เรื่องเด่น

   เมื่อ : 4 มี.ค. 2569

บทเรียนล้ำค่าจากประสบการณ์ 40 ปีของ ”บรรจง นิสภวาณิชย์” เจ้าของรางวัลกุ้งทอง 2569

เซอร์ไพรส์บนเวที: เมื่อ ’นายกฯ’ ไม่มา แต่ ’รางวัลแห่งเกียรติยศ’ มาถึงที่

ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังของคนเลี้ยงกุ้งในงาน ”กุ้งสุราษฎร์ธานี” มีเหตุการณ์หนึ่งที่กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์และสร้างความประทับใจอย่างลึกซึ้ง เมื่อ คุณบรรจง นิสภวาณิชย์ ปรากฏตัวในชุดสูทสากลเต็มยศตามคำรบเร้าของทีมงาน โดยเจ้าตัวสารภาพอย่างเขินอายบนเวทีว่า ที่ยอมใส่สูทมาวันนี้เพราะเข้าใจว่าต้องทำหน้าที่ตัวแทนอุตสาหกรรมเพื่อต้อนรับ ”นายกรัฐมนตรี” ที่อาจจะเดินทางมาเปิดงาน

แต่ความจริงกลับเป็น ”แผนการลับ” ที่ถูกเตรียมการอย่างประณีตเพื่อเซอร์ไพรส์มอบรางวัล ”กุ้งทอง” ประจำปี 2569 ให้แก่ชายผู้เป็นเสาหลักของวงการกุ้งไทยมานานกว่า 40 ปี เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความอ่อนน้อมถ่อมตนและความรับผิดชอบต่อส่วนรวมของคุณบรรจง แต่มันยังตั้งคำถามที่น่าสนใจให้เราได้ฉุกคิดว่า: อะไรคือแรงขับเคลื่อนที่ทำให้ชายคนหนึ่งยอมเป็น ”ผู้ปิดทองหลังพระ” และทุ่มเทลมหายใจให้กับอุตสาหกรรมกุ้งไทยมายาวนานจนกลายเป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจเช่นนี้?


คุณบรรจง นิสภวาณิชย์ ผู้ซึ่งอุทิศตนขับเคลื่อน อุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย มายาวนานกว่า 4 ทศวรรษ โดยต้องขอบคุณถึงความสำเร็จในการฟื้นฟูการเลี้ยง กุ้งกุลาดำ ควบคู่ไปกับกุ้งขาวเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจของประเทศ โดยคุณบรรจงโดยกล่าวย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการ บริหารจัดการคุณภาพ ผลผลิตเพื่อให้กุ้งไทยสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลกและกลับมาครองตำแหน่งผู้นำอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีการยกย่องบทบาทของ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะแหล่งผลิตกุ้งอันดับหนึ่งที่ช่วยผลักดันเป้าหมายการผลิตในภาพรวมให้เติบโต เพราะฉะนั้นความร่วมมือระหว่าง เกษตรกรและภาครัฐ คือหัวใจหลักที่จะนำพาวงการกุ้งไทยไปสู่ความสำเร็จที่มั่นคงและมีชื่อเสียงในระดับสากล


40 ปีบนเส้นทางสายสัตว์น้ำ: จากเกษตรกรดาวรุ่งสู่สถาปนิกเชิงนโยบาย

หากจะกล่าวว่าคุณบรรจงคือ ”Visionary Architect” หรือสถาปนิกผู้วางรากฐานทางความคิดให้อุตสาหกรรมกุ้งไทยก็คงไม่ผิดนัก เส้นทางของเขาเริ่มต้นจากการเป็นศิษย์เก่ามินนากร รุ่น 26 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก่อนจะสั่งสมประสบการณ์จนได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติในปี 2543

ตลอดสี่ทศวรรษ บทบาทของคุณบรรจงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในฟาร์ม แต่เขายังทำหน้าที่เชื่อมโยงฟันเฟืองต่างๆ ในฐานะประธานและที่ปรึกษาองค์กรสำคัญมากมาย โดยเฉพาะบทบาทผู้ทรงคุณวุฒิด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติ ความสำเร็จของคุณบรรจงจึงไม่ได้ถูกวัดด้วยผลกำไรส่วนตัว แต่คือความแข็งแกร่งของภาคส่วนที่เขาเข้าไปเป็นที่ปรึกษา ดังที่เขากล่าวด้วยความตื้นตันว่า:

”รางวัลนี้ยิ่งใหญ่มากจริงๆ ครับ และทุกท่านที่ได้รับรางวัลในวันนี้ผมว่าสมเกียรติมากๆ ในห้องนี้มีคนเก่งเยอะแยะเลยที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมของเรา ขอบพระคุณคณะกรรมการทุกท่านที่พิจารณามอบรางวัลกุ้งทองนี้ให้”


