ข่าวประชาสัมพันธ์

   เมื่อ : 26 ต.ค. 2569

สมาคมกุ้งตะวันออกไทยและพันธมิตร เปลี่ยนวิกฤตน้ำท่วมขังให้คลีน! เปิดเบื้องหลัง "จุลินทรีย์" 2 แสนลิตร สยบกลิ่นเหม็นใน 48 ชั่วโมง


สมาคมผู้เลี้ยงกุ้งตะวันออกไทย ได้ร่วมมือกับ กรมประมง และ ภาคเอกชน ในการผลิตและแจกจ่าย จุลินทรีย์ขยายพร้อมใช้ปริมาณ 200,000 ลิตร เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังและส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงในพื้นที่ต่างๆ การดำเนินงานนี้เริ่มต้นจากการทดลองฉีดพ่นจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียที่สามารถกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ภายใน 1 ถึง 2 วัน ผ่านการสนับสนุนวัตถุดิบสำคัญอย่างอาหารกุ้งและน้ำตาลทราย ตลอดจนใช้พื้นที่ของฟาร์มเอกชนในการเพาะขยายหัวเชื้อ นอกจากนี้ยังมีการแจกจ่าย จุลินทรีย์แบบเม็ดและแบบผง เพื่อให้รถบรรทุกน้ำขนาดใหญ่และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำไปใช้ฉีดพ่นในพื้นที่สาธารณะ รวมถึงเข้าถึงจุดที่ยานพาหนะขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าไปได้ ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็น แนวทางบรรเทาความเดือดร้อน และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยกลับคืนสู่ภาวะปกติอย่างรวดเร็ว


การขยายหัวเชื้อจุลินทรีย์บริสุทธิ์ถึง 200,000 ลิตร การปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นตัวอย่างของการนำ เทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตรมาปรับใช้แก้ปัญหาสาธารณสุขในชุมชนได้อย่างตรงจุดและทันท่วงที โดยความประทับใจสำคัญอยู่ที่ ความเร็วในการระดมพล ที่เปลี่ยนเทคโนโลยีในฟาร์มกุ้งให้กลายเป็นภารกิจบรรเทาสาธารณภัยระดับชุมชนได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ การทำงานเริ่มขึ้นจากการนำหัวเชื้อจุลินทรีย์ที่ได้รับการสนับสนุนจาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งฉะเชิงเทรา ไปทดสอบสเปรย์ฉีดพ่นในพื้นที่ประสบภัยจริง ร่วมกับ อบต.บางแก้ว อ.เมืองฉะเชิงเทรา แล้วพบว่าสามารถกำจัดกลิ่นเหม็นขังในร่องสวนและถนนได้อย่างดีเยี่ยม สมาคมฯ และภาคีเครือข่ายจึงตัดสินใจยกระดับการผลิตทันที โดยได้รับการสนับสนุนพื้นที่ อุปกรณ์ และบ่อเตรียมน้ำขนาดใหญ่ถึง 200 ตัน (200,000 ลิตร) จาก บรรจงฟาร์ม กระบวนการขยายเชื้อถูกเร่งสปีดอย่างเร่งด่วน จากหัวเชื้อบริสุทธิ์ถูกขยายปริมาณอย่างรวดเร็วจาก 10 ตัน เป็น 20 ตัน พุ่งขึ้นสู่ 100 ตัน และแตะระดับ 200 ตัน ได้ในเวลาเพียงไม่กี่วัน เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือให้ทันต่อความเดือดร้อนของประชาชน


สยบ 3 วายร้ายด้วยเอนไซม์ธรรมชาติภายใน 48 ชั่วโมง ต้นตอของกลิ่นเหม็นเน่าหลังน้ำท่วมขัง ไม่ได้เกิดจากสิ่งเดียวกันทั้งหมด แต่เกิดจากสารประกอบชีวเคมี 3 กลุ่มหลัก ที่จุลินทรีย์ชุดนี้เข้าไปจัดการได้อย่างตรงจุด:

