สัมมนา

   เมื่อ : 26 ก.ย. 2569

ออกแบบโซล่าเซลล์คนละครึ่งอย่างไร ให้ได้ประโยชน์และคุ้มค่า


จากการบรรยายของ ดร.ชัยวุฒิ สุดทองคง ตัวแทนจากกรมประมง ในหัวข้อการออกแบบระบบโซลาร์เซลล์ในโครงการสนับสนุนของภาครัฐ และการนำเทคโนโลยี Generative AI มาปรับใช้ในการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล โดยโครงการสนับสนุนพลังงานสะอาด ”คนละครึ่ง” (ปี 2569) กรมประมงร่วมกับกรมการค้าภายใน ดำเนินโครงการ ”โครงการลดต้นทุนการผลิตกุ้งทะเล เพื่อขับเคลื่อนการบริโภคภายในประเทศ ด้วยการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปี 2569” เพื่อสนับสนุนเงินลงทุน 50% (สูงสุดไม่เกิน 50000 บาทต่อราย) สำหรับเกษตรกรรายย่อย 1000 รายทั่วประเทศ ในการติดตั้งชุดมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง (IE2 ขึ้นไป) และระบบโซลาร์เซลล์ โดยเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 1 กันยายน ถึง 16 ตุลาคม ปี 2569 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งในพื้นที่

เป้าหมายหลักของโครงการไม่ใช่เพียงการลดพลังงานไฟฟ้าอย่างน้อย 10% แต่เป็นการใช้ไฟฟ้าฟรีจากโซลาร์เซลล์ในเวลากลางวันเพื่อเปิดเครื่องตีน้ำ หมุนเวียนน้ำ รวมตะกอน และดูดของเสีย (ขี้กุ้งและเศษอาหาร) ออกจากบ่อตั้งแต่มอนิเตอร์เช็คยอได้ในเดือนแรก การกำจัดสารอินทรีย์ก่อนที่จะละลายในน้ำเป็นกลยุทธ์สำคัญที่สุดในการลดการสะสมเชื้อก่อโรค เช่น โรคขี้ขาว EMS EHP และเชื้อ Vibrio


รายละเอียดโครงการสนับสนุนพลังงานสะอาด ”คนละครึ่ง” (ปี 2569)

โครงการนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลรายย่อยในการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการบ่อ และส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ชื่อโครงการอย่างเป็นทางการ: โครงการลดต้นทุนการผลิตกุ้งทะเล เพื่อขับเคลื่อนการบริโภคภายในประเทศ ด้วยการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปี 2569

หน่วยงานที่ดำเนินการและสนับสนุน: กรมประมง ร่วมกับ กรมการค้าภายใน

รูปแบบการสนับสนุนเงินลงทุน:

  1. ภาครัฐอุดหนุนเงินลงทุน 50% สูงสุดไม่เกิน 50000 บาทต่อราย
  2. เกษตรกรต้องร่วมลงทุนเองอีก 50% (หากต้องการรับเงินสนับสนุนเต็มจำนวน 50000 บาท เกษตรกรต้องมีมูลค่าการลงทุนรวมไม่น้อยกว่า 100000 บาท)
  3. เป็นการสนับสนุนแบบจ่ายคืนหลังการลงทุน (Reimbursement): เกษตรกรลงทุนติดตั้งระบบให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึงนำใบเสร็จและหลักฐานมาขอเบิกเงินคืนจากกรมประมง

กรอบเวลาและเป้าหมาย:

  1. ช่วงเวลาเปิดรับสมัคร: วันที่ 1 กันยายน ถึง 16 ตุลาคม ปี 2569
  2. เป้าหมายโครงการ: เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเลจำนวน 1000 รายทั่วประเทศ
  3. สถานที่ยื่นสมัคร: ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งในพื้นที่ (ไม่ใช่ออฟฟิศประมงจังหวัด)

รายการอุปกรณ์ที่สามารถจัดซื้อภายใต้โครงการ:

  1. ชุดมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง: รวมมอเตอร์ ใบพัด อุปกรณ์เกียร์ ตู้ควบคุม/ปรับรอบ (Speed Control/Inverter) โดยหากเป็นมอเตอร์เหนี่ยวนำ (Induction Motor) โครงการกำหนดให้ต้องมีความคุ้มค่าประสิทธิภาพระดับ IE2 ขึ้นไป (ปัจจุบันในท้องตลาดมีถึง IE6)
  2. ชุดระบบโซลาร์เซลล์: รวมแผงโซลาร์เซลล์ โครงสร้างและเสารับแผง สายไฟ อินเวอร์เตอร์ (Inverter) และสวิตชิ่ง (Switching)


หลักการทางชีววิทยาและวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ของโครงการ

ข้อกำหนดของโครงการระบุให้เกษตรกรต้องปรับเปลี่ยนมอเตอร์ร่วมกับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ เนื่องจากมีเหตุผลทางพฤติกรรมเกษตรกรและหลักการทางชีววิทยารองรับดังนี้:

เหตุผลที่ต้องใช้มอเตอร์ประสิทธิภาพสูงร่วมกับโซลาร์เซลล์

การบรรลุตัวชี้วัดด้านพลังงาน: โครงการกำหนดตัวชี้วัดการลดพลังงานไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า 10%

พฤติกรรมเดิมของเกษตรกรรายย่อย: เกษตรกรรายย่อยมักไม่เปิดเครื่องตีน้ำในเวลากลางวันเนื่องจากค่าไฟแพง หากติดเฉพาะโซลาร์เซลล์แล้วเปิดเครื่องตีน้ำกลางวันเพิ่มขึ้น กระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโซลาร์เซลล์ (ซึ่งไม่มีแบตเตอรี่สำรอง) จะถูกนำไปใช้กับการตีน้ำที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้ช่วยลดสัดส่วนพลังงานรวม ทำให้ไม่ผ่านตัวชี้วัด 10%

บทบาทของมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงและ Inverter: การเปลี่ยนมาใช้น้ำมอเตอร์ประสิทธิภาพสูง (IE2 ) ร่วมกับการใช้ Inverter ช่วยให้เกษตรกรสามารถปรับลดรอบมอเตอร์ (On-Demand) ให้เหมาะสมกับขนาดตัวกุ้ง ช่วยลดพลังงานทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน รวมถึงมีระบบ Soft Start ลดกระแสไฟกระชากขณะเริ่มทำงาน


หัวใจสำคัญในการควบคุมโรคกุ้งทะเล

วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของโครงการคือการใช้ระบบโซลาร์เซลล์เป็นกุศโลบายให้เกษตรกรตีกระแสน้ำในเวลากลางวันเพื่อจัดการสารอินทรีย์ในบ่อ:

  1. ธรรมชาติของกุ้งทะเล: กุ้งเป็นสัตว์ที่กินเร็วและถ่ายเร็ว สารอาหาร เศษอาหาร และขี้กุ้งส่วนใหญ่จะตกค้างในบ่อระหว่างเวลากลางวัน
  2. กลไกการเกิดโรคเมื่อไม่ตีน้ำกลางวัน:
  3. หากไม่ตีน้ำกลางวัน สารอินทรีย์จะตกตะกอนสะสมที่พื้นบ่อ
  4. เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางคืนแล้วเร่งตีน้ำ ตะกอนที่แช่น้ำจนนุ่มจะละลายกลายเป็นสารอินทรีย์ละลายน้ำ (Dissolved Organic Matter)
  5. สารอินทรีย์ละลายน้ำเป็นอาหารอย่างดีของแบคทีเรียกลุ่ม Vibrio และทำให้แพลงก์ตอนพืชเกิดการบลูม (Bloom)
  6. เมื่อแบคทีเรีย Vibrio เพิ่มจำนวนขึ้น จะเกิดการสื่อสารระหว่างเซลล์ที่เรียกว่า คอรัมเซนซิง (Quorum Sensing) ส่งผลให้เกิดการแสดงออกของยีนในการสร้างไบโอฟิล์ม (Biofilm) และสารพิษ (Toxin)
  7. ส่งผลให้กุ้งป่วยเป็นโรคขี้ขาว โรค EMS และเมื่อกุ้งเกิดความเครียดภูมิคุ้มกันจะตก ทำให้เชื้อกลุ่มไมโครสปอริเดียอย่าง EHP เข้าทำลายเพิ่มเติมในช่วงปลายเดือนที่ 2

แนวทางการแก้ไข: ใช้ไฟฟรีจากโซลาร์เซลล์ตีกระแสน้ำในเวลากลางวันเพื่อหมุนเวียนน้ำ รวมตะกอนไว้ตรงกลางบ่อ แล้วทำการดูดของเสียออกทันทีตั้งแต่มอนิเตอร์เช็คยอได้ในเดือนแรก ก่อนที่ของเสียจะละลายกลายเป็นอาหารของเชื้อโรค


การเลือกเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์ มอเตอร์ และการคำนวณขนาดติดตั้ง

การเปรียบเทียบเทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์โซลาร์เซลล์

String Inverter (แนะนำสำหรับฟาร์มกุ้ง):

