ต่างประเทศ

   เมื่อ : 11 ต.ค. 2569

เปิดเบื้องหลังอุตสาหกรรมปลาป่นโลก!

สอบสวนกว่า 1000 โรงงานใน 64 ประเทศ พบข้อกังวลแรงงาน–สิ่งแวดล้อม สะเทือนห่วงโซ่อาหารกุ้ง


Outlaw Ocean Project เปิดรายงานสืบสวนอุตสาหกรรมปลาป่นทั่วโลก ชี้ความเสี่ยงตั้งแต่การใช้แรงงานบังคับ การทำประมงที่กระทบชุมชนชายฝั่ง ไปจนถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม ขณะที่ตลาดปลาป่นกำลังเผชิญความกังวลด้านวัตถุดิบและอุปทานในอนาคต จับตาผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอาหารกุ้งไทย


เปิดโปงห่วงโซ่ปลาป่น จากเรือประมงถึงอาหารสัตว์น้ำ


อุตสาหกรรมปลาป่นโลกกำลังถูกจับตามองอีกครั้ง หลังจากองค์กรสื่อสารมวลชนเชิงสืบสวนที่ไม่แสวงหาผลกำไร The Outlaw Ocean Project เผยแพร่รายงานชุดใหม่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมปลาป่น ภายใต้โครงการสืบสวน Feed for Animals ซึ่งตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยงการทำประมง โรงงานแปรรูป ผู้ผลิตอาหารสัตว์ และอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั่วโลก


รายงานดังกล่าวเป็นผลจากการทำงานสืบสวนที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2020 โดยมีผู้สื่อข่าวมากกว่า 20 คนร่วมปฏิบัติงานในหลายประเทศ ครอบคลุมการตรวจสอบโรงงานผลิตปลาป่นมากกว่า 1000 แห่ง ใน 64 ประเทศ ผ่านการลงพื้นที่ การสำรวจทางทะเล การสัมภาษณ์ และการวิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ


ผลการสืบสวนถูกนำเสนอผ่านรายงานมากกว่า 20 เรื่อง พร้อมฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงรายละเอียดโรงงานและข้อค้นพบ เพื่อให้สาธารณชนสามารถติดตามความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานได้


ประเด็นสำคัญไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการผลิตปลาป่น แต่รวมถึงคำถ ามว่า วัตถุดิบที่ถูกนำไปผลิตอาหารสำหรับกุ้ง ปลา และสัตว์เศรษฐกิจอื่น ๆ มีที่มาอย่างไร และกระบวนการผลิตส่งผลกระทบต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อมมากน้อยเพียงใด


ปลาป่นราคาถูก อาจมีต้นทุนที่สังคมต้องจ่าย


หนึ่งในประเด็นที่รายงานให้ความสำคัญคือผลกระทบจากการทำประมงเพื่อป้อนโรงงานปลาป่น โดยเฉพาะประเทศที่มีการจับปลาขนาดเล็กในปริมาณมากเพื่อนำไปผลิตเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์


การขยายตัวของอุตสาหกรรมดังกล่าวอาจสร้างการแข่งขันแย่งชิงทรัพยากรสัตว์น้ำระหว่างโรงงานอุตสาหกรรมกับชุมชนประมงพื้นบ้าน ซึ่งต้องพึ่งพาปลาเหล่านี้ทั้งเพื่อการบริโภคและสร้างรายได้


รายงานยกตัวอย่างปัญหาในชุมชนชายฝั่งแอฟริกาตะวันตก ซึ่งการขยายตัวของอุตสาหกรรมปลาป่นถูกเชื่อมโยงกับการลดลงของโอกาสประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน และแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ทำให้ประชาชนบางส่วนตัดสินใจอพยพออกจากพื้นที่


บางรายเลือกขายหรือดัดแปลงเรือประมงเพื่อเดินทางข้ามทะเลไปยังหมู่เกาะคานารีของสเปน ซึ่งเป็นเส้นทางอพยพที่มีความเสี่ยงสูง


อย่างไรก็ตาม ปัญหาการอพยพมีปัจจัยเกี่ยวข้องหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และสภาพแวดล้อม จึงไม่อาจสรุปได้ว่าเกิดจากอุตสาหกรรมปลาป่นเพียงปัจจัยเดียว


ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นว่า การประเมินความยั่งยืนของอาหารสัตว์น้ำไม่ควรพิจารณาเฉพาะคุณภาพและราคาวัตถุดิบ แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อทรัพยากรทะเลและชุมชนต้นทางด้วย


เชื่อมโยงอุตสาหกรรมอาหารทะเล


ก่อนหน้านี้ The Outlaw Ocean Project เคยเผยแพร่รายงานสืบสวนเกี่ยวกับข้อกล่าวหาการใช้แรงงานบังคับ รวมถึงแรงงานชาวอุยกูร์ในห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเลของจีน ซึ่งส่งผลให้บริษัทบางแห่งทบทวนความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับผู้แปรรูปอาหารทะเล และนำไปสู่การตรวจสอบในระดับรัฐสภาสหรัฐอเมริกา


รายงานติดตามผลยังกล่าวถึงการใช้แรงงานชาวเกาหลีเหนือในอุตสาหกรรมอาหารทะเล โดยอ้างอิงคำให้สัมภาษณ์ของแรงงานเกี่ยวกับการบังคับทำงาน การใช้ความรุนแรง และการละเมิดสิทธิอื่น ๆ


การสืบสวนชุดล่าสุดขยายขอบเขตไปยังการพัฒนาอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในเขตปกครองตนเองซินเจียงของจีน ภายใต้แนวทางที่ถูกเรียกว่า Blue Miracle หรือ “ปาฏิหาริย์สีน้ำเงิน”


โครงการดังกล่าวส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่ห่างไกลทะเล โดยใช้ทรัพยากรน้ำที่มีความเค็มและเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่


รายงานระบุว่า มูลค่าผลผลิตการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของซินเจียงเพิ่มขึ้นประมาณ 85% นับตั้งแต่ปี 2017 พร้อมตั้งข้อกังวลว่าการขยายตัวดังกล่าวอาจเชื่อมโยงกับนโยบายควบคุมประชากร การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน และการจัดการแรงงานโดยรัฐ


ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาด้านสิทธิมนุษยชนเป็นประเด็นที่ต้องแยกพิจารณาจากการเติบโตของผลผลิต และไม่ควรเหมารวมว่าผู้ผลิตหรือฟาร์มทุกแห่งในพื้นที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดดังกล่าว


วัตถุดิบปลาป่นโลกตึงตัว ความเสี่ยงใหม่ของอุตสาหกรรมอาหารกุ้ง


นอกจากประเด็นสิ่งแวดล้อมและแรงงานแล้ว อุตสาหกรรมปลาป่นยังเผชิญความไม่แน่นอนด้านปริมาณวัตถุดิบ โดยเฉพาะการทำประมงปลาแอนโชวี่ในประเทศเปรู ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตปลาป่นสำคัญของโลก


รายงานที่เผยแพร่ระบุถึงความกังวลเกี่ยวกับการจัดการฤดูกาลจับปลาแอนโชวี่ในเปรู ซึ่งอาจกระทบต่อปริมาณวัตถุดิบเข้าสู่ตลาดโลก หากมีการจำกัดหรือปิดฤดูกาลทำประมง


ขณะเดียวกัน มีการประเมินความเสี่ยงว่าตลาดวัตถุดิบอาหารสัตว์น้ำอาจเผชิญช่องว่างด้านอุปทานสูงถึง 400000 เมตริกตันภายในปี 2028


อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นการคาดการณ์ ไม่ใช่ปริมาณการขาดแคลนที่เกิดขึ้นแล้ว และจำเป็นต้องตรวจสอบขอบเขตของวัตถุดิบและสมมติฐานที่ใช้ประเมินเพิ่มเติม


สำหรับอุตสาหกรรมกุ้ง ความผันผวนของปลาป่นมีความสำคัญ เพราะปลาป่นเป็นแหล่งโปรตีนและสารอาหารที่ใช้ในสูตรอาหารกุ้งหลายประเภท โดยเฉพาะสูตรที่ต้องการความน่ากินและคุณภาพของกรดอะมิโน