  1. กรดไขมันจากบ้านเรือน (Fatty Acids): เกิดจากการสะสมของคราบไขมันในครัวเรือน ส่งผลให้เกิด กลิ่นหืน เหมือนน้ำมันเก่าที่เก็บไว้นาน
  2. แอมโมเนีย (Ammonia): สารประกอบไนโตรเจนที่ส่ง กลิ่นฉุน รุนแรง
  3. ไฮโดรเจนซัลไฟด์ / แก๊สไข่เน่า (Hydrogen Sulfide): ตัวการสำคัญที่ทำให้เกิด กลิ่นเหม็นเน่า อย่างรุนแรง การขยายเชื้อในครั้งนี้ ทำให้ได้จุลินทรีย์เข้มข้นสูงถึง 10^5 ถึง 10^6 ที่ผลิต เอนไซม์พร้อมทำงาน ไว้ในตัวเองอยู่แล้ว เมื่อนำไปฉีดพ่น เอนไซม์จะเข้าย่อยสลายสารก่อกลิ่นทั้ง 3 กลุ่มทันที ทำให้กลิ่นเหม็นลดลงและหายไปภายใน 1 ถึง 2 วัน

เคล็ดลับสำคัญในการนำไปใช้งานคือ ต้องนำไป ฉีดพ่นบริเวณน้ำขังนิ่ง เป็นหลัก เนื่องจากหากนำไปใช้ในพื้นที่ น้ำไหล หรือพื้นที่ที่มีน้ำขึ้นน้ำลง หัวเชื้อจุลินทรีย์และเอนไซม์จะถูกกระแสน้ำพัดพาเจือจางไปก่อนที่จะทันได้ย่อยสลายสารก่อกลิ่น การใช้ในจุดน้ำขังนิ่งจึงจะเห็นผลลัพธ์ในการสยบกลิ่นชัดเจนที่สุดภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมง


"เราขยายจนมีจุลินทรีย์จำนวน 10^5 ถึง 10^6 และมีเอนไซม์อยู่ในตัวแล้ว พร้อมที่จะพอสเปรย์ปั๊บ มันก็เก็บทำงานได้เลย... แนะนำให้ไปฉีดบริเวณน้ำนิ่ง ใช้เวลาประมาณ 1 ถึง 2 วัน กลิ่นก็หาย" คุณสมประสงค์ นายกสมาคมกุ้งตะวันออกไทย



สำหรับพื้นที่เข้าถึงยาก เพื่อให้การกระจายจุลินทรีย์เข้าถึงทุกตารางนิ้วของพื้นที่ประสบภัย การบริหารจัดการทางโลจิสติกส์จึงถูกออกแบบให้ยืดหยุ่นและหลากหลาย:

  1. พื้นที่สาธารณะและถนนสายหลัก: ประสานงานผ่าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต.) นำ รถบรรทุกน้ำขนาดใหญ่และรถดับเพลิง (ความจุตั้งแต่ 6000 ลิตร 8000 ลิตร ไปจนถึง 10000 ลิตร) มาเติมจุลินทรีย์แบบน้ำปริมาณมาก เพื่อนำไปฉีดพ่นสเปรย์พื้นที่กว้าง
  2. พื้นที่ซอยแคบ ร่องสวน และบ้านเรือนที่รถใหญ่เข้าไม่ถึง มีการสนับสนุนนวัตกรรมจุลินทรีย์รูปแบบอื่นเพิ่มเติม ได้แก่ จุลินทรีย์แบบเม็ด สนับสนุนโดย บริษัท ยูนิฟาย จำนวน 10,000 เม็ด เหมาะสำหรับโยนใส่ร่องน้ำ ซอยแคบ หรือพื้นที่เข้าถึงยาก
  3. จุลินทรีย์แบบผง สนับสนุนโดย บริษัท โคเดล ประเทศไทย ปริมาณบรรจุเทียบเท่า 2 ตัน นำไปละลายน้ำใช้ได้สะดวก
  4. จุลินทรีย์น้ำสำเร็จรูป: สนับสนุนโดย บริษัท มาริโอ อีกจำนวน 1 ตัน การผสมผสานระหว่าง เครื่องจักรขนาดใหญ่ (รถน้ำ อบต.) และ ผลิตภัณฑ์ชีวภาพขนาดพกพา (เม็ด/ผง) ช่วยให้เจ้าหน้าที่และชาวบ้านสามารถสยบกลิ่นเหม็นได้ครอบคลุมทุกจุด ไม่ว่าพื้นที่นั้นจะมีอุปสรรคในการเข้าถึงเพียงใด