  1. การติดตั้ง: ตัวเครื่องติดตั้งอยู่ภายในอาคาร
  2. ข้อดี: ป้องกันไอเค็ม ละอองเกลือ ฝุ่น และฝนได้ดี บำรุงรักษาง่าย ระบบมีแรงดันไฟฟ้าสูง สามารถส่งกระแสไฟไปยังบ่อเลี้ยงที่อยู่ห่างออกไปได้ดีโดยไม่สูญเสียแรงดัน


Micro Inverter (ไม่แนะนำ):

  1. การติดตั้ง: ติดตั้งไว้ใต้แผงโซลาร์เซลล์กลางแจ้ง
  2. ข้อเสีย: เสี่ยงต่อการถูกกัดกร่อนจากไอเค็มและเกลือในฟาร์มกุ้งสูง (เงื่อนไขการรับประกันของผู้ผลิตมักไม่ครอบคลุมความเสียหายจากการกัดกร่อนของสภาพแวดล้อม) หากเดินระบบไม่ดี แรงดันไฟฟ้าจะต่ำ ทำให้เกิดการสูญเสียพลังงานสูงเมื่อต้องส่งไฟไกลเกิน 50 เมตร


ข้อกำหนดด้านกฎหมายและสถานที่ติดตั้ง

  1. การติดตั้งบนพื้นดิน: อาจขัดต่อข้อกฎหมายของกรมโรงงาน โดยจะถูกตีความว่าเป็นโรงงานอุตสาหกรรม หากฟาร์มตั้งอยู่ใน ”พื้นที่สีเขียว” จะถือว่าผิดกฎหมายและอาจถูกสั่งให้รื้อถอน (ยกเว้นตั้งอยู่ในพื้นที่สีแดงที่อนุญาตให้มีโรงงาน)
  2. แนวทางแก้ไข: ควรติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาอาคาร หรือก่อสร้างเป็นโครงสร้างหลังคาโรงจอดรถเพื่อยื่นขออนุญาตอย่างถูกต้อง

เทคโนโลยีมอเตอร์และระบบไฟฟ้า

มอเตอร์เหนี่ยวนำ (Induction Motor): เป็นระบบเดิมที่นิยมใช้ ต้องเลือกเกรด IE2 ขึ้นไป และใช้ Inverter ช่วยปรับความถี่เพื่อควบคุมรอบหมุน (On-Demand)

มอเตอร์ Brushless DC (BLDC / บัสเลส):

  1. ข้อดี: ทำงานด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ตรงจากแผงโซลาร์เซลล์ ไม่ต้องผ่านกระบวนการแปลงไฟเป็น AC จึงลดการสูญเสียพลังงาน
  2. ไม่ต้องขออนุญาตจากการไฟฟ้า: เนื่องจากเป็นระบบไหลทางเดียว (มีกล่องแปลง AC เป็น DC จากสายส่งเพื่อเสริมในเวลากลางคืน แต่ไม่มีการแปลงไฟกลับเข้าสายส่ง)
  3. ข้อระวัง: สวิตชิ่ง (Switching) ที่ใช้แปลงไฟ AC เป็น DC ในเวลากลางคืน มักเกิดความร้อนสูงเมื่อเร่งรอบมอเตอร์ ควรเลือกขนาดสวิตชิ่งให้ใหญ่กว่าขนาดมอเตอร์ (เช่น 80 โวลต์ขึ้นไป) พร้อมจัดทำตู้ควบคุมที่มีระบบระบายอากาศและป้องกันไอเค็ม


กรณีศึกษาฟาร์มต้นแบบ: คุณพิสิทธิ์ นวลนุ่น (โกอู๊ด) ติดตั้งระบบ On-Grid เฟสแรก 50.4 กิโลวัตต์ และเฟสสอง 100 กิโลวัตต์ (รวม 150 กิโลวัตต์) ร่วมกับตัว Controller ช่วยลดระยะเวลาคืนทุนจาก 5–7 ปี เหลือเพียงประมาณ 2 กว่าปี เนื่องจากกุ้งมีอัตราการรอดและผลผลิตสูงขึ้นจากการตีน้ำรวมตะกอนและดูดออกในเวลากลางวัน (ช่างโย เป็นผู้บุกเบิกการใช้ระบบมอเตอร์บัสเลส)


วิธีการคำนวณขนาดการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์

การคำนวณต้องอิงตาม ”ความต้องการใช้ไฟฟ้าในเวลากลางวันเท่านั้น” ไม่ใช่คำนวณจากค่าไฟรวมทั้งเดือน โดยมี 4 วิธีการวัด/คำนวณ:


