รายงานพิเศษ

   เมื่อ : 5 ก.ค. 2569

รายงานสรุปภาวะการส่งออกกุ้งไทย: รอบ 5 เดือนแรกของปี 2569


1. ภาพรวมการส่งออกกุ้งไทยในช่วง 5 เดือนแรก (มกราคม - พฤษภาคม) ของปี 2569 อยู่ในสภาวะชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยมีปริมาณการส่งออกรวมสะสมอยู่ที่ 46201 ตัน (ลดลง -6.51%) และมูลค่ารวมสะสมอยู่ที่ 13789 ล้านบาท (ลดลง -10.42%)

ประเด็นสำคัญเชิงกลยุทธ์ (Key Takeaways):

(1) ความเหลื่อมล้ำระหว่างปริมาณและมูลค่า: มูลค่าการส่งออกที่หดตัวแรงกว่าปริมาณ (-10.42% เทียบกับ -6.51%) บ่งชี้ถึงสภาวะราคาต่อหน่วยที่ลดลง หรือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างสินค้าไปสู่กลุ่มที่มีมูลค่าเพิ่ม (Value-added) ต่ำลง ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังด้านความสามารถในการทำกำไร

(2) ความผันผวนของคำสั่งซื้อรายเดือน: ตลาดมีความผันผวนสูงมาก โดยเฉพาะในเดือนพฤษภาคม 2569 ที่มูลค่าการส่งออกดิ่งตัวลงถึง -24.69% ซึ่งเป็นการทำลายสถิติการฟื้นตัวระยะสั้นที่ปรากฏในเดือนเมษายนอย่างสิ้นเชิง

(3) การขยับตัวของโครงสร้างตลาดหลัก: เกิดการเปลี่ยนแปลงอันดับตลาดส่งออกที่สำคัญ โดยจีนก้าวขึ้นมาเป็นตลาดอันดับ 1 แทนที่ญี่ปุ่นที่เดิมเคยเป็นตลาดเบอร์หนึ่งในปี 2568 แต่กลับประสบภาวะหดตัวรุนแรงที่สุดในปีนี้


2. วิเคราะห์ภาพรวมและแนวโน้มรายเดือน (Monthly Export Performance)

ตารางสรุปข้อมูลการส่งออกกุ้งรายเดือน ปี 2569 เทียบกับปี 2568:

เดือน ปริมาณ (ตัน) มูลค่า (ล้านบาท) % การเปลี่ยนแปลง (ปริมาณ) % การเปลี่ยนแปลง (มูลค่า)

มกราคม 8977 2642 5.56% 0.49%

กุมภาพันธ์ 8007 2411 -15.75% -21.27%

มีนาคม 9635 2920 -3.14% -5.29%

เมษายน 9825 2978 4.31% 4.52%

พฤษภาคม 9757 2837 -18.98% -24.69%

รวม 46201 13789 -6.51% -10.42%

ที่มา: กรมศุลกากร


บทวิเคราะห์เชิงลึก: จากการวิเคราะห์เชิงสถิติ พบว่าการส่งออกมีความผันผวนในลักษณะ ”ฟื้นตัวสลับหดตัวรุนแรง” โดยแม้ในเดือนเมษายนจะมีสัญญาณบวกที่ 4.52% แต่ในเดือนพฤษภาคม 2569 กลับกลายเป็นจุดต่ำสุดของปี โดยมีปริมาณลดลงถึง -18.98% และมูลค่าลดลงอย่างรุนแรงที่ -24.69% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้หากพิจารณาในเดือนกุมภาพันธ์ที่มูลค่าลดลง -21.27% จะเห็นได้ว่าปี 2569 ประสบปัญหาการรักษาระดับยอดส่งออกให้คงที่อย่างเห็นได้ชัด


3. การวิเคราะห์รายตลาดและภูมิภาค (Geographical Market Analysis)

ประสิทธิภาพการดำเนินงานในตลาดแต่ละภูมิภาคมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้:

3.1 กลุ่มตลาดที่มีการเติบโต (Growth Markets)

