ส่องฟาร์ม
SIS ROBUST สายพันธุ์ลูกกุ้งจอมแกร่งคัดพิเศษจาก เฮียจง หย่งเฉิน
"SIS ROBUST" สายพันธุ์ลูกกุ้งจอมแกร่งคัดพิเศษจาก เฮียจง หย่งเฉิน
จากการดำเนินงานของ ”หย่งเฉิน” โดยมี เฮียจง ผู้บริหาร ในการผลิตและจำหน่ายลูกกุ้งสายพันธุ์ ”SIS ROBUST” โดยครอบคลุมตั้งแต่คุณลักษณะเด่นของสายพันธุ์ กระบวนการนำเข้า มาตรฐานการผลิต การควบคุมความปลอดภัยทางชีวภาพ และผลลัพธ์จากการใช้งานจริงของผู้เลี้ยงกุ้ง
ลูกกุ้งสายพันธุ์ SIS ROBUST โดยโรงเพาะฟัก บริษัท หย่งเฉินแอควาคัลเจอร์ จำกัด เป็นสายพันธุ์ที่เน้นความแข็งแกร่งและการเติบโตที่มีประสิทธิภาพในระยะยาว โดยมีจุดเด่นสำคัญคือความสามารถในการฟื้นตัวจากโรคและอัตราการรอดตายที่สูง ภายใต้การบริหารจัดการของโรงเพาะฟักที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 35 ปี กระบวนการผลิตให้ความสำคัญอย่างสูงสุดกับการควบคุมโรคผ่านระบบกักกันโรคที่ได้รับมาตรฐานจากกรมประมง และการจัดการระบบน้ำทะเลที่สะอาดเป็นพิเศษ ส่งผลให้ลูกกุ้งที่ผลิตได้มีความสมบูรณ์และได้รับความไว้วางใจจากผู้เลี้ยงกุ้งในหลายพื้นที่
คุณลักษณะเด่นของสายพันธุ์ SIS ROBUST
สายพันธุ์ SIS ROBUST ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความทนทานและประสิทธิภาพการเติบโตที่เป็นระบบ ดังนี้
- พลวัตการเติบโต: ในช่วง 50 วันแรก กุ้งอาจมีการเจริญเติบโตที่สม่ำเสมอแต่ไม่หวือหวา อย่างไรก็ตาม หลังจากระยะ 50 วัน ถึง 2 เดือนเป็นต้นไป อัตราการเติบโตจะเร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเทียบเท่ากับสายพันธุ์ชั้นนำอื่นๆ (เช่น สุพีเรีย)
- ความทนทานและการฟื้นตัว: ข้อมูลจากผู้เลี้ยงระบุว่ากุ้งสายพันธุ์นี้มีจุดเด่นในการรับมือกับปัญหา ”ขี้ขาว” โดยสามารถกลับมามีพฤติกรรมการกินอาหารที่ปกติและเร่งการเติบโตได้ดีหลังจากประสบปัญหา
- อัตราการรอดและคุณภาพ: ลูกกุ้งมีความแข็งแรงสูง ให้ผลลัพธ์ด้านจำนวนที่เป็นไปตามมาตรฐานที่ผู้ซื้อคาดหวัง
กระบวนการนำเข้าและมาตรการกักกันโรค
หย่งเฉินมีขั้นตอนการนำเข้าพ่อแม่พันธุ์อย่างเป็นระบบเพื่อให้มั่นใจในความปลอดเชื้อ:
- แหล่งที่มาและการขนส่ง: นำเข้าพ่อแม่พันธุ์จากต่างประเทศ (SIS) ผ่านทางสนามบินภูเก็ต และขนส่งโดยรถของฟาร์มมายังโรงเพาะฟักโดยตรง
- ระยะเวลากักกันโรค: เมื่อเดินทางถึงฟาร์ม พ่อแม่พันธุ์จะต้องเข้าสู่กระบวนการกักกันโรค (Quarantine) เป็นเวลาประมาณ 20-30 วัน (เฉลี่ย 3 อาทิตย์)
- การตรวจสอบโดยภาครัฐ: เจ้าหน้าที่จากกรมประมงจะเข้ามาดำเนินการสุ่มตรวจ (เช่น การตัดขาไปตรวจหาเชื้อ) เพื่อยืนยันความปลอดภัยก่อนอนุญาตให้เคลื่อนย้ายเข้าสู่ชุดทำแม่พันธุ์
