สัมมนา

   เมื่อ : 23 พ.ค. 2569

นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกุ้งทะเล

ดร.กัลญาณ์ ศรีธัญญาลักษณา-แดงติ๊บ สวทช. ในงานสัมมนาของสหกรณ์กุ้งท่าทอง


ความก้าวหน้าของงานวิจัยและนวัตกรรมโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตกุ้งทะเลของไทยอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ การพัฒนาสายพันธุ์ที่ดี การสร้างเสริมสุขภาพสัตว์น้ำ การพัฒนาระบบการเลี้ยง และการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ

สาระสำคัญประกอบด้วยการเปิดตัวกุ้งกุลาดำสายพันธุ์ ”ชยา 1” (Chaiya 1) ที่มีอัตราการเติบโตสูงขึ้นถึง 42% การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ShrimpGuard เพื่อลดการใช้ยาปฏิชีวนะ และนวัตกรรม AQ35 ซึ่งเป็นโปรตีนจากไข่แดงไก่ในการยับยั้งเชื้อ EHP นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งศูนย์บริการวิเคราะห์ทดสอบสัตว์น้ำแบบครบวงจร (Triple A Lab) เพื่อสนับสนุนภาคเอกชนและเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)


1. การพัฒนาและปรับปรุงสายพันธุ์สัตว์น้ำ (Breeding Innovation)

งานวิจัยด้านพันธุศาสตร์มุ่งเน้นไปที่การสร้างสายพันธุ์กุ้งที่โตไว เลี้ยงง่าย และปลอดเชื้อโรค เพื่อสร้างความได้เปรียบในเชิงพาณิชย์

1.1 กุ้งกุลาดำสายพันธุ์ ”ชยา 1” (Chaiya 1)

เป็นผลงานความร่วมมือระหว่าง สวทช. และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) โดยใช้เวลาพัฒนากว่า 8-9 ปี ตั้งแต่ปี 2018 จนประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์

  1. ลักษณะเด่น:
  2. อัตราการเจริญเติบโต (Growth Rate) เพิ่มขึ้น 42% เมื่อเทียบกับสายพันธุ์เดิม
  3. ปลอดเชื้อโรคตามรายการขององค์การสุขภาพสัตว์ระหว่างประเทศ (WOAH)
  4. พฤติกรรมเชื่อง เลี้ยงง่าย สามารถว่ายน้ำและกินอาหารได้ทั่วถึงใน Water Column
  5. เนื้อมีรสชาติดี และมีสีแดงสวยเมื่อปรุงสุก ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดจีน
  6. ผลการทดสอบในฟาร์ม: ในบ่อขนาด 6 ไร่ ใช้เวลาเลี้ยง 5 เดือน ได้กุ้งขนาด 35 ตัวต่อกิโลกรัม (ประมาณ 28.5 กรัมต่อตัว) โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 0.22 กรัมต่อวัน
  7. แนวโน้มในอนาคต: อยู่ระหว่างการพัฒนาสายพันธุ์ ”ชยา 2” ซึ่งจะเน้นคุณสมบัติการทนทานต่อไวรัสตัวแดงดวงขาว (WSSV)

1.2 กุ้งชฎา (Chada Shrimp)

สัตว์น้ำเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่พัฒนาร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มุ่งเน้นการผลิตพ่อแม่พันธุ์และการอนุบาลลูกกุ้งเพื่อรองรับตลาดจีนและญี่ปุ่น ซึ่งมีความต้องการสูงถึงปีละ 200000 ตัน


2. นวัตกรรมเพื่อสุขภาพสัตว์น้ำและการจัดการโรค (Health & Disease Management)

การวิจัยมุ่งเน้นการใช้ชีวนวัตกรรมเพื่อทดแทนการใช้สารเคมีและยาปฏิชีวนะ เพื่อแก้ปัญหาสุขภาพกุ้งและเชื้อดื้อยา

2.1 ShrimpGuard: ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควบคุมเชื้อแบคทีเรีย

ใช้จัดการปัญหาเชื้อแบคทีเรียก่อโรคในโรงเพาะฟัก (Hatchery) โดยมีส่วนประกอบสำคัญ 4 ส่วน:

