เรื่องเด่น

   เมื่อ : 29 มิ.ย. 2569

งานกินกุ้งไทย 2569 กลยุทธ์การสร้างเสถียรภาพและกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ


อุตสาหกรรมกุ้งไทยในปัจจุบันกำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตจากปัจจัยภายนอกและภายใน ทั้งการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก ต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น และความผันผวนของราคากุ้งที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกร เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างยั่งยืน สหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งลุ่มน้ำท่าทอง จำกัด จึงได้ผนึกกำลังกับภาครัฐและเอกชนจัดงาน "กินกุ้งไทย 2569" ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีเป้าหมายหลักในการปรับสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน ผ่านการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ เสริมสร้างความเชื่อมั่นในมาตรฐานความปลอดภัยของกุ้งไทย และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเศรษฐกิจฐานราก โครงการนี้ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดการพึ่งพาการส่งออกและสร้างทิศทางการเติบโตที่ยั่งยืนให้อุตสาหกรรมกุ้งไทย


สถานการณ์และความท้าทายของอุตสาหกรรมกุ้งไทย

อุตสาหกรรมกุ้งซึ่งเป็นกลไกสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทย กำลังตกอยู่ในสภาวะที่ยากลำบากจากปัจจัยหลายประการ ดังนี้:

  1. การแข่งขันในตลาดโลก: ประเทศไทยต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการตัดราคาจากคู่แข่ง และข้อกำหนดด้านมาตรฐานการส่งออกที่เข้มงวด
  2. ความเปราะบางของโครงสร้างราคา: ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นสวนทางกับราคากุ้งที่ขาดเสถียรภาพ ส่งผลกระทบต่อรายได้และความมั่นคงในอาชีพของเกษตรกร โดยเฉพาะในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่างจังหวัดสุราษฎร์ธานี
  3. การพึ่งพาตลาดต่างประเทศมากเกินไป: ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมกุ้งไทยเน้นการส่งออกเป็นหลัก ในขณะที่อัตราการบริโภคภายในประเทศยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับศักยภาพการผลิตจริง
  4. ความไม่สมดุลของอุปสงค์และอุปทาน: การขาดตลาดรองรับภายในประเทศที่เข้มแข็งทำให้เมื่อเกิดปัญหาในการส่งออก ปริมาณกุ้งจะล้นตลาดและราคาตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว


บทบาทของภาคีเครือข่ายและการดำเนินงาน

โครงการกินกุ้งไทย 2569 เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือระหว่างองค์กรต่าง ๆ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกุ้ง ดังนี้:

  1. สหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งลุ่มน้ำท่าทอง จำกัด: ในฐานะสหกรณ์ประมงที่มีสมาชิกเกษตรกรมากกว่า 600 คน ทำหน้าที่เป็นแกนหลักในการรวมกลุ่มเพื่อพัฒนาคุณภาพการผลิตและเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการจัดงาน
  2. กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์: สนับสนุนงบประมาณและนโยบายเพื่อขับเคลื่อนโครงการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
  3. จังหวัดสุราษฎร์ธานี: สนับสนุนพื้นที่และอำนวยความสะดวกในการจัดงาน ณ ลานจอดรถโรงแรมไดมอน อำเภอเมือง
  4. ภาคเอกชน: หลากหลายองค์กรในอุตสาหกรรมกุ้งร่วมสนับสนุนงบประมาณและทรัพยากร เพื่อสืบสานความสำเร็จจากโครงการในปี 2567


วัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์

การจัดงานกินกุ้งไทย 2569 ถูกกำหนดขึ้นภายใต้วัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ เพื่อเป้าหมายระยะยาวของอุตสาหกรรม:

  1. การส่งเสริมการบริโภคเชิงรุก: มุ่งเน้นให้ประชาชนสามารถเข้าถึงกุ้งคุณภาพดีในราคาที่เป็นธรรม เพื่อเพิ่มสัดส่วนการบริโภคภายในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
  2. การสร้างตราสินค้าและความเชื่อมั่น (Branding & Trust): ประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคตระหนักว่ากุ้งไทยมีมาตรฐานสูง ทั้งในด้านความสะอาด ความปลอดภัย และคุณภาพระดับเดียวกับสินค้าส่งออก
  3. การกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น: เพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้เกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่ได้พบกับผู้บริโภคโดยตรง สอดคล้องกับนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของรัฐบาล


กิจกรรมหลักและองค์ประกอบภายในงาน

โครงการได้ออกแบบกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อดึงดูดผู้บริโภคทุกกลุ่มและสร้างบรรยากาศการเรียนรู้คู่ความสนุกสนาน:

  1. ช่องทางจำหน่ายกุ้งสดจากฟาร์ม: การจำหน่ายกุ้งคุณภาพส่งตรงจากเกษตรกรในราคาพิเศษ เพื่อให้ประชาชนได้บริโภคสินค้าที่สะอาดและปลอดภัยอย่างทั่วถึง
  2. การยกระดับอาหารท้องถิ่น: ร้านอาหารชื่อดังในจังหวัดสุราษฎร์ธานีร่วมสร้างสรรค์เมนูจากกุ้งและจำหน่ายในราคาพิเศษ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่
  3. การสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added): จัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กุ้งแปรรูปคุณภาพส่งออก เพื่อเปิดโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ และเพิ่มมูลค่าสินค้า
  4. กิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วม: ประกอบด้วยการแข่งขันกินกุ้ง กิจกรรมตักกุ้งเป็นขนาดใหญ่ในราคาประหยัด และการแสดงดนตรีสด เพื่อสร้างบรรยากาศที่จูงใจให้เกิดการบริโภค


โครงการกินกุ้งไทย 2569 มิได้เป็นเพียงการจัดงานรื่นเริงตามวาระเท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญในการ:

  1. สร้างความมั่นคง: ลดความผันผวนของราคาด้วยการสร้างฐานผู้บริโภคภายในประเทศที่แข็งแกร่ง
  2. พัฒนาอย่างยั่งยืน: สนับสนุนทิศทางของอุตสาหกรรมกุ้งไทยให้เติบโตอย่างสมดุล ไม่พึ่งพิงตลาดส่งออกเพียงอย่างเดียว
  3. เสริมสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร: การรวมกลุ่มผ่านระบบสหกรณ์และการสนับสนุนจากภาครัฐจะช่วยให้เกษตรกรมีความสามารถในการแข่งขันและมีรายได้ที่มั่นคงยิ่งขึ้นในระยะยาว