เมื่อภาคเอกชนและท้องถิ่นผนึกกำลัง ความสำเร็จในการผลิตและกระจายจุลินทรีย์จำนวนมหาศาลนี้ เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของหลายภาคส่วนในระบบนิเวศท้องถิ่น:

  1. วัตถุดิบและอาหาร: บริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์ ได้แก่ Intech Feed และ TF ร่วมกับ ร้านตะวันออกอาหารสัตว์ สนับสนุนอาหารกุ้งและน้ำตาลทราย ซึ่งเป็นสารอาหารจำเป็นในการขยายตัวของจุลินทรีย์
  2. สถานที่และกำลังคน: บรรจงฟาร์ม เอื้อเฟื้อพื้นที่ บ่อเตรียมน้ำขนาด 200 ตัน รวมถึงบุคลากรของฟาร์มในการดูแลกระบวนการหมักขยายเชื้อ
  3. การประสานงานในพื้นที่: สส.ในพื้นที่ ช่วยประสานงานกระจายข่าวไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่รับผิดชอบ
  4. พลังน้ำใจจากพันธมิตรไร้นาม: ในวันเปิดแจกจ่าย ยังมีซัพพลายเออร์และผู้ค้าปัจจัยการผลิตอีกหลายรายที่ บรรทุกสิ่งของมาเติมให้อย่างทันท่วงทีถึงหน้างาน แม้จะยังไม่ได้เอ่ยนามอย่างเป็นทางการ แสดงถึงพลังความร่วมมือแบบไร้พรมแดนอย่างแท้จริง สะท้อนให้เห็นจากความต้องการอันท่วมท้น

ซึ่งเพียง วันแรกของการเปิดแจกจ่าย ก็มีหน่วยงานมารับจุลินทรีย์ไปแล้วเกินกว่า 100,000 ลิตร นอกจากนี้ เพื่อความเป็นระเบียบและระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosafety) ของฟาร์ม ผู้จัดทำได้กำหนดเงื่อนไขการรับมอบที่ชัดเจน โดยเปิดให้ อบต. และหน่วยงานต่างๆ นำ ภาชนะบรรจุขนาดใหญ่ เข้ามารับได้ในช่วง เวลาประมาณ 10.00 - 12.00 น. ของทุกวัน (ดำเนินการต่อเนื่องประมาณ 5 วัน) โดยขอความร่วมมือไม่อนุญาตให้นำแกลลอนเล็กมากรอก เพื่อป้องกันความวุ่นวาย รักษาระยะเวลาทำงานปกติของฟาร์ม และลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนเข้าสู่พื้นที่สงวนของฟาร์ม


"ใครที่มีกำลัง ก็ช่วยเหลือกัน ต่อให้ไม่ได้เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง เขาก็ได้รับผลกระทบ... อยากจะประชาสัมพันธ์ให้แต่ละบริษัทช่วยเหลือกัน เพื่อให้ทุกคนกลับมาได้เร็วที่สุด" คุณสมประสงค์ นายกสมาคมกุ้งตะวันออกไทย


การกู้ศึกกลิ่นเหม็นหลังน้ำท่วมขังในครั้งนี้ เป็นตัวอย่างที่เด่นชัดของการนำ นวัตกรรมทางชีวภาพ มาผนวกเข้ากับ ความร่วมมือของเครือข่ายในท้องถิ่น เมื่อเทคนิคการเลี้ยงกุ้งระดับห้องปฏิบัติการ ถูกปลดล็อกออกมาแก้ปัญหาสาธารณสุขของชุมชนได้อย่างทันท่วงทีและเกิดผลสัมฤทธิ์จริง