาชีพของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ


6 วาระสำคัญ กำหนดทิศทางอนาคตกุ้งไทย

การประชุมพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทยครั้งนี้กำหนดประเด็นหารือสำคัญ 6 เรื่อง ได้แก่

1. วิกฤตน้ำท่วมภาคตะวันออก ติดตามสถานการณ์ความเสียหายของฟาร์มกุ้งและความคืบหน้ามาตรการช่วยเหลือ พร้อมพิจารณาบทบาทของเครือข่ายพันธมิตรในการสนับสนุนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ

2. ความคืบหน้าโครงการ Hackathon ติดตามผลการดำเนินงานและหารือแนวทางสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี และแนวคิดใหม่สำหรับอุตสาหกรรมกุ้งไทย

3. กรมประมงและอุตสาหกรรมกุ้งไทยยุคใหม่ ระดมความคิดเห็นเพื่อเสนอแนวทางพัฒนาระบบบริหารจัดการ การวิจัย การส่งเสริมเกษตรกร และการกำหนดนโยบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์อุตสาหกรรม

4. นโยบายการนำเข้ากุ้งจากต่างประเทศ พิจารณาจุดยืนของกลุ่มพันธมิตร ผู้เลี้ยงกุ้งไทย ตลอดจนข้อเสนอและแนวทางเตรียมรับมือหากมีการดำเนินนโยบายเปิดนำเข้ากุ้ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและตลาดกุ้งภายในประเทศ

5. จัดทำข้อเสนอถึงรองนายกรัฐมนตรี ศุภจี พิจารณาเนื้อหาหนังสือและข้อมูลประกอบการหารือกับรองนายกรัฐมนตรี เพื่อสะท้อนปัญหาและข้อเสนอจากภาคอุตสาหกรรมกุ้งไทย หากสามารถดำเนินการได้ทันตามกำหนด

6. เลือกตั้งเลขาธิการพันธมิตรฯ วาระปี 2570–2571 เนื่องจากเลขาธิการคนปัจจุบันดำรงตำแหน่งครบวาระ 2 ปี จึงเตรียมพิจารณาคัดเลือกผู้รับหน้าที่ขับเคลื่อนเครือข่ายในวาระต่อไป หากมีเวลาเพียงพอ


เตรียมยื่นหนังสือถึงรองนายกรัฐมนตรี “ศุภจี”

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตาคือ ความพยายามผลักดันข้อเสนอของเครือข่ายพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทยไปสู่ระดับนโยบายรัฐบาล

นายชยานันท์ อินทรัตน์ ได้ประสานขอเข้ายื่นหนังสือต่อ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และมีความเป็นไปได้ที่จะมีโอกาสหารือร่วมกัน โดยขณะนี้คณะทำงานของรองนายกรัฐมนตรีได้ส่งประเด็นที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมมาให้เครือข่ายพิจารณาแล้ว

ดังนั้น การประชุมครั้งนี้จึงมีความสำคัญต่อการรวบรวมข้อเท็จจริง ความเดือดร้อน และข้อเสนอเชิงนโยบายจากตัวแทนเกษตรกร เพื่อให้การยื่นหนังสือมีเนื้อหาที่ชัดเจนและสะท้อนความต้องการของภาคการผลิตอย่างแท้จริง


จับตาเสียงเกษตรกร จะเปลี่ยนเป็นนโยบายได้มากน้อยเพียงใด

การประชุมสัญจรของพันธมิตรผู้เลี้ยงกุ้งไทยครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการประชุมประจำของเครือข่ายองค์กรเกษตรกร แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงปัญหาจากระดับฟาร์มเข้าสู่กระบวนการกำหนดนโยบาย

โดยเฉพาะประเด็นการนำเข้ากุ้ง การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัย และการปรับบทบาทกรมประมง ซึ่งล้วนเป็นเรื่องที่อาจส่งผลต่อโครงสร้างการแข่งขันและความอยู่รอดของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทยในระยะยาว


สิ่งที่ต้องติดตามหลังการประชุม คือ เครือข่ายพันธมิตรทั้ง 19 องค์กรจะสามารถสร้างข้อเสนอร่วมที่ชัดเจนเพียงใด และข้อเสนอเหล่านั้นจะได้รับการผลักดันไปสู่การปฏิบัติจริงจากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่


เพราะอนาคตของอุตสาหกรรมกุ้งไทย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการผลิตของเกษตรกรเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับนโยบายภาครัฐ ระบบสนับสนุน และความร่วมมือของทุกภาคส่วนด้วย