การกอบกู้ ’กุ้งกุลาดำ’: ยุทธศาสตร์การเดิมพันที่มองข้ามช็อต

หนึ่งในผลงานเชิงประจักษ์ที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่เฉียบคมคือ บทบาทในการพยาการณ์และผลักดันให้ ”กุ้งกุลาดำ” กลับมามีบทบาทสำคัญอีกครั้ง ในยุคที่กุ้งขาว (Vannamei) ครองตลาดอย่างเบ็ดเสร็จ การหันกลับมาให้ความสำคัญกับกุ้งกุลาดำอาจถูกมองว่าเป็นการเดินสวนกระแสโลก แต่สำหรับนักวิเคราะห์อุตสาหกรรมอย่างคุณบรรจง นี่คือการ ”Pioneering a Resurgence” หรือการบุกเบิกการฟื้นตัวของสายพันธุ์ที่มีมูลค่าสูง

เขามุ่งมั่นพิสูจน์ว่ากุ้งกุลาดำไม่ใช่แค่อดีตที่เคยรุ่งเรือง แต่คืออนาคตที่จะช่วยสร้างสีสันและเพิ่มอำนาจการต่อรองให้กับตลาดส่งออกของไทย ความเชื่อมั่นที่ไม่สั่นคลอนนี้เองที่ทำให้วงการกุ้งไทยไม่สูญเสียความหลากหลายทางสายพันธุ์ และกลับมาสร้างผลผลิตสร้างรายได้มหาศาลได้ในที่สุด


ยุทธศาสตร์ ’สองกุ้ง’: การบริหารความเสี่ยงและความยืดหยุ่นเชิงกลยุทธ์

หัวใจสำคัญที่คุณบรรจงเน้นย้ำเสมอคือแนวคิด ”Strategic Flexibility” หรือความยืดหยุ่นเชิงกลยุทธ์ โดยเสนอว่าไทยต้องไม่ยึดติดกับกุ้งชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่ต้องบริหารจัดการทั้ง ”กุ้งขาว” และ ”กุ้งกุลาดำ” ให้เดินควบคู่กันไป

เขามองว่าการสลับปรับเปลี่ยนสัตว์น้ำตามความเหมาะสมของสภาพแวดล้อมและกลไกตลาด คือรูปแบบของ Risk Diversification หรือการกระจายความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพที่สุดสำหรับเกษตรกรยุคใหม่ โดยคุณบรรจงได้ทิ้งวาทะสำคัญที่เป็นเข็มทิศให้อุตสาหกรรมไว้ว่า:

”ผมคิดว่าอุตสาหกรรมกุ้งไทยทิ้งกุ้งกุลาดำไม่ได้ และกุ้งขาวก็ทิ้งไม่ได้ เราต้องไปด้วยกัน... ผมไม่เคยคิดเลยว่ากุ้งชนิดไหนจะต้องหายไปจากประเทศไทย เราต้องอยู่กับมันและบริหารจัดการให้ได้”


Strategic Benchmark 6 แสนตัน: สงครามคุณภาพและราคาในเวทีโลก

เมื่อมองไปยังเป้าหมายในอนาคต คุณบรรจงตั้งโจทย์ที่ท้าทายด้วยตัวเลขผลผลิต 600000 ตัน ซึ่งเป็นระดับที่ไทยเคยทำได้สูงสุดในอดีต เขาเชื่อมั่นว่าหากเราสามารถบูรณาการการผลิตทั้งกุ้งขาวและกุ้งกุลาดำเข้าด้วยกัน การกลับไปแตะระดับตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองนักวิเคราะห์ ปริมาณไม่ใช่คำตอบเดียว ความท้าทายที่แท้จริงคือการทำให้กุ้งไทยเป็น ”The World’s Best” ทั้งในแง่ของคุณภาพและการบริหารต้นทุนเพื่อให้ได้ราคาขายที่ดีที่สุดในโลก เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืนเหนือคู่แข่งต่างชาติ นี่คือภารกิจร่วมกันของคนในวงการที่จะต้องยกระดับการบริหารจัดการให้ไปถึงจุดนั้น


อนาคตกุ้งไทยในกำมือของความร่วมมือ

บทเรียนจากประสบการณ์ 40 ปีของ คุณบรรจง นิสภวาณิชย์ สอนให้เราเห็นว่า ”กุ้งไทย” จะกลับมาผงาดได้อีกครั้งไม่ใช่เพราะใครคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องเกิดจากการรวมพลังของ ”คนเก่ง” ทั่วประเทศ และการมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่

ในวันที่การแข่งขันในตลาดโลกทวีความรุนแรง โจทย์ใหญ่ที่คุณบรรจงฝากไว้ให้พวกเราคือ: ”ท่ามกลางสงครามราคาและการแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด เราพร้อมหรือยังที่จะปฏิรูปการบริหารจัดการ เพื่อพิสูจน์ให้โลกเห็นว่ากุ้งไทยคือสินค้าพรีเมียมที่มีคุณภาพดีที่สุดและราคาคุ้มค่าที่สุดอย่างยั่งยืน?”


ขอแสดงความยินดีกับ คุณบรรจง นิสภวาณิชย์ ประธานสมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย ที่ได้รับ รางวัลกุ้งทอง ปี 2569