วิธีที่ 1: คำนวณจากบิลค่าไฟฟ้า

  1. นำหน่วยไฟฟ้ารวมในบิล (เช่น 2000 กิโลวัตต์-ชั่วโมง) หาร 30 วัน = 66.67 กิโลวัตต์-ชั่วโมง/วัน
  2. ประเมินสัดส่วนการใช้ไฟกลางวัน (ตัวอย่างเช่น 30%) = 66.67 x 0.30 = 20 กิโลวัตต์-ชั่วโมง
  3. คำนวณประสิทธิภาพแผงโซลาร์เซลล์ (คิดที่ 80%) และจำนวนชั่วโมงแสงแดดเฉลี่ยต่อวัน = ได้ขนาดติดตั้งประมาณ 5 กิโลวัตต์

วิธีที่ 2: กดดูจากมิเตอร์ดิจิทัล

  1. กดเลื่อนดูค่า kW บนหน้าจอมิเตอร์ แล้วนำค่าที่ได้มาคูณ 80% เพื่อหาขนาด kW ของแผงที่ต้องติดตั้ง

วิธีที่ 3: ใช้แคลมป์มิเตอร์ (Clamp Meter)

  1. วัดกระแสไฟฟ้าขณะใช้งานจริงในเวลากลางวัน นำมาคำนวณหากำลังไฟฟ้ารวม

วิธีที่ 4: จดบันทึกจากมิเตอร์แบบจานหมุน (วิธีบ้านๆ)

  1. จดเลขมิเตอร์เวลา 09:00 น. (ตัวอย่าง: 500)
  2. จดเลขมิเตอร์เวลา 15:30 น. (ตัวอย่าง: 520)
  3. ผลต่างคือปริมาณไฟฟ้าที่ใช้ในครึ่งวันเช้าถึงบ่าย (520 - 500 = 20 หน่วย)
  4. ทำการจดเก็บข้อมูล 3–4 วันเพื่อหาค่าเฉลี่ย นำค่าสูงสุดมาคูณ 80% จะได้ขนาดกำลังการติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่เหมาะสม


การจัดการคุณภาพน้ำและจุลินทรีย์ในบ่อเลี้ยง

การรักษาสภาพแวดล้อมและคุณภาพน้ำให้นิ่งเป็นหัวใจสำคัญสูงสุดในการป้องกันกุ้งเครียดและภูมิคุ้มกันตก

ปรากฏการณ์ความร้อนพื้นบ่อและแก๊สพิษ

  1. ในเวลากลางวัน แสงแดดทำให้อุณหภูมิผิวน้ำสูงขึ้น ขณะที่ดินพื้นบ่อดูดซับความร้อนไว้
  2. ในเวลากลางคืน ผิวน้ำเย็นลง แต่อุณหภูมิพื้นบ่อจะคายความร้อนออกมาทำให้อุ่นกว่า กุ้งจะชอบว่ายลงไปสะสมบริเวณพื้นบ่อหรือกองเลนกลางบ่อ
  3. ความร้อนที่คายจากพื้นบ่อจะดันแก๊สพิษ (แอมโมเนีย แก๊สไข่เน่า/ไฮโดรเจนซัลไฟด์) ขึ้นมาในเนื้อน้ำ ทำให้กุ้งได้รับแก๊สพิษ เกิดความเครียด และป่วยเป็นโรคขี้ขาวหรือ EHP แม้จะเป็นบ่อที่ปูผ้ายาง PE ก็ตาม


บทบาทและการเลือกใช้จุลินทรีย์

  1. กลุ่ม Bacillus: ทำงานได้ดีในสภาวะที่มีออกซิเจนสูง ช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์ และทำให้ค่าอัลคาไลน์ (Alkalinity) ในน้ำนิ่งและคงที่ตลอดเวลา เนื่องจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการย่อยสลายจะละลายน้ำกลายเป็นไบคาร์บอเนต
  2. จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง กลุ่มไม่สะสมซัลเฟอร์: ทำงานได้ดีในสภาวะออกซิเจนต่ำหรือไม่มีออกซิเจน ช่วยเปลี่ยนแอมโมเนียและสารอินทรีย์ให้กลายเป็นอาหารธรรมชาติที่มีโปรตีนสูงสำหรับสัตว์ขนาดเล็ก (โคพีพอด แพลงก์ตอน) ซึ่งกุ้งกินเป็นอาหารเสริมและมีคุณสมบัติเป็นโพรไบโอติกในตัวเอง
  3. จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง กลุ่มสะสมซัลเฟอร์: มีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดแก๊สไข่เน่า (H_2S) และแอมโมเนียรุนแรง เหมาะสำหรับใส่แก้ปัญหาในบ่อที่มีกลิ่นแก๊สไข่เน่าเข้มข้น


