วิชาการ
”ไบโอซีเคียวริตี้” เกราะป้องกันฟาร์มกุ้ง
“ไบโอซีเคียวริตี้” เกราะป้องกันฟาร์มกุ้ง
กรมประมงแนะจัดการ 10 จุดเสี่ยง ตัดวงจรโรค ลดความเสียหายอย่างยั่งยืน
โรคระบาดยังคงเป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญของการเลี้ยงกุ้งทะเล เพราะเมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ระบบการเลี้ยงแล้ว นอกจากจะควบคุมได้ยาก ยังอาจทำให้กุ้งตาย โตช้า ผลผลิตลดลง และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจแก่เกษตรกรอย่างรุนแรง
กรมประมงจึงจัดทำ “คู่มือไบโอซีเคียวริตี้สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเล” เพื่อให้เกษตรกรประเมินความเสี่ยงภายในฟาร์ม วางมาตรการป้องกันโรคอย่างเป็นระบบ และรับมือกับเหตุผิดปกติได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว
หัวใจสำคัญของระบบไบโอซีเคียวริตี้ ไม่ได้อยู่ที่การใช้สารเคมีหรือการรักษาเมื่อกุ้งป่วยเท่านั้น แต่คือการป้องกันเชื้อโรคตั้งแต่ต้นทาง ลดโอกาสที่เชื้อจะเข้าสู่บ่อ และจำกัดการแพร่กระจายระหว่างบ่อหรือออกสู่พื้นที่ข้างเคียง
โรคกุ้งเกิดจาก 3 ปัจจัยที่เชื่อมโยงกัน
การเกิดโรคในกุ้งทะเลมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ “ตัวกุ้ง เชื้อก่อโรค และปัจจัยสิ่งแวดล้อม”
หากกุ้งมีสุขภาพแข็งแรง ปลอดเชื้อก่อโรครุนแรง และได้รับการเลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โอกาสเกิดโรคย่อมน้อยลง แต่เมื่อองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งเสียสมดุล เช่น กุ้งอ่อนแอ คุณภาพน้ำเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ความหนาแน่นสูง หรือมีเชื้อโรคเข้าสู่ระบบ ก็อาจนำไปสู่การระบาดและสร้างความเสียหายทั้งภายในฟาร์มและพื้นที่ใกล้เคียงได้
โรคติดเชื้อที่เกษตรกรต้องเฝ้าระวังมีหลายกลุ่ม ได้แก่
- โรคจากเชื้อไวรัส เช่น โรคตัวแดงดวงขาว โรคหัวเหลือง และโรคแคระแกร็น
- โรคจากเชื้อแบคทีเรีย เช่น เชื้อ Vibrio parahaemolyticus ที่เกี่ยวข้องกับโรคตายด่วนหรือ EMS และเชื้อแบคทีเรียเส้นใยที่มักเกาะตามลำตัวและรยางค์
- โรคจากเชื้อราและเชื้ออีพีเอชพี หรือ EHP ซึ่งทำให้กุ้งโตช้า ขนาดไม่สม่ำเสมอ และเพิ่มต้นทุนการเลี้ยง
- โรคจากปรสิตภายนอก เช่น Zoothamnium และ Acenita ซึ่งเกาะตามลำตัว เหงือก และรยางค์ รบกวนการแลกเปลี่ยนออกซิเจน ทำให้กุ้งอ่อนแอ
10 จุดเสี่ยงที่ฟาร์มกุ้งต้องจัดการ
กรมประมงแนะนำให้เกษตรกรจัดการความเสี่ยงสำคัญภายในฟาร์มอย่างน้อย 10 จุด ดังนี้
1. พันธุ์กุ้ง
เลือกใช้ลูกกุ้งจากแหล่งที่เชื่อถือได้ มีผลตรวจรับรองสถานะปลอดโรค และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
2. สัตว์พาหะนำโรค
ป้องกันนก ปู ปลา สัตว์น้ำชนิดอื่น หรือสัตว์พาหะจากภายนอกเข้าสู่พื้นที่เลี้ยง เพราะอาจนำเชื้อโรคเข้าสู่บ่อกุ้งโดยไม่รู้ตัว
3. บุคลากร
ควบคุมการเข้า–ออกของบุคคลภายนอก กำหนดพื้นที่ปฏิบัติงาน และจัดให้มีจุดล้างมือ ล้างรองเท้า หรือฆ่าเชื้อก่อนเข้าสู่พื้นที่เลี้ยง
4. ยานพาหนะเข้า–ออก
กำหนดหรือจำกัดเส้นทางการเข้า–ออกของรถขนส่ง พร้อมทำความสะอาดและฆ่าเชื้อล้อรถหรือส่วนที่สัมผัสกับพื้นที่เสี่ยง
5. แหล่งน้ำใช้
น้ำที่จะนำมาใช้ในฟาร์มควรผ่านการกรองอย่างละเอียด และมีกระบวนการบำบัดหรือฆ่าเชื้อก่อนปล่อยเข้าสู่บ่อเลี้ยง
6. อุปกรณ์
