การค้า
ส่องแพอนุสรณ์ แพจับกุ้งเป็นส่งขายและบริโภคภายในประเทศ
เมื่อ : 24 มิ.ย. 2569
พาส่องแพอนุสรณ์ แพจับกุ้งเป็นส่งขายและบริโภคภายในประเทศ
ทีมงานกุ้งไทย พาลงพื้นที่สำรวจการดำเนินงานของ ”แพอนุสรณ์” ณ ตลาดทะเลไทย ซึ่งเป็นตัวอย่างสะท้อนความแข็งแกร่งของตลาดกุ้งภายในประเทศในปัจจุบัน โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
- ปริมาณการค้าที่สูง: แพกุ้งเพียงแห่งเดียวสามารถบริหารจัดการกุ้งได้ถึง 30 ตันต่อวัน และอาจสูงถึง 40 ตันในช่วงเทศกาล โดยส่งกระจายไปทั่วทุกจังหวัดในประเทศไทย
- การปรับตัวหลังยุคโควิด-19: ตลาดภายในประเทศกลายเป็นกลไกหลักในการพยุงราคากุ้ง ไม่ให้เกษตรกรต้องพึ่งพาเพียงโรงงานห้องเย็นเพื่อการส่งออกเพียงอย่างเดียว โดยปัจจุบันสัดส่วนการบริโภคในประเทศสูงถึง 50-60%
- ระบบโลจิสติกส์ที่รวดเร็ว: ความสำเร็จของธุรกิจขึ้นอยู่กับความเร็วในการจัดส่ง โดยสามารถส่งกุ้งถึงมือลูกค้า (ร้านอาหารและรีสอร์ท) ได้ภายในวันเดียวหรือเช้าวันถัดไป แม้จะเป็นการขนส่งข้ามภาค
- การบริหารจัดการโดยคนรุ่นใหม่: ธุรกิจขับเคลื่อนโดยผู้ประกอบการวัย 29 ปี ที่เน้นความโปร่งใส การคัดเกรดตามสเปคที่แม่นยำ และระบบการเงินที่รวดเร็ว (จ่ายเงินสดทันทีหลังจบงาน)
กลไกการขับเคลื่อนตลาดกุ้งภายในประเทศ
สถานการณ์การค้ากุ้งในประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่ช่วงวิกฤตโควิด-19 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตลาดออนไลน์และการบริโภคภายในประเทศเติบโตอย่างก้าวกระโดด
- การพยุงราคากุ้ง: การที่มีตลาดในประเทศรองรับอย่างแข็งแกร่งช่วยป้องกันไม่ให้ราคากุ้งตกต่ำอย่างรุนแรงเมื่อเทียบกับในอดีต เนื่องจากมีช่องทางการระบายสินค้าที่หลากหลาย ไม่จำกัดอยู่เพียงห้องเย็นเพื่อการส่งออก
- สัดส่วนการบริโภค: ปัจจุบันยอดการบริโภคกุ้งภายในประเทศขยับสูงขึ้นเป็น 50-60% ของผลผลิตทั้งหมด โดยมีกลุ่ม ”กองทัพมด” หรือผู้ประกอบการแพกุ้งรายย่อยและรายใหญ่เป็นฟันเฟืองสำคัญ
- การลดขั้นตอนตัวกลาง: กระบวนการจัดการที่กระชับจากฟาร์มสู่แพ และส่งตรงถึงร้านอาหาร ช่วยลดต้นทุนส่วนเกิน ทำให้แพสามารถรับซื้อกุ้งจากเกษตรกรได้ในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดทั่วไปประมาณ 20-30 บาทในบางกรณี
กระบวนการดำเนินงานและระบบโลจิสติกส์
ประสิทธิภาพของ ”แพอนุสรณ์” สะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานการจัดการสินค้าเกษตรที่เน้นความสดใหม่และคุณภาพเป็นหลัก
