ต่างประเทศ

   เมื่อ : 28 ส.ค. 2569

อินเดียเผชิญ “วิกฤตกุ้ง” ต้นทุนอาหารพุ่ง–ราคาหน้าฟาร์มดิ่ง เกษตรกรชี้ลดราคา 4 รูปีไม่พอ ต้องปฏิรูปทั้งโครงสร้าง


อุตสาหกรรมกุ้งอินเดียกำลังเผชิญแรงกดดันครั้งใหญ่ เมื่อราคาอาหารกุ้งและต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สวนทางกับราคากุ้งหน้าฟาร์มที่ลดลง จนเกษตรกรรายย่อยจำนวนมากเริ่มชะลอการลงลูกกุ้ง เลื่อนการจับขาย และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหามากกว่าการออกมาตรการช่วยเหลือเฉพาะหน้า

เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในอินเดียกว่า 90% มีพื้นที่เลี้ยงไม่ถึง 2 เฮกตาร์ หรือประมาณ 12.5 ไร่ ขณะที่อาหารกุ้งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 50–60% ของต้นทุนทั้งหมด ความผันผวนของราคาอาหารจึงกระทบต่อกำไรและความอยู่รอดของเกษตรกรโดยตรง

ด้านผู้ผลิตอาหารสัตว์ระบุว่า วัตถุดิบมีสัดส่วนประมาณ 75% ของต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะปลาป่นและกากถั่วเหลือง ซึ่งอินเดียยังต้องพึ่งพาการนำเข้าปลาป่นคุณภาพสูงจากชิลีและเปรูถึงประมาณ 60–65%

ส่วนกากถั่วเหลืองก็เผชิญปัญหาขาดแคลน หลังผลผลิตถั่วเหลืองในประเทศลดลงราว 17% เหลือประมาณ 11–12.7 ล้านตัน ส่งผลให้ราคากากถั่วเหลืองพุ่งขึ้นถึง 40% ยิ่งไปกว่านั้น อินเดียยังห้ามนำเข้าถั่วเหลืองดัดแปลงพันธุกรรม ทำให้ผู้ผลิตต้องใช้วัตถุดิบที่ไม่ดัดแปลงพันธุกรรมภายในประเทศ ซึ่งบางช่วงมีราคาสูงกว่าตลาดโลกถึงสองเท่า

เมื่อรวมกับราคาน้ำมันและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนจึงถูกส่งต่อมายังเกษตรกร โดยระหว่างเดือนกุมภาพันธ์–มิถุนายน 2569 ราคาอาหารสัตว์น้ำในอินเดียเพิ่มขึ้นถึงตันละ 12000–14000 รูปี หรือประมาณ 145–170 ดอลลาร์สหรัฐ

แรงกดดันดังกล่าวจุดชนวนให้กลุ่มเกษตรกรในรัฐอานธรประเทศออกมาเคลื่อนไหว พร้อมตั้งข้อกล่าวหาว่า ผู้ผลิตอาหารสัตว์และโรงงานแปรรูปรายใหญ่ยังคงรักษากำไรของตนเอง ขณะที่กดราคากุ้งหน้าฟาร์ม โดยอาศัยข้อจำกัดที่กุ้งสดเน่าเสียได้รวดเร็ว ทำให้เกษตรกรไม่มีทางเลือกและต้องยอมขายในราคาที่ไม่คุ้มทุน

บางพื้นที่จึงเริ่มเรียกร้องให้หยุดเก็บเกี่ยว คว่ำบาตรอาหารกุ้งบางแบรนด์ และชะลอการสั่งซื้อลูกกุ้ง เพื่อกดดันให้เกิดการกำหนดราคาที่เป็นธรรมและโปร่งใสมากขึ้น

รัฐบาลรัฐอานธรประเทศได้เข้ามาแก้ไขสถานการณ์ ด้วยการลดราคาขายปลีกสูงสุดของอาหารสัตว์น้ำลงกิโลกรัมละ 4 รูปี เหลือประมาณ 108 รูปีต่อกิโลกรัม พร้อมจัดตั้ง “คณะกรรมการตรวจสอบราคาวัตถุดิบอาหารกุ้ง” จำนวน 15 คน ซึ่งมีตัวแทนเกษตรกรร่วมอยู่ด้วย เพื่อเปิดทางให้เกษตรกรยื่นเรื่องร้องเรียนด้านราคาได้โดยตรง