หากราคาปลาป่นปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ย่อมเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนการผลิตอาหารกุ้ง แม้ผลกระทบจริงจะขึ้นอยู่กับสัดส่วนปลาป่นในสูตรอาหาร ต้นทุนวัตถุดิบทดแทน และการบริหารจัดซื้อของผู้ผลิตแต่ละราย


วิเคราะห์ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมกุ้งไทย


สำหรับประเทศไทย การสืบสวนครั้งนี้สะท้อนความเสี่ยงสำคัญ 4 ด้านที่ผู้ประกอบการควรติดตาม


1\. ความโปร่งใสของวัตถุดิบอาหารกุ้ง


ผู้ผลิตอาหารสัตว์น้ำอาจต้องให้ความสำคัญกับระบบตรวจสอบย้อนกลับมากขึ้น ตั้งแต่แหล่งจับปลา โรงงานผลิตปลาป่น จนถึงโรงงานอาหารสัตว์ เพื่อรองรับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชนของคู่ค้า


2\. ต้นทุนอาหารกุ้งที่อาจผันผวน


หากปริมาณปลาป่นในตลาดโลกตึงตัว ราคาวัตถุดิบอาจปรับเพิ่มขึ้น และส่งผลต่อการกำหนดราคาอาหารกุ้ง ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของเกษตรกรไทย


3\. โอกาสของโปรตีนทางเลือก


แรงกดดันด้านทรัพยากรและความยั่งยืนอาจกระตุ้นการพัฒนาวัตถุดิบโปรตีนทดแทน เช่น โปรตีนจากจุลินทรีย์ โปรตีนหมัก โปรตีนจากพืช และโปรตีนแมลง


อย่างไรก็ตาม การนำมาใช้ในอาหารกุ้งต้องพิจารณาทั้งความสมดุลของกรดอะมิโน ความสามารถในการย่อย ความน่ากิน ความปลอดภัย และผลต่ออัตราแลกเนื้อหรือ FCR ไม่ใช่เพียงเปรียบเทียบราคาต่อกิโลกรัม


4\. ความสามารถในการแข่งขันด้านความยั่งยืน


ผู้ส่งออกกุ้งไทยอาจต้องเตรียมพร้อมต่อการตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะตลาดที่ให้ความสำคัญกับการจัดซื้ออย่างรับผิดชอบ


แม้รายงานนี้ไม่ได้หมายความว่าอาหารกุ้งหรือปลาป่นที่ใช้ในประเทศไทยมีปัญหาทั้งหมด แต่เป็นสัญญาณว่าการตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบจะมีความสำคัญต่อการแข่งขันในอนาคต


บทสรุป: อุตสาหกรรมกุ้งต้องมองไกลกว่าหน้าฟาร์ม


การสืบสวนของ The Outlaw Ocean Project สะท้อนการเปลี่ยนแปลงสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารทะเลโลก จากเดิมที่ผู้ซื้ออาจให้ความสำคัญกับราคา คุณภาพ และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์เป็นหลัก ไปสู่การตรวจสอบกระบวนการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน


สำหรับอุตสาหกรรมกุ้งไทย ประเด็นที่ควรจับตาไม่ใช่เพียงว่าปลาป่นจะมีราคาสูงขึ้นเท่าไร แต่รวมถึงการเตรียมความพร้อมของผู้ผลิตอาหารสัตว์ในการตรวจสอบย้อนกลับ และการพัฒนาสูตรอาหารที่ลดการพึ่งพาวัตถุดิบซึ่งมีความเสี่ยงด้านอุปทาน


คำถามสำคัญสำหรับวงการกุ้งไทยจึงไม่ใช่แค่ “เราจะผลิตกุ้งให้ต้นทุนต่ำได้อย่างไร” แต่ต้องถามต่อว่า “เราจะผลิตกุ้งที่มีต้นทุนแข่งขันได้ และพิสูจน์ความรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่การผลิตได้อย่างไร”


เพราะในอนาคต ความสามารถในการแข่งขันของกุ้งไทยอาจไม่ได้วัดกันที่ราคาหน้าฟาร์มเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความน่าเชื่อถือของกระบวนการผลิต ตั้งแต่วัตถุดิบอาหารกุ้งไปจนถึงสินค้าส่งออกถึงผู้บริโภค