ต่างประเทศ

   เมื่อ : 20 มี.ค. 2569

ราคากุ้งสหรัฐฯ พุ่งปรี๊ด! แต่คนกินลดฮวบ:

กุ้งกลายเป็น ”เทอร์โมมิเตอร์” วัดกระเป๋าตังค์ผู้บริโภค

วันที่ 20 มีนาคม 2026 | โดย ดร.น้อง

ราคาพุ่ง แต่ความต้องการร่วง

ข้อมูลค้าปลีกล่าสุดจากสหรัฐอเมริกาในเดือนมกราคม 2026 ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่ชัดเจนมากครับ นั่นคือ ”ราคาอาหารทะเลเพิ่มขึ้นเร็วกว่าความต้องการบริโภคจริง” โดยเฉพาะ ”กุ้ง” ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจนกลายเป็นเหมือน ”เทอร์โมมิเตอร์” ที่ใช้วัดความอ่อนไหวของผู้บริโภคต่อราคาสินค้าไปแล้วค่ะ


ทำไมราคาถึงแพงขึ้น? ปัจจัยจากสงครามและค่าขนส่ง

สาเหตุหลักที่ทำให้ราคากุ้งในสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้น ไม่ใช่เพราะกุ้งขาดตลาดนะครับ แต่เป็นเพราะ ”ต้นทุนการขนส่งที่พุ่งทะยาน” ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสงครามที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านและอิสราเอล ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมคาดการณ์ว่า หากสถานการณ์สงครามยังไม่คลี่คลาย ราคาอาหารทะเลแช่แข็งทั่วโลกอาจปรับตัวสูงขึ้นอีกถึง 10% ในระยะสั้น

การนำเข้ายังโต แต่เริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัว

ในปี 2025 สหรัฐฯ นำเข้ากุ้งรวมทั้งสิ้น 795641 ตัน เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับปี 2024 [4] แต่ในเดือนมกราคม 2026 สัญญาณชะลอตัวเริ่มปรากฏชัด โดยสหรัฐฯ นำเข้ากุ้ง 66935 ตัน ลดลง 6% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว


โอกาสของกุ้งไทยท่ามกลางวิกฤต

ในขณะที่คู่แข่งหลักกำลังเผชิญความท้าทาย กุ้งไทยกลับมีข่าวดีค่ะ! สมาคมกุ้งไทยเปิดเผยว่า ไทยได้รับอัตราภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-dumping duty) ที่ต่ำมากเพียง 2.01% เท่านั้น ทำให้กุ้งไทยเสียภาษีรวม 17.01% ซึ่งยังคง ”แข่งขันได้” เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างอินเดีย (24.5%) เวียดนาม (22.4%) หรืออินโดนีเซีย (18.7%) สมาคมตั้งเป้าผลิต 400000 ตัน และส่งออก 250000 ตัน ในปีนี้ค่ะ