- การบริหารจัดการรายวัน: ธุรกิจดำเนินงานในรูปแบบวันต่อวัน โดยจะเปิดราคาให้แม่ค้าในช่วงเย็น (ประมาณ 18:00 น.) ตามออเดอร์ที่มี และบริหารสต็อกจากการจองบ่อกุ้งล่วงหน้าเพื่อให้มีสินค้าเพียงพอ
- ความเร็วในการกระจายสินค้า: กุ้งที่จับจากฟาร์มในช่วงเที่ยงหรือบ่ายจะถูกส่งถึงแพเพื่อคัดไซส์และแพ็กทันที สินค้าจะถูกจัดส่งภายในวันเดียวกันเพื่อให้ถึงมือลูกค้าทั่วประเทศในเช้าวันรุ่งขึ้น
- เทคนิคการขนส่ง: กุ้งเป็นสามารถรักษาชีวิตได้นานถึง 14-15 ชั่วโมงหากมีการจัดการที่ดี โดยมีอัตราการสูญเสีย (กุ้งตาย) ไม่เกิน 5-10% แม้จะเป็นการขนส่งระยะไกลจากภาคใต้ (เช่น สุราษฎร์ธานี) มายังภาคกลาง
- ระบบบรรจุภัณฑ์: ใช้กล่องโฟม 2 ขนาดหลัก คือ 10 กิโลกรัม และ 30 กิโลกรัม เพื่อความสะดวกในการขนส่งและจัดจำหน่าย
มาตรฐานสินค้าและความต้องการของกลุ่มลูกค้า
การคัดเลือกสินค้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงลักษณะทางกายภาพที่ตอบโจทย์การใช้งานของร้านอาหาร
- สเปคด้านสี: ตลาดมีความต้องการกุ้งที่มีสีเขียวเข้มหรือสีดำ เนื่องจากมีความทนทานในการ ”ดองน้ำแข็ง” ได้นานกว่า ในขณะที่กุ้งสีน้ำตาลมักจะเปลี่ยนสภาพเร็วหลังจากผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทำให้ดูไม่สดในสายตาผู้บริโภค
- การคัดไซส์ (Grading): แม้จะมีการสุ่มตรวจจากหน้าบ่อ แต่เมื่อสินค้าถึงแพจะต้องผ่านกระบวนการคัดแยกอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อให้ตรงตาม ”สเปค” ของร้านอาหารแต่ละแห่ง ซึ่งแต่ละบ่อมักคัดแยกได้ประมาณ 2 ไซส์หลัก
- ช่วงขนาดที่รับซื้อ: ครอบคลุมตั้งแต่กุ้งขนาดใหญ่ไปจนถึงขนาดเล็ก (ไซส์ 20 ตัว/กก. จนถึง 100 ตัว/กก.) โดยกุ้งไซส์เล็กมักถูกนำไปใช้ในเมนูแกงส้มหรือแกงถุง
โมเดลธุรกิจและความสัมพันธ์กับเกษตรกร
ความโปร่งใสและระบบการเงินที่รวดเร็วเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกร
- ระบบการชำระเงิน: มีมาตรฐานการจ่ายเงินให้เกษตรกรทันทีด้วยระบบโอนเงินหลังจากตรวจนับน้ำหนักและคุณภาพเสร็จสิ้น ก่อนที่รถขนส่งจะออกจากฟาร์ม
- ความยืดหยุ่นของออเดอร์: มีการประสานงานกับเกษตรกรอย่างใกล้ชิด หากออเดอร์ในวันนั้นสูงกว่าเป้าหมาย แพสามารถขอซื้อกุ้งเพิ่มจากบ่อได้ทันทีเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาด
- การคัดกรองเบื้องต้น: ก่อนทำการจับกุ้ง จะมีการส่งทีมงานไปสุ่มตรวจคุณภาพกุ้ง ทั้งเรื่องความแข็งแรง สภาพตับ และการลอกคราบ หากกุ้งอยู่ในช่วงลอกคราบเยอะ (กุ้งนิ่ม) จะถูกแยกประเภทหรือให้เลี้ยงต่อเพื่อให้ได้มาตรฐานตามที่ลูกค้าต้องการ