  1. Bacteriophage (เฟจ): ไวรัสที่ทำลายแบคทีเรียกลุ่ม Vibrio 4 ชนิด (รวมถึงกลุ่มที่ทำให้เกิดโรคตายด่วนหรือ EMS) อย่างเฉพาะเจาะจง ไม่ตกค้างในสิ่งแวดล้อม
  2. สารกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (Immuno-stimulants): ประกอบด้วยสาร UA25 PC25 และสารอื่นๆ เพื่อป้องกันไวรัสและเชื้อรา
  3. ประสิทธิภาพ: ช่วยเพิ่มอัตราการรอดของลูกกุ้งได้ 12-14%

2.2 AQ35: นวัตกรรมยับยั้งเชื้อ EHP จากไข่แดงไก่

เชื้อ Enterocytozoon hepatopenaei (EHP) เป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้กุ้งโตช้า โดยการสร้างสปอร์และยิงท่อโพลาร์ (Polar tube) เพื่อส่งสารพันธุกรรมเข้าสู่เซลล์กุ้ง

  1. กลไกการทำงาน: AQ35 คือแอนติบอดีในไข่แดงไก่ที่ถูกกระตุ้นด้วยโปรตีน PTP ของเชื้อ EHP เมื่อกุ้งกินเข้าไป แอนติบอดีจะเข้าไปยับยั้งการยิงท่อโพลาร์ ทำให้เชื้อไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้
  2. ผลการทดสอบ: สามารถลดปริมาณเชื้อ EHP ในตัวกุ้งให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 10^3 ซึ่งเป็นระดับที่ไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราการเจริญเติบโต

2.3 ชุดตรวจโรคแบบรวดเร็ว (EHP Test Kit)

การพัฒนาชุดตรวจในลักษณะเดียวกับ ATK เพื่อให้เกษตรกรสามารถตรวจเชื้อ EHP ได้เองในฟาร์ม

  1. ความแม่นยำ: มีความไว (Sensitivity) อยู่ที่ประมาณ 900 copies
  2. จุดเด่น: ใช้งานง่าย ทราบผลรวดเร็ว และแม่นยำกว่าการส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์แบบเดิมที่อาจมองไม่เห็นเชื้อในระยะที่ยังไม่สร้างสปอร์


3. จุลินทรีย์โพรไบโอติกและระบบการเลี้ยง (Probiotics & Farming Systems)

การใช้จุลินทรีย์เพื่อควบคุมคุณภาพน้ำและยับยั้งเชื้อก่อโรคในบ่อเลี้ยง

นวัตกรรมรายละเอียดและความสำคัญ
ปม. 2จุลินทรีย์โพรไบโอติกที่พัฒนาร่วมกับกรมประมง เพื่อใช้ควบคุมคุณภาพน้ำ
การยับยั้งไบโอฟิล์มงานวิจัยคัดเลือกจุลินทรีย์ที่สามารถยับยั้งการสร้างไบโอฟิล์มของแบคทีเรียก่อโรคในทางเดินอาหารกุ้ง
จุลินทรีย์กำจัดของเสียอยู่ระหว่างการพัฒนาจุลินทรีย์สูตรใหม่ที่สามารถกำจัดของเสียและต้านโรควิบริโอได้ในตัวเดียว

--------------------------------------------------------------------------------

4. โครงสร้างพื้นฐานและการบริการวิจัย (Research Infrastructure)

สวทช. ได้จัดตั้งหน่วยงานสนับสนุนภาคเอกชนเพื่อส่งเสริมการทำวิจัยและการวิเคราะห์ทดสอบที่ได้มาตรฐาน

  1. Triple A Lab (Advanced Aquatic Animal Service Laboratory): ศูนย์บริการวิจัยและวิเคราะห์ทดสอบสัตว์น้ำแบบครบวงจร ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ให้คำปรึกษาและร่วมวิจัยกับผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศ
  2. Biosafety Level 2 (BSL-2): ห้องปฏิบัติการความปลอดภัยสูงสำหรับทดสอบเชื้อก่อโรครุนแรงในกุ้งและอาหารสัตว์น้ำ
  3. Climate Change Laboratory: ห้องแล็บที่สามารถปรับอุณหภูมิและความเค็มของน้ำได้โดยอัตโนมัติ เพื่อศึกษาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้ง และเตรียมแนวทางปรับตัวในอนาคต