ส่องฟาร์ม

   เมื่อ : 17 ส.ค. 2569

"SIS ROBUST" สายพันธุ์ลูกกุ้งจอมแกร่งคัดพิเศษจาก เฮียจง หย่งเฉิน


จากการดำเนินงานของ ”หย่งเฉิน” โดยมี เฮียจง ผู้บริหาร ในการผลิตและจำหน่ายลูกกุ้งสายพันธุ์ ”SIS ROBUST” โดยครอบคลุมตั้งแต่คุณลักษณะเด่นของสายพันธุ์ กระบวนการนำเข้า มาตรฐานการผลิต การควบคุมความปลอดภัยทางชีวภาพ และผลลัพธ์จากการใช้งานจริงของผู้เลี้ยงกุ้ง


ลูกกุ้งสายพันธุ์ SIS ROBUST โดยโรงเพาะฟัก บริษัท หย่งเฉินแอควาคัลเจอร์ จำกัด เป็นสายพันธุ์ที่เน้นความแข็งแกร่งและการเติบโตที่มีประสิทธิภาพในระยะยาว โดยมีจุดเด่นสำคัญคือความสามารถในการฟื้นตัวจากโรคและอัตราการรอดตายที่สูง ภายใต้การบริหารจัดการของโรงเพาะฟักที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 35 ปี กระบวนการผลิตให้ความสำคัญอย่างสูงสุดกับการควบคุมโรคผ่านระบบกักกันโรคที่ได้รับมาตรฐานจากกรมประมง และการจัดการระบบน้ำทะเลที่สะอาดเป็นพิเศษ ส่งผลให้ลูกกุ้งที่ผลิตได้มีความสมบูรณ์และได้รับความไว้วางใจจากผู้เลี้ยงกุ้งในหลายพื้นที่


คุณลักษณะเด่นของสายพันธุ์ SIS ROBUST

สายพันธุ์ SIS ROBUST ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความทนทานและประสิทธิภาพการเติบโตที่เป็นระบบ ดังนี้

  1. พลวัตการเติบโต: ในช่วง 50 วันแรก กุ้งอาจมีการเจริญเติบโตที่สม่ำเสมอแต่ไม่หวือหวา อย่างไรก็ตาม หลังจากระยะ 50 วัน ถึง 2 เดือนเป็นต้นไป อัตราการเติบโตจะเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเทียบเท่ากับสายพันธุ์ชั้นนำอื่นๆ (เช่น สุพีเรีย)
  2. ความทนทานและการฟื้นตัว: ข้อมูลจากผู้เลี้ยงระบุว่ากุ้งสายพันธุ์นี้มีจุดเด่นในการรับมือกับปัญหา ”ขี้ขาว” โดยสามารถกลับมามีพฤติกรรมการกินอาหารที่ปกติและเร่งการเติบโตได้ดีหลังจากประสบปัญหา
  3. อัตราการรอดและคุณภาพ: ลูกกุ้งมีความแข็งแรงสูง ให้ผลลัพธ์ด้านจำนวนที่เป็นไปตามมาตรฐานที่ผู้ซื้อคาดหวัง


กระบวนการนำเข้าและมาตรการกักกันโรค

หย่งเฉินมีขั้นตอนการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์อย่างเป็นระบบเพื่อให้มั่นใจในความปลอดเชื้อ:

  1. แหล่งที่มาและการขนส่ง: นำเข้าพ่อแม่พันธุ์จากต่างประเทศ (SIS) ผ่านทางสนามบินภูเก็ต และขนส่งโดยรถของฟาร์มมายังโรงเพาะฟักโดยตรง
  2. ระยะเวลากักกันโรค: เมื่อเดินทางถึงฟาร์ม พ่อแม่พันธุ์จะต้องเข้าสู่กระบวนการกักกันโรค (Quarantine) เป็นเวลาประมาณ 20-30 วัน (เฉลี่ย 3 อาทิตย์)
  3. การตรวจสอบโดยภาครัฐ: เจ้าหน้าที่จากกรมประมงจะเข้ามาดำเนินการสุ่มตรวจ (เช่น การตัดขาไปตรวจหาเชื้อ) เพื่อยืนยันความปลอดภัยก่อนอนุญาตให้เคลื่อนย้ายเข้าสู่ชุดทำแม่พันธุ์
  4. การเตรียมความพร้อม: หลังจากผ่านการตรวจโรคและได้รับใบอนุญาต จะใช้เวลาพักฟื้นแม่พันธุ์อีกประมาณ 5-14 วัน เพื่อให้กุ้งปรับตัวและลอกคราบก่อนเริ่มกระบวนการผลิตนอเพลียส