- การเตรียมความพร้อม: หลังจากผ่านการตรวจโรคและได้รับใบอนุญาต จะใช้เวลาพักฟื้นแม่พันธุ์อีกประมาณ 5-14 วัน เพื่อให้กุ้งปรับตัวและลอกคราบก่อนเริ่มกระบวนการผลิตนอเพลียส
มาตรฐานการผลิตและระบบจัดการน้ำ
ความสำเร็จของโรงเพาะฟักหย่งเฉินตั้งอยู่บนพื้นฐานของการจัดการทรัพยากรน้ำที่มีคุณภาพสูง:
- การจัดการน้ำทะเล: ทางฟาร์มเดินท่อดูดน้ำโดยตรงจากทะเลลึกเป็นระยะทางกว่า 350 เมตร เพื่อให้ได้น้ำที่มีคุณภาพดี
- กระบวนการฆ่าเชื้อและกรองน้ำ:
- มีการฆ่าเชื้อด้วยคลอรีนอย่างน้อย 2 ครั้ง (พักน้ำ 2 คืนจนหมดกลิ่น)
- น้ำต้องผ่านกระบวนการกรองและบำบัดซ้ำรวมถึง 6 ครั้งก่อนนำไปใช้งาน
- มีการหมุนเวียนและตรวจสอบคุณภาพน้ำใหม่ทุกวันโดยแผนกจัดการน้ำโดยเฉพาะ
- อายุการใช้งานพ่อแม่พันธุ์: กำหนดระยะเวลาการผลิตนอเพลียสไว้ที่ประมาณ 3-4 เดือน เพื่อรักษาความสมบูรณ์และคุณภาพของลูกกุ้งให้คงที่ หากความสมบูรณ์เริ่มลดลงจะดำเนินการเปลี่ยนรุ่นใหม่ทันที
ความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity)
ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี โรงเพาะฟักหย่งเฉินรักษาประวัติการไม่เคยมีการติดเชื้อรุนแรงภายในฟาร์มด้วยมาตรการดังนี้:
- การควบคุมบุคคลและยานพาหนะ: มีอ่างล้างเท้าและระบบฆ่าเชื้อรถเข้า-ออกทุกคันด้วยไอโอดีนบริเวณหน้าประตูฟาร์ม
- การบันทึกข้อมูล: มีการจดบันทึกเลขทะเบียนรถและเวลาการเข้า-ออกของพนักงานและผู้มาติดต่ออย่างละเอียดในสมุดบันทึกทุกวัน
- สุขอนามัยพนักงาน: พนักงานต้องล้างมือและเท้าเพื่อฆ่าเชื้ออย่างเข้มงวดก่อนเริ่มปฏิบัติงานในส่วนต่างๆ
การบริหารจัดการโลจิสติกส์และการส่งมอบ
เพื่อให้ลูกกุ้งถึงมือลูกค้าในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด ฟาร์มได้วางระบบการบรรจุและจัดส่งตามระยะทาง:
- กำหนดการบรรจุ: มีการจับนอเพลียสเตรียมไว้ในช่วงเวลา 19.00 น. และบรรจุตามความต้องการของลูกค้าในเวลาต่างๆ เช่น 22.00 น. 04.00 น. หรือช่วงเช้า
- มาตรฐานการบรรจุ: บรรจุในถุงเติมออกซิเจน ถุงละ 100000 ตัว โดยกล่องโฟมหนึ่งกล่องบรรจุ 5 ถุง (รวม 500000 ตัวต่อกล่อง)
- การจัดส่งตามพื้นที่:
- พื้นที่ใกล้เคียง (เช่น สทิงพระ): จัดส่งในช่วงเช้า
- พื้นที่โซนอันดามัน (เช่น พังงา): จัดส่งในช่วงดึก (22.00 น.)
- พื้นที่ไกล (เช่น ชลบุรี แปดริ้ว): จัดส่งผ่านสนามบินหาดใหญ่ โดยบรรจุในช่วงเช้ามืด (04.00 น.)
การรับรองคุณภาพและผลตอบรับ
หย่งเฉินยืนยันความมั่นใจในผลิตภัณฑ์ผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณภาพที่เข้มงวด โดยมีการส่งลูกกุ้งไปตรวจเช็คสายพันธุ์และความปลอดเชื้อในทุกรุ่น ซึ่งลูกค้าที่นำไปเลี้ยงให้การยอมรับในด้านการเจริญเติบโตที่โดดเด่นในช่วงครึ่งหลังของการเลี้ยงและสุขภาพที่แข็งแรงของกุ้งแม้อยู่ในสภาวะที่มีความเสี่ยงต่อโรค