(1) China (จีน): ก้าวขึ้นมาเป็นตลาดสำคัญที่ประคองยอดส่งออก โดยมีปริมาณเติบโต 3.20% (10861 ตัน) อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตเชิงลบที่มูลค่ากลับลดลง -1.01% สะท้อนถึงการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในตลาดจีน

(2) ASEAN10 (อาเซียน): เป็นกลุ่มที่มีอัตราเติบโตเป็นบวกชัดเจนที่สุด ทั้งปริมาณ 10.88% และมูลค่า 4.84% โดยมีปัจจัยหนุนหลักมาจากตลาดเมียนมาร์และมาเลเซีย

3.2 กลุ่มตลาดที่ชะลอตัว (Declining Markets)

(1) Japan (ญี่ปุ่น): ประสบสภาวะถดถอยอย่างรุนแรงที่สุดในบรรดาตลาดหลัก โดยปริมาณลดลงถึง -21.56% และมูลค่าลดลงรุนแรงที่ -25.77%

(2) USA (สหรัฐอเมริกา): ปริมาณการส่งออกลดลง -8.76% และมูลค่าลดลง -5.82%

(3) EU27 (สหภาพยุโรป): หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญทั้งในแง่ปริมาณที่ลดลง -15.63% และมูลค่าที่ดิ่งลงถึง -26.45%


4. สัดส่วนและโครงสร้างมูลค่าการตลาด (Market Share & Value Proportions)

การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนมูลค่าการตลาด (Value Share %) ของตลาดสำคัญ 5 อันดับแรก แสดงให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง (Market Shift) ที่สำคัญ ดังนี้:

1. China (จีน): สัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 25.73% (จาก 23.29% ในปี 2568) — ขึ้นเป็นอันดับ 1

2. USA (สหรัฐอเมริกา): สัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 24.62% (จาก 23.42% ในปี 2568) — ขึ้นเป็นอันดับ 2

3. Japan (ญี่ปุ่น): สัดส่วนลดลงอย่างมากเหลือ 22.52% (จาก 27.18% ในปี 2568) — ร่วงลงมาอยู่อันดับ 3

4. ASEAN10 (อาเซียน): สัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 6.37% (จาก 5.44% ในปี 2568)

5. South Korea (เกาหลีใต้): สัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 6.15% (จาก 5.62% ในปี 2568)

การที่ญี่ปุ่นสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดไปกว่า 4.66% จนเสียตำแหน่งผู้นำตลาดให้กับจีนและสหรัฐอเมริกา ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางยุทธศาสตร์การค้ากุ้งของไทยในปีนี้


5. บทสรุปและข้อสังเกตเชิงลึก (Conclusion and Key Insights)

สรุปสถานะการส่งออกกุ้งไทยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ในสภาวะที่ท้าทายอย่างยิ่ง โดยมีตัวเลขรวมที่ติดลบทั้งปริมาณ (-6.51%) และมูลค่า (-10.42%)

ข้อสังเกตเชิงวิเคราะห์: สถานการณ์การส่งออกมีแนวโน้ม ”ลดลงอย่างต่อเนื่อง” โดยความผันผวนที่เกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคมบ่งชี้ถึงความไม่แน่นอนของอุปสงค์ในตลาดโลก การที่มูลค่าส่งออกรวมหดตัวลงในอัตราที่เร็วกว่าปริมาณสะท้อนว่าสินค้ากุ้งไทยกำลังเผชิญกับภาวะกดดันด้านราคาอย่างหนัก แม้ตลาดจีนและอาเซียนจะมีทิศทางเป็นบวกในแง่ของปริมาณ แต่ยังไม่สามารถชดเชยการสูญเสียมูลค่ามหาศาลจากตลาดหลักดั้งเดิมอย่างญี่ปุ่นและยุโรปได้ ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับความผันผวนในช่วงครึ่งปีหลังที่อาจรุนแรงขึ้น


ข้อมูลอ้างอิง : กองนโยบายและแผน กรมประมง / กรมศุลกากร