รายงานพิเศษ

   เมื่อ : 2 ก.ค. 2569

5 ข้อเท็จจริงสำคัญจากการส่งออกกุ้งไทยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569


กุ้งไทยยังคงเป็น "แชมป์" ในเวทีโลกได้จริงหรือ? เมื่อตัวเลขการส่งออกในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม - พฤษภาคม) เริ่มส่งสัญญาณที่ทำให้นักวิเคราะห์และผู้ประกอบการต้องกลับมาทบทวนกลยุทธ์กันใหม่ ท่ามกลางกระแสความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและการเปลี่ยนผ่านของโครงสร้างตลาดครั้งสำคัญ นี่คือ 5 ข้อเท็จจริงที่คุณต้องรู้เพื่ออ่านทิศทางอุตสาหกรรมกุ้งไทยให้ขาด


ข้อเท็จจริงที่ 1: ภาพรวมที่สวนทาง เมื่อ "มูลค่า" ดิ่งแรงกว่า "ปริมาณ"

จากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพรวมในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 เปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า (2568) เราพบความน่ากังวลในเชิงโครงสร้างราคาที่ผู้ส่งออกกำลังเผชิญ:

(1) ปริมาณการส่งออกรวม: ลดลงจาก 49,418 ตัน เหลือ 46,201 ตัน (ลดลง -6.51%)

(2) มูลค่าการส่งออกรวม: ลดลงจาก 15,393 ล้านบาท เหลือ 13,789 ล้านบาท (หดตัวถึง -10.42%)

สัญญาณที่น่าจับตามองที่สุดคือการที่ มูลค่าลดลงในสัดส่วนที่มากกว่าปริมาณ เกือบเท่าตัว สะท้อนให้เห็นว่าไทยกำลังเผชิญภาวะสงครามราคาในตลาดโลก หรืออาจเกิดจากอำนาจต่อรองที่ลดลง ทำให้รายได้ที่กลับเข้าสู่ประเทศหายไปมากกว่าจำนวนสินค้าที่ส่งออกไปจริง


ข้อเท็จจริงที่ 2: เดือนพฤษภาคม 2569 คือ "จุดต่ำสุด" ของปี

หากจะหาจุดที่สถานการณ์ตึงเครียดที่สุด ข้อมูลระบุชัดเจนว่าคือเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยถือเป็น "แนวโน้มลดลงมากที่สุดตั้งแต่ต้นปี 2569" เมื่อเทียบเดือนต่อเดือน (YoY) กับปี 2568 พบสถิติดังนี้:

(1) ปริมาณการส่งออกในเดือนพฤษภาคมดิ่งลง -18.98%

(2) มูลค่าการส่งออกในเดือนพฤษภาคมลดลงถึง -24.69%

การดิ่งตัวอย่างรุนแรงในเดือนพฤษภาคมนี้ เป็นเครื่องตอกย้ำว่าปัจจัยลบที่สะสมมาตั้งแต่ต้นปีเริ่มส่งผลกระทบอย่างชัดเจนในช่วงรอยต่อของไตรมาสที่สอง


ข้อเท็จจริงที่ 3: การสลับขั้วอำนาจ ญี่ปุ่นถดถอยแต่ ASEAN กลายเป็นความหวังใหม่

เรากำลังเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงภูมิรัฐศาสตร์เศรษฐกิจของอุตสาหกรรมกุ้งไทย เมื่อตลาดที่เคยเป็นเสาหลักอย่างญี่ปุ่นมีการลดปริมาณนำเข้าลงอย่างมหาศาล โดยปริมาณลดลงถึง -21.56% และมูลค่าลดลงแรงถึง -25.77%

ในทางตรงกันข้าม กลุ่มประเทศ ASEAN10 กลับเป็นกลุ่มเดียวที่เติบโตสวนกระแสโลกอย่างโดดเด่น:

(1) ปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้น 10.88%

(2) มูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้น 4.84%

(3) โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากตลาด เมียนมาร์และมาเลเซีย เป็นหลัก

"มีการส่งออกเพิ่มขึ้นเล็กน้อยไปจีนและกลุ่มอาเซียน (เมียนมาร์และมาเลเซีย)"


ข้อเท็จจริงที่ 4: ประวัติศาสตร์ใหม่ จีนโค่นสหรัฐฯ ขึ้นแท่นตลาดเบอร์ 1

นี่คือความเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญที่สุดในเชิงวิเคราะห์: ปัจจุบัน "จีน" ได้ก้าวขึ้นมาเป็นตลาดส่งออกกุ้งอันดับ 1 ของไทยในแง่มูลค่า แซงหน้าสหรัฐอเมริกาได้เป็นผลสำเร็จ

(1) จีน: ครองส่วนแบ่งมูลค่าสูงถึง 25.73%

(2) สหรัฐอเมริกา: ตกลงมาเป็นอันดับสองด้วยส่วนแบ่ง 24.62%

อย่างไรก็ตาม ชัยชนะในตลาดจีนครั้งนี้มาพร้อมกับความท้าทายด้านราคา (Pricing Paradox) เพราะแม้ปริมาณการส่งออกไปจีนจะเพิ่มขึ้น 3.20% แต่เรากลับทำมูลค่าได้น้อยลง -1.01% แสดงให้เห็นว่าตลาดจีนมีความเข้มข้นในการแข่งขันสูงมาก จนผู้ส่งออกไทยอาจต้องยอมเฉือนกำไรเพื่อรักษาพื้นที่ตลาดเบอร์หนึ่งนี้ไว้


ข้อเท็จจริงที่ 5: บทสรุปและทัศนะสู่อนาคต — เมื่อทางรอดไม่ใช่แค่การขาย

ข้อมูลทั้งหมดชี้ให้เห็นว่าอุตสาหกรรมกุ้งไทยกำลังอยู่ในช่วงการปรับตัวครั้งใหญ่ (Shift) ที่ไม่ใช่แค่เรื่องชั่วคราว การที่มูลค่าส่งออกรวมลดลงมากกว่าปริมาณ และการย้ายฐานตลาดหลักจากญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ไปสู่จีนและอาเซียน คือสัญญาณว่า "ตำราเดิม" อาจใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป



ข้อมูล/ภาพ : กองนโยบายและแผน กรมประมง