ข่าวประชาสัมพันธ์

   เมื่อ : 6 ก.ค. 2569

กรมการค้าภายใน ชวนคนไทย “กินกุ้งไทย” หนุนเกษตรกร กระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนทั้งประเทศ


กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้ารณรงค์เชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุน กุ้งไทย ภายใต้แนวคิด “ทานกุ้ง 1 จาน สร้างประโยชน์ได้มากกว่าที่คิด” เพื่อช่วยเพิ่มการบริโภคกุ้งภายในประเทศ สร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน


การเลือกทานกุ้งไทยเพียง 1 มื้อ ไม่ได้เป็นเพียงการรับประทานอาหารที่อร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการ แต่ยังช่วยให้รายได้กระจายไปยังหลายภาคส่วน ตั้งแต่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง พ่อค้าแม่ค้าในตลาด ผู้ค้าส่ง ห้างค้าปลีก ร้านอาหาร ผู้ประกอบการรายย่อย ตลอดจนแรงงานในภาคการผลิตและการขนส่ง ทำให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจและชุมชนทั่วประเทศ


นอกจากนี้ การบริโภคกุ้งไทยที่เพิ่มขึ้น ยังช่วยดูดซับผลผลิต ลดปริมาณกุ้งค้างตลาด สนับสนุนการรับซื้อจากผู้ประกอบการค้าปลีกและค้าส่ง ส่งผลให้ราคากุ้งมีเสถียรภาพมากขึ้น และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในช่วงที่ภาคการผลิตกำลังเผชิญความท้าทายด้านต้นทุนและราคาผลผลิต

กรมการค้าภายในยังมุ่งผลักดันภาพลักษณ์ “Thai Shrimp” ให้เป็นสินค้าคุณภาพที่ผู้บริโภคทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวเลือกบริโภค พร้อมสร้างการรับรู้ว่าการอุดหนุนกุ้งไทย คือการร่วมสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก และสร้างรายได้ให้คนไทยในทุกระดับ


“กุ้ง 1 จาน อาจเป็นเพียงมื้ออาหารของคุณ แต่สำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการอีกหลายแสนคน นั่นคือกำลังใจและโอกาสในการขับเคลื่อนอาชีพให้เดินหน้าต่อไป”


กรมการค้าภายในจึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมกันเลือกบริโภคกุ้งไทย เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทย และส่งต่อรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน


พลังของกุ้งไทย 1 จาน กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน


บริบทเชิงกลยุทธ์ของการบริโภคกุ้งในประเทศ: การโอบอุ้มกันและกันในวันที่ตลาดผันผวน

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้ารณรงค์เชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุน กุ้งไทย ภายใต้แนวคิด “ทานกุ้ง 1 จาน สร้างประโยชน์ได้มากกว่าที่คิด” เพื่อช่วยเพิ่มการบริโภคกุ้งภายในประเทศ สร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน

ในมิติของนโยบายเศรษฐกิจระดับมหภาค ”กุ้งไทย” ไม่ได้เป็นเพียงสินค้าเกษตรส่งออกที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศเท่านั้น แต่ในวันนี้ กุ้งไทยกำลังทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วย ”โอบอุ้ม” และประคองเศรษฐกิจฐานรากให้เดินหน้าต่อไปได้ การบริโภคภายในประเทศจึงไม่ได้เป็นแค่เรื่องของความอร่อย แต่คือยุทธศาสตร์การสร้างความเข้มแข็งจากภายใน (Domestic Strength) ที่ยั่งยืนที่สุด


”น้องกุ้งไทย” อยากชวนทุกท่านมองย้อนกลับไปถึงหัวใจของความอิ่มอร่อยในแต่ละมื้อค่ะ เพราะกุ้งทุกตัวที่วางอยู่ในจาน คือหยาดเหงื่อและแรงกายของพี่น้องเกษตรกร การตัดสินใจเลือกทานกุ้งไทยในวันนี้ จึงเป็นการส่งต่อ ”พลังใจ” และความมั่นคงทางรายได้โดยตรงสู่ครัวเรือนเกษตรกร ช่วยให้พวกเขาไม่ต้องเผชิญหน้ากับความผันผวนของราคาโลกเพียงลำพัง ความอบอุ่นจากการเกื้อกูลกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ผลิตนี่เองที่จะกลายเป็นสายใยเศรษฐกิจที่เหนียวแน่น และเป็นจุดเริ่มต้นของรายได้ที่หมุนเวียนไปอย่างไม่รู้จบในชุมชนของเรา


การวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่า: ”กุ้ง 1 จาน” กับรายได้ที่หมุนเวียนไม่รู้จบ

เมื่อเรามองผ่านเลนส์ของ ”ห่วงโซ่การค้า” (Trade Chain) จะเห็นว่าการอุดหนุนกุ้งเพียงหนึ่งมื้อ ไม่ว่าจะเป็นกุ้งสดจากตลาดไปทำกับข้าวที่บ้าน หรือแม้แต่ ”กุ้งย่างหอมๆ ไม้ละ 10 บาท” จากร้านรถเข็นในชุมชน เม็ดเงินเหล่านั้นจะทำหน้าที่เป็นแรงเหวี่ยงให้เศรษฐกิจหมุนไปหลายตลบ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ


การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและการเชื่อมโยงในห่วงโซ่คุณค่ากุ้งไทย

ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประโยชน์ที่ได้รับจากการสนับสนุน การหมุนเวียนที่เกี่ยวเนื่อง (Interconnectivity)

-เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ได้รับราคาที่เป็นธรรม มีช่องทางระบายผลผลิตที่ชัดเจน มีทุนหมุนเวียนไปซื้ออาหารกุ้ง และจ้างแรงงานในท้องถิ่น

-พ่อค้าแม่ค้า/แผงลอย สร้างรายได้รายวันจากการขายปลีก (เช่น กุ้งย่าง 10 บาท) สนับสนุนธุรกิจโรงน้ำแข็ง แผงผัก และเครื่องปรุงรสในตลาด

-ร้านอาหาร/ผู้ประกอบการ มีวัตถุดิบคุณภาพดีในราคาที่เหมาะสม สร้างยอดขาย เกิดการจ้างงานพนักงานเสิร์ฟ แม่ครัว และพนักงานส่งอาหาร

-ผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ธุรกิจโลจิสติกส์และการขนส่งในชุมชนมีงานต่อเนื่อง เม็ดเงินกระจายสู่ร้านซ่อมรถ ปั๊มน้ำมัน และร้านค้าในพื้นที่

การบริโภคเพื่อสนับสนุนชุมชนเช่นนี้ เปลี่ยนจาก ”การซื้อเพื่อกิน” เป็น ”การซื้อเพื่อสร้างโอกาส” เพื่อให้ระบบนิเวศการค้าทั้งหมดของไทยก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคง


ยุทธศาสตร์การดูดซับผลผลิตและการสร้างสมดุลตลาด (Market Balancing)

กรมการค้าภายใน (DIT) เล็งเห็นความสำคัญของการรักษาเสถียรภาพราคา จึงได้ดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อเข้าจัดการผลผลิตส่วนเกิน โดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือ ”กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง 14 จังหวัดภาคใต้” ซึ่งเป็นแหล่งผลิตคุณภาพขนาดใหญ่ของประเทศ

โมเดลการบริหารจัดการตลาดภายใต้การกำกับดูแลของกรมฯ มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม 2 ด้าน:

1. การเพิ่มรายได้และลดแรงกดดันด้านราคา: กรมฯ เข้าช่วยกำกับดูแลการรับซื้อและส่งเสริมจุดจำหน่ายตรงสู่ผู้บริโภค เพื่อให้มั่นใจว่าเกษตรกรได้รับ ”ราคาที่เป็นธรรม” (Fair Price) เช่น ราคาอ้างอิงที่ประมาณ 140 บาทต่อถาดตามกลไกตลาดปัจจุบัน ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้เกษตรกรถูกกดราคาในช่วงที่ผลผลิตออกมาพร้อมกัน

2. การระบายผลผลิตค้างตลาด: การส่งเสริมการขายในจุดต่างๆ ทั่วประเทศทำหน้าที่เป็นตัว ”ดูดซับ” (Absorb) ผลผลิตที่ค้างอยู่ในบ่อ เพื่อให้ตลาดกลับเข้าสู่สภาวะสมดุลโดยเร็วที่สุด

ผลกระทบเชิงบวก (Impact) ที่เกิดขึ้นจริงจากพลังการบริโภค:

(1) ผลผลิตถูกกระจายออกได้เร็วขึ้น: ช่วยให้พี่น้องเกษตรกรไม่ต้องแบกรับภาระค่าอาหารและค่าบริหารจัดการบ่อกุ้งที่เพิ่มขึ้นทุกวัน

(2)เกษตรกรมีรายได้จริง: เม็ดเงินส่งตรงถึงมือกลุ่มเกษตรกรใน 14 จังหวัดภาคใต้ ทำให้พวกเขามีรอยยิ้มและมีกำลังใจในการเริ่มรอบการผลิตใหม่

(3) ตลาดกลับมาสมดุล: เมื่อปริมาณการซื้อและการผลิตสอดคล้องกัน กลไกราคาจะกลับสู่ภาวะปกติอย่างยั่งยืน


พลังของการตัดสินใจเลือก ”กุ้งไทย”

ในฐานะ ”พลเมืองทางเศรษฐกิจ” ทุกการเลือกทานเมนูกุ้งของคุณคือพลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง ความอร่อยในมื้อนี้จึงมีความหมายลึกซึ้งกว่ามื้อไหนๆ

3 ประเด็นสำคัญที่คุณค่าของการทานกุ้งไทย:

1. ช่วยเกษตรกรตัวจริง: ส่งตรงรายได้สู่กลุ่มเกษตรกร 14 จังหวัดภาคใต้ และลดความเสี่ยงจากการถูกกดราคา

2. สร้างสมดุลให้ตลาด: เป็นกลไกสำคัญในการดูดซับผลผลิตส่วนเกิน ทำให้ระบบการค้าของประเทศไม่สะดุด

3. หมุนเวียนเศรษฐกิจชุมชน: กระตุ้นการใช้จ่ายตั้งแต่แม่ค้ากุ้งย่างริมทางไปจนถึงธุรกิจขนส่งและร้านอาหารรายย่อย


”น้องกุ้งไทย” และกรมการค้าภายใน ขอเชิญชวนทุกท่านมาเติมรอยยิ้มให้พี่น้องเกษตรกรด้วยกันนะคะ เพียงแค่ มองหาป้าย ”กลุ่มเกษตรกร” หรือสนับสนุนเมนูกุ้งไทยในร้านอาหารใกล้บ้าน ไม่ว่าจะเป็นกุ้งสดเป็นกิโลกรัมหรือกุ้งย่างไม้ละ 10 บาท ทุกพลังการสนับสนุนของท่านคือลมหายใจที่ทำให้เศรษฐกิจฐานรากไทยยั่งยืน