มาตรฐานการผลิตและระบบจัดการน้ำ

ความสำเร็จของโรงเพาะฟักหย่งเฉินตั้งอยู่บนพื้นฐานของการจัดการทรัพยากรน้ำที่มีคุณภาพสูง:

  1. การจัดการน้ำทะเล: ทางฟาร์มเดินท่อดูดน้ำโดยตรงจากทะเลลึกเป็นระยะทางกว่า 350 เมตร เพื่อให้ได้น้ำที่มีคุณภาพดี
  2. กระบวนการฆ่าเชื้อและกรองน้ำ:
  3. มีการฆ่าเชื้อด้วยคลอรีนอย่างน้อย 2 ครั้ง (พักน้ำ 2 คืนจนหมดกลิ่น)
  4. น้ำต้องผ่านกระบวนการกรองและบำบัดซ้ำรวมถึง 6 ครั้งก่อนนำไปใช้งาน
  5. มีการหมุนเวียนและตรวจสอบคุณภาพน้ำใหม่ทุกวันโดยแผนกจัดการน้ำโดยเฉพาะ
  6. อายุการใช้งานพ่อแม่พันธุ์: กำหนดระยะเวลาการผลิตนอเพลียสไว้ที่ประมาณ 3-4 เดือน เพื่อรักษาความสมบูรณ์และคุณภาพของลูกกุ้งให้คงที่ หากความสมบูรณ์เริ่มลดลงจะดำเนินการเปลี่ยนรุ่นใหม่ทันที


ความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity)

ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี โรงเพาะฟักหย่งเฉินรักษาประวัติการไม่เคยมีการติดเชื้อรุนแรงภายในฟาร์มด้วยมาตรการดังนี้:

  1. การควบคุมบุคคลและยานพาหนะ: มีอ่างล้างเท้าและระบบฆ่าเชื้อรถเข้า-ออกทุกคันด้วยไอโอดีนบริเวณหน้าประตูฟาร์ม
  2. การบันทึกข้อมูล: มีการจดบันทึกเลขทะเบียนรถและเวลาการเข้า-ออกของพนักงานและผู้มาติดต่ออย่างละเอียดในสมุดบันทึกทุกวัน
  3. สุขอนามัยพนักงาน: พนักงานต้องล้างมือและเท้าเพื่อฆ่าเชื้ออย่างเข้มงวดก่อนเริ่มปฏิบัติงานในส่วนต่างๆ


การบริหารจัดการโลจิสติกส์และการส่งมอบ

เพื่อให้ลูกกุ้งถึงมือลูกค้าในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด ฟาร์มได้วางระบบการบรรจุและจัดส่งตามระยะทาง:

  1. กำหนดการบรรจุ: มีการจับนอเพลียสเตรียมไว้ในช่วงเวลา 19.00 น. และบรรจุตามความต้องการของลูกค้าในเวลาต่างๆ เช่น 22.00 น. 04.00 น. หรือช่วงเช้า
  2. มาตรฐานการบรรจุ: บรรจุในถุงเติมออกซิเจน ถุงละ 100000 ตัว โดยกล่องโฟมหนึ่งกล่องบรรจุ 5 ถุง (รวม 500000 ตัวต่อกล่อง)
  3. การจัดส่งตามพื้นที่:
  4. พื้นที่ใกล้เคียง (เช่น สทิงพระ): จัดส่งในช่วงเช้า
  5. พื้นที่โซนอันดามัน (เช่น พังงา): จัดส่งในช่วงดึก (22.00 น.)
  6. พื้นที่ไกล (เช่น ชลบุรี แปดริ้ว): จัดส่งผ่านสนามบินหาดใหญ่ โดยบรรจุในช่วงเช้ามืด (04.00 น.)


การรับรองคุณภาพและผลตอบรับ

หย่งเฉินยืนยันความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณภาพที่เข้มงวด โดยมีการส่งลูกกุ้งไปตรวจเช็คสายพันธุ์และความปลอดเชื้อในทุกรุ่น ซึ่งลูกค้าที่นำไปเลี้ยงให้การยอมรับในด้านการเจริญเติบโตที่โดดเด่นในช่วงครึ่งหลังของการเลี้ยงและสุขภาพที่แข็งแรงของกุ้งแม้อยู่ในสภาวะที่มีความเสี่ยงต่อโรค