แยกอุปกรณ์ใช้เฉพาะแต่ละบ่อ เช่น สวิง ถัง เชือก และภาชนะต่าง ๆ ไม่ใช้ปะปนกัน เพื่อลดการแพร่เชื้อข้ามบ่อ
7. อาหารกุ้ง
เก็บรักษาอาหารสำเร็จรูปในที่แห้ง สะอาด ป้องกันความชื้น แมลง และสัตว์พาหะ พร้อมตรวจสอบวันผลิตและวันหมดอายุ
8. การจัดการของเสีย
จัดการน้ำทิ้ง ตะกอนเลน ซากกุ้ง และของเสียจากการเลี้ยงอย่างถูกวิธี ไม่ปล่อยออกสู่แหล่งน้ำสาธารณะโดยตรง เพราะอาจแพร่กระจายเชื้อไปยังฟาร์มอื่น
9. การจัดแบ่งพื้นที่ฟาร์ม
แยกเขตพื้นที่สะอาดและพื้นที่เสี่ยงให้ชัดเจน รวมถึงกำหนดเส้นทางเดิน การขนย้าย และพื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อลดการปนเปื้อน
10. ระบบจัดการและแผนฉุกเฉิน
จัดทำแผนผังฟาร์ม ขั้นตอนปฏิบัติงาน บันทึกข้อมูลการเลี้ยง และแผนรับมือเมื่อพบกุ้งผิดปกติ เพื่อให้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทันเวลา
ไบโอซีเคียวริตี้ช่วยมากกว่าการป้องกันโรค
การนำระบบไบโอซีเคียวริตี้มาใช้อย่างจริงจังช่วยเพิ่มความมั่นคงทางเศรษฐกิจของฟาร์ม ลดโอกาสสูญเสียผลผลิต ลดค่าใช้จ่ายในการแก้ปัญหาโรค และช่วยให้ผลผลิตมีความสม่ำเสมอมากขึ้น
ระบบดังกล่าวยังช่วยยกระดับการจัดการและคุณภาพการผลิต เพราะทุกขั้นตอนมีข้อมูลบันทึก สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และสอดคล้องกับมาตรฐานการเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีหรือ GAP
ในด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม การป้องกันโรคอย่างเป็นระบบยังช่วยลดการใช้ยาและสารเคมีโดยไม่จำเป็น ลดความเสี่ยงจากสารตกค้าง และป้องกันการแพร่เชื้อจากฟาร์มหนึ่งไปสู่อีกฟาร์มหนึ่ง
เมื่อพบกุ้งป่วย ต้องหยุดการแพร่เชื้อทันที
หากพบกุ้งแสดงอาการผิดปกติหรือตายจำนวนมาก เกษตรกรควรหยุดการเคลื่อนย้ายกุ้ง น้ำ อุปกรณ์ และวัสดุออกจากพื้นที่เสี่ยง พร้อมแยกเขตบ่อที่มีปัญหาอย่างชัดเจน
อุปกรณ์ที่ใช้ในบ่อเกิดโรคต้องได้รับการทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออย่างเหมาะสม น้ำและของเสียต้องผ่านการบำบัดก่อนปล่อยออกจากฟาร์ม และควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ประมงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเก็บตัวอย่าง ตรวจวินิจฉัย และให้คำแนะนำในการควบคุมโรค
ป้องกันก่อนเกิดโรค คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด
ไบโอซีเคียวริตี้ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยเทคโนโลยีราคาแพง แต่เริ่มได้จากวินัยพื้นฐานของฟาร์ม ตั้งแต่การเลือกลูกกุ้ง การเตรียมน้ำ การแบ่งพื้นที่ การแยกอุปกรณ์ ไปจนถึงการบันทึกข้อมูลและสังเกตความผิดปกติทุกวัน
เมื่อทุกขั้นตอนทำอย่างต่อเนื่อง ไบโอซีเคียวริตี้จะไม่ใช่เพียง “มาตรการป้องกันโรค” แต่จะกลายเป็นระบบบริหารความเสี่ยงที่ช่วยให้เกษตรกรลดความสูญเสีย เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างความยั่งยืนให้แก่อุตสาหกรรมกุ้งไทยในระยะยาว
เกษตรกรที่พบปัญหาโรคระบาดหรือความผิดปกติในสัตว์น้ำ สามารถติดต่อศูนย์วิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำสงขลา หรือแจ้งผ่านระบบ กพส. สร. 1 ของกรมประมง เพื่อขอรับคำแนะนำและดำเนินการแก้ไขได้อย่างทันท่วงที
ที่มา: กรมประมง กองวิจัยและพัฒนาสุขภาพสัตว์น้ำ
#ไบโอซีเคียวริตี้ #เลี้ยงกุ้งทะเล #ป้องกันโรคกุ้ง #สุขภาพกุ้ง #เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง #กรมประมง #กุ้งไทย