การตรวจสอบการหมุนเวียนน้ำด้วย Google Earth

ใช้ภาพถ่ายดาวเทียมจาก Google Earth ช่วยตรวจสอบทิศทางและการวางตำแหน่งเครื่องตีน้ำในบ่อ โดยเฉพาะบ่อที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือสี่เหลี่ยมคางหมู เพื่อประเมินว่ากระแสน้ำสามารถหมุนเวียนและรวมตะกอนไว้ตรงกลางได้หรือไม่ ทำการทดสอบจริงโดยการลงเดินสำรวจพื้นบ่อ สุ่มหยิบดินตะกอนมาดมกลิ่นแอมโมเนียและแก๊สไข่เน่า หรือปล่อยทุ่นลอยเพื่อสังเกตการไหลของกระแสน้ำ


การประยุกต์ใช้ Generative AI ในการบริหารจัดการฟาร์มกุ้ง

Generative AI สามารถนำมาใช้เป็นผู้ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลฟาร์มกุ้งเพื่อเตือนภัยและเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงได้อย่างมีระบบ

ชุดข้อมูลพื้นฐานที่ต้องป้อนให้ AI (Data Input)

เกษตรกรต้องจัดทำข้อมูลและป้อนลงในโปรแกรม (เช่น Excel หรือการพิมพ์ข้อความ/ถ่ายภาพลายมือ) ดังนี้:

  1. ข้อมูลบ่อ: หมายเลขบ่อ ชนิดกุ้ง จำนวนที่ปล่อย ขนาดความลึก ระบบและเวลาการเติมอากาศ
  2. ข้อมูลคุณภาพน้ำประจำวัน: ความเค็ม (Salinity) ค่า pH อัลคาไลน์ ค่า DO อุณหภูมิผิวน้ำ และอุณหภูมิพื้นบ่อ (วัดทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่าย)
  3. ข้อมูลการจัดการ: ปริมาณอาหารที่ให้ในแต่ละวัน ภาพถ่ายสีน้ำและภาพถ่ายตะกอนในขวดแก้วเทียบกับฉากหลังมาตรฐาน

เทคนิคการเขียนคำสั่ง (Prompting) และข้อระวังสำคัญ

คำสั่งข้อบังคับ (Guardrail): ต้องระบุใน Prompt ทุกครั้งว่า ”ห้ามสร้างข้อมูลขึ้นมาเองโดยไม่มีแหล่งอ้างอิง” เพื่อป้องกัน AI มโนข้อมูล (Hallucination)

การตั้งระบบเตือนภัย (Traffic Light System): กำหนดเงื่อนไขให้ AI แจ้งเตือนสถานะผ่านมือถือ/อีเมล:

  1. สีเขียว: สภาวะปกติ
  2. สีเหลือง: สภาวะเฝ้าระวัง (เช่น ค่าอัลคาไลน์ดรอปช่วงกุ้งใกล้ลอกคราบวันพระ/วันโกน)
  3. สีแดง: สภาวะวิกฤต

การเชื่อมโยงข้อมูลภายนอก: สั่งให้ AI ดึงข้อมูลพยากรณ์อากาศและฝนตกจากกรมอุตุนิยมวิทยามาวิเคราะห์ร่วมกับความเข้มของแพลงก์ตอนพืช เพื่อเตือนภัยแพลงก์ตอนดรอป

การเลือกใช้โมเดล AI:

  1. ChatGPT: เหมาะสำหรับการคำนวณตัวเลข ประมวลผลตาราง และการคิดวิเคราะห์ทั่วไป
  2. Claude: เหมาะสำหรับการจับประเด็น เรียบเรียงภาษา งานเขียนเชิงวิชาการ หรือการสรุปเอกสารให้เป็นธรรมชาติ

คุณสมบัติ Deep Research: ควรเปิดใช้โหมดการวิเคราะห์ลึกเมื่อต้องการให้ AI ค้นคว้าข้อมูลวิชาการที่มีความซับซ้อน

ข้อห้ามด้านความเป็นส่วนตัว: ห้ามใส่ข้อมูลส่วนตัวหรือความลับที่ไม่ต้องการเปิดเผยลงใน AI โมเดลเวอร์ชันฟรี เนื่องจากระบบจะนำข้อมูลไปใช้ในการเทรนประมวลผลต่อ


การบรรยายในงานวันกุ้งไทยแดนใต้ 69