เรื่องเด่น

   เมื่อ : 15 มิ.ย. 2569

”มะลิหอม โมเดล” กับการสร้างความยั่งยืนให้อุตสาหกรรมกุ้งไทย


ท่ามกลางความผันผวนของกลไกตลาดโลกที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมกุ้งไทย ”มะลิหอม โมเดล” โดยคุณประเสริฐ มะลิหอม ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้กลายเป็นต้นแบบการปรับตัวที่สำคัญเพื่อความอยู่รอดของเกษตรกรชาวกุ้ง หัวใจหลักของโมเดลนี้คือการลดการพึ่งพาตลาดส่งออกเพียงอย่างเดียว แล้วหันมาสร้างความเข้มแข็งให้กับ ”ตลาดบริโภคภายในประเทศ” โดยใช้กลยุทธ์การบริหารจัดการที่โปร่งใส การประกาศราคากลางที่เป็นเอกเทศ และการสร้างเครือข่ายแบบครอบครัวที่โอบอุ้มเกษตรกรกว่า 100 ชีวิต


ความสำเร็จของโมเดลนี้เห็นได้ชัดจากการสร้างเสถียรภาพด้านราคา โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่ราคามักจะตกต่ำ และการยกระดับคุณภาพสินค้าให้สดใหม่เข้าสู่มือผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยกู้คืนศักดิ์ศรีและอำนาจต่อรองให้เกษตรกร แต่ยังเป็นการสร้าง ”ขาที่สอง” ที่แข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมกุ้งไทยสามารถยืนหยัดได้อย่างยั่งยืนคู่ไปกับการส่งออก


วิเคราะห์ประเด็นสำคัญและกลไกการดำเนินงาน

1. การปรับสมดุลตลาด: ตลาดในประเทศคือทางรอด

จากการที่อุตสาหกรรมกุ้งไทยเคยพึ่งพาห้องเย็นเพื่อการส่งออกเป็นหลัก เมื่อตลาดโลกเปลี่ยนทิศทาง เกษตรกรจึงเผชิญความเสี่ยงสูง มะลิหอม โมเดล จึงเสนอแนวทางดังนี้:

  1. การชูโรงตลาดในประเทศ: เน้นการส่งกุ้งตรงสู่หัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ เพื่อสร้างฐานที่มั่นที่มั่นคงและเพิ่มอำนาจต่อรอง
  2. การบริหารจัดการส่วนเกิน: นำกุ้งส่วนที่ไม่สามารถเข้าห้องเย็นได้ หรือกุ้งส่วนเกินในช่วงที่ห้องเย็นหยุดรับซื้อ มากระจายสู่ตลาดแม่ค้าภายในประเทศแทน
  3. การใช้ประโยชน์จากเทศกาล: เปลี่ยนช่วงเทศกาลที่ราคามักจะถูกกดต่ำ ให้เป็นช่วงเวลาที่เกษตรกรขายกุ้งได้ราคาดีขึ้นผ่านความต้องการบริโภคในประเทศ

2. กลยุทธ์การกำหนดราคาและความโปร่งใส

  1. ราคาคงที่ 7 วัน: มีการประกาศราคากลางที่จะไม่เปลี่ยนแปลงภายใน 7 วัน แม้ราคาภายนอกจะลดลง เพื่อให้ราคานิ่งและไม่ผันผวนจนเกินไป
  2. ความโปร่งใส: การประกาศราคาอย่างเปิดเผยช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผนการเลี้ยงและคาดการณ์ผลตอบแทนได้อย่างแม่นยำ
  3. การถัวเฉลี่ยราคา: ใช้วิธีนำราคาจากแม่ค้าตลาดในประเทศมาถัวเฉลี่ย เพื่อให้ราคาสูงกว่าราคาห้องเย็นประมาณ 5-10 บาท ซึ่งช่วยพยุงรายได้ของเกษตรกร

3. โครงสร้างความร่วมมือแบบ ”ครอบครัวมะลิหอม”

โมเดลนี้เปลี่ยนความสัมพันธ์เชิงธุรกิจให้กลายเป็นเครือข่ายความร่วมมือ:

  1. การโอบอุ้มเกษตรกร: ปัจจุบันมีเกษตรกรในเครือข่ายกว่า 100 ชีวิตที่ทำงานร่วมกันแบบครอบครัว
  2. ความสัมพันธ์กับคู่ค้า: ไม่ได้มุ่งเน้นการโจมตีราคาห้องเย็น แต่รักษาความสัมพันธ์ในฐานะ ”คู่ค้า” โดยแบ่งสัดส่วนการขายอย่างเหมาะสม (ประมาณ 60-70% ส่งห้องเย็น และ 30% ส่งตลาดในประเทศ)
  3. การขยายผล: ส่งเสริมให้แพกุ้งในจังหวัดอื่นๆ นำโมเดลนี้ไปใช้ตามความพร้อมของพื้นที่ โดยไม่จำเป็นต้องขึ้นตรงกับแพมะลิหอมเพียงอย่างเดียว


มุมมองจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

มุมมองจากผู้ก่อตั้ง (คุณประเสริฐ มะลิหอม)

”ถ้าเราปล่อยให้ฐานที่มั่นในบ้านตัวเองพังทลาย ในวันข้างหน้าเราจะไม่มีอำนาจต่อรองใดๆ เหลืออยู่เลย... ผมพยายามทำให้ห้องเย็นกับค้าภายในประเทศเดินกันไปได้คู่กันไป”

มุมมองจากนายกสมาคมกุ้งไทย

”2 ขาที่แข็งแกร่ง ดีกว่ายืนอยู่บนขาเดียว... ผมอยากเห็นการประกาศราคากุ้งภายในประเทศออกไป เพื่อบอกว่าเรามีตลาดภายในประเทศที่คอยช่วยเหลือเกษตรกร”

มุมมองด้านคุณภาพและการแปรรูป

”กุ้งบ้านเรากับกุ้งในตลาดไม่เหมือนกัน รสชาติไม่เหมือนกัน เพราะของเราได้สด ไม่ต้องไปดองนาน... ของดีใครๆ ก็ต้องการใช้ มันพิสูจน์กันด้วยรสชาติได้ ไม่ต้องพูดเยอะ”


มะลิหอม โมเดล พิสูจน์ให้เห็นว่า ความยั่งยืนของอุตสาหกรรมกุ้งไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการสร้างความเข้มแข็งจากภายใน โดยมีปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญคือ:

  1. ความสามัคคี: การจับมือกันระหว่างเกษตรกร แพกุ้ง และห้องเย็น เพื่อเป้าหมายเดียวกันคือยกระดับคุณภาพกุ้งไทย
  2. มาตรฐานการผลิต: การเลี้ยงกุ้งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดสารปฏิชีวนะ และมีคุณภาพสูงเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่รักสุขภาพ
  3. การจัดการเชิงพื้นที่: เริ่มสร้างความแข็งแกร่งจากระดับจังหวัด (สุราษฎร์ธานี) และใช้เป็นต้นแบบให้พื้นที่อื่นนำไปปรับใช้ตามความเหมาะสมของค่าใช้จ่ายและต้นทุนในแต่ละพื้นที่

เป้าหมายสูงสุดคือการทำให้อุตสาหกรรมกุ้งไทยมีเสถียรภาพ เกษตรกรมีความมั่นใจในอาชีพ และผู้บริโภคชาวไทยได้เข้าถึงวัตถุดิบที่มีคุณภาพระดับโลกในราคาที่เป็นธรรม