อย่างไรก็ตาม เกษตรกรมองว่าการลดราคาเพียง 4 รูปีต่อกิโลกรัม ยังเป็นเพียงการบรรเทาความเดือดร้อนเล็กน้อย และไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานานได้

ข้อเสนอเร่งด่วนที่กำลังถูกผลักดัน ได้แก่ การอนุญาตให้นำเข้ากากถั่วเหลืองดัดแปลงพันธุกรรมประมาณ 1.5 ล้านตันเป็นการชั่วคราว ภายใต้การควบคุมของรัฐ รวมถึงการจัดเส้นทางรถไฟขนส่งวัตถุดิบราคาประหยัดจากแหล่งปลูกถั่วเหลืองไปยังโรงงานผลิตอาหารสัตว์ตามแนวชายฝั่ง

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้กำหนดราคาอาหารกุ้งตามต้นทุนวัตถุดิบจริง ควบคู่กับราคาส่งออกกุ้งในตลาดโลก เพื่อให้เกษตรกร ผู้ผลิตอาหาร และผู้ส่งออกแบ่งปันความเสี่ยงและผลตอบแทนอย่างเป็นธรรมมากขึ้น

สำหรับแนวทางระยะกลาง อินเดียจำเป็นต้องเร่งพัฒนาโปรตีนทางเลือกภายในประเทศ ทั้งโปรตีนจากหนอนแมลงวันลายหรือแมลงวันทหารดำ โปรตีนเซลล์เดียวจากแบคทีเรียและสาหร่าย ตลอดจนพัฒนาถั่วเหลืองสายพันธุ์ไม่ดัดแปลงพันธุกรรมที่ให้ผลผลิตสูง เพื่อลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า

ส่วนการแก้ปัญหาระยะยาว ต้องเพิ่มอำนาจต่อรองให้เกษตรกรรายย่อย ผ่านการรวมกลุ่มซื้ออาหารกุ้งในราคาขายส่ง การสร้างศูนย์แปรรูปและห้องเย็นที่บริหารโดยชุมชน เพื่อให้สามารถเก็บกุ้งได้นาน 2–3 สัปดาห์ โดยไม่ต้องรีบขายให้โรงงานในราคาต่ำ

อีกแนวทางที่น่าสนใจคือ “สัญญาสามฝ่าย” ระหว่างเกษตรกร ผู้ผลิตอาหารสัตว์ และผู้ส่งออก ซึ่งจะตกลงต้นทุนอาหารและราคากุ้งหน้าฟาร์มก่อนเริ่มรอบการเลี้ยง ช่วยให้เกษตรกรสามารถคาดการณ์กำไรและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดได้

วิกฤตครั้งนี้สะท้อนชัดว่า ปัญหาของอุตสาหกรรมกุ้งไม่ได้อยู่ที่ราคาอาหารหรือราคากุ้งเพียงด้านใดด้านหนึ่ง แต่เกิดจากความไม่สมดุลตลอดห่วงโซ่อุปทาน

หากอินเดียต้องการรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดกุ้งโลก การช่วยเหลือระยะสั้นเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ แต่ต้องเร่งปฏิรูปโครงสร้าง เพิ่มอำนาจต่อรองให้เกษตรกร กระจายแหล่งวัตถุดิบอาหารสัตว์ และสร้างระบบราคาที่โปร่งใสและเป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย

เรื่องนี้ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนถึงวงการกุ้งไทย เพราะไม่ว่าประเทศใด หากต้นทุนการเลี้ยงเพิ่มขึ้น แต่เกษตรกรไม่มีอำนาจต่อรองและราคาหน้าฟาร์มไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง สุดท้ายผู้ที่เปราะบางที่สุดในห่วงโซ่ก็ยังคงเป็น “คนเลี้ยงกุ้ง”

เรียบเรียงโดย: น้องกุ้งไทย


ข้อมูล: The Times of India / Aquafeed.com และบทวิเคราะห์อุตสาหกรรมกุ้